<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>asean</title>
 <link>http://arayachon.org/taxonomy/term/319</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>การประชุมกลุ่มอาเซียนปิดฉากแล้ว สหรัฐฯประกาศหวนคืนอุษาคเนย์ </title>
 <link>http://arayachon.org/news/20090725/1436</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่ 24 กค.2552 การจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting:
AMM) ครั้งที่ 42
,การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศคู่เจรจา(Post Ministerial Conferences: PMC),
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย -แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) ครั้งที่ 16 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในระดับรัฐมนตรี ที่มีมากถึง 32 วงประชุม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประเทศคู่เจรจา องค์กรระหว่างประเทศและประเทศผู้สังเกตการณ์ รวม 27 ประเทศ ได้เสร็จสิ้นแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรอาเซียน ในการเตรียมการเข้าสู่ &amp;quot;ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.2558&amp;quot; โดยจะส่งเสริมความเป็นเอกภาพของอาเซียนใน 3 เสา ทั้งการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม ทำให้อาเซียน เป็นกลไกสำคัญต่อประชาชน 500 ล้านคนอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการประชุมระหว่างรมว.ต่างประเทศอาเซียนกับรมว.ต่างประเทศคู่เจรจา ซึ่งผู้สื่อข่าวทั้งไทย-เทศ จับจ้องไปที่คำแถลงท่าทีของ &amp;quot;นางฮิลลารี ร็อดแฮม คลินตัน&amp;quot; รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกาต่ออาเซียน โดยก่อนหน้านี้ นางคลินตัน และ อภิสิทธิ์ พบปะกันที่กรุงเทพฯ ก่อนลงมาที่ภูเก็ต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;สหรัฐอเมริกา กลับมาแล้ว&amp;quot; (The US is back) ประโยคแรกที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวต่อประชาคมอาเซียน เพื่อยืนยันว่า สหรัฐฯ เริ่มดำเนินนโยบายอาเซียนใหม่ของประธานาธิบดี บารัค โอบามา หลังจากที่ คอนโดลิซซ่า ไรซ์ อดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธเข้าร่วมประชุมที่ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางคลินตัน หยอดคำหวานว่า เพื่อแสดงออกถึงความผูกพันของสหรัฐฯ ที่จะเสริมและขยายความสัมพันธ์ในภูมิภาคนี้ โดยการเซ็นสัญญาไมตรีและความร่วมมือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot; &lt;b&gt;เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และมีพลวัตรในฐานะหุ้นส่วนกับอาเซียน นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าพเจ้าต้องมายืนอยู่ ณ ที่นี้&lt;/b&gt; &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สหรัฐอเมริกา กลับมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ประธานาธิบดีโอบามาและเธอ เชื่อว่า ภูมิภาคนี้มีความสำคัญกับสันติภาพและความมั่งคั่งของโลก สหรัฐฯ ตั้งใจที่จะมีความสัมพันที่สนิทแน่นแฟ้นกับหุ้นส่วนในอาเซียน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในขณะที่โลกกำลังเผชิยหน้ากับความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องความมั่นคงระดับโลกและระดับภูมิภาค ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจโลก ปัญหาสิทธิมนุษยชนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(โลกร้อน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางคลินตัน ยืนยันว่า มีความภูมิใจที่จะประกาศให้รู้ว่า สหรัฐอเมริกาจะมีผู้แทนทางการทูตในอาเซียน ซึ่งนำโดยท่านทูตที่จาการ์ตา ในระยะเวลาอันใกล้นี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พร้อมเน้นย้ำกับคณะทำงานทุกคน ให้ใส่ใจกับสำนักเลขาธิการอาเซียนให้มาก  รัฐบาลสหรัฐฯเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ โดยในขั้นแรก เราจะส่งนักการทูตที่มีความชำนาญไปจาการ์ตา เพื่อทำงานกับอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางคลินตัน กล่าวว่า สหรัฐฯกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างคือ กัมพูชา ลาว เวียดนามและประเทศไทย ได้ปรึกษาหารือในเรื่องที่สนใจร่วมกัน ทั้งเรื่องน้ำ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข เชื่อว่ารัฐบาลโอบามา ต้องการมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับอาเชี่ยน และจะใส่ใจเรื่องที่เป็นวิกฤต ก็คือ ปัญหาโลกร้อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สหรัฐฯ ได้ขอให้สภาคองเกรส เพิ่มความช่วยเหลืออีก 7 เท่า ในกองทุนสำหรับภูมิภาคนี้ และสหรัฐฯ จะเปิดโครงการริเริ่มใหม่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งจะรวมถึงการวิจัยและการลงทุนและนวัตกรรมใหม่ ๆ เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม เพื่อที่จะสร้างแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ในเอเชีย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจะขอร้องให้มีการประชุมระดับสูงเรื่องสภาพแวดล้อมภายในอาเซียน เมื่อทำงานร่วมกัน เราก็หวังว่า จะช่วยโลก เผชิญหน้ากับปัญหาเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รวมทั้งการพัฒนาพลังงานที่สะอาด เพื่ออนาคต นี่ถือว่า เป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน และก็เป็นอนาคตที่สำคัญของเราด้วย &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเทศสมาชิก 10 ประเทศของอาเซียน มีประชากรเกือบ 600 ล้านคน ซึ่งรวมถึงพันธมิตรหลักของเรา 2 ชาติในนี้ (ไทย-ฟิลิปปินส์) มีประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งเพิ่งเลือกตั้งเสร็จด้วยความเรียบร้อย(อินโดนีเซีย) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ภูมิภาคนี้ ยังเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 6 ของเรา มีการลงทุนของสหรัฐฯ อยู่ในอาเชี่ยน มากกว่าอยู่ในจีนเสียอีก ทั้งยังเป็นเส้นทางการขนส่งทางเรือที่สำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;เพราะฉะนั้น อาเซียนจึงเป็นภูมิภาคแห่งความหลากหลายที่สำคัญยิ่ง ประชากรที่แตกต่างกันทั้งเรื่องศาสนา วัฒนธรรม มีประสบการณ์ที่หลากหลายของมนุษยชาติ ในการสร้างชุมชนขึ้นที่นี่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอาเซียนได้ตกลงกันสร้างแนวทางเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมคุณค่าที่เรามีอยู่ร่วมกัน และหวังอย่างยิ่งว่านี่จะเป็นส่วนในการแก้ปัญหาพม่าด้วย&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับภาพรวมการประชุมที่ส่งผลต่อประเทศไทยและอาเซียนนั้น มีหลายด้าน นับจากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน+3 (จีน เกาหลี และญี่ปุ่น) ยืนยันและให้เร่งรัดที่จะขยายวงเงินจาก 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยกลุ่มสมาชิกอาเซียน จะสมทบเงินเข้ากองทุน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน ภูมิภาค เป็นกองทุนพหุภาคีจำนวนเท่า ๆ กัน รวม  20% ของวงเงิน 120,0000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนที่เหลืออีก 80% เป็นการออกเงินสมทบจากจีน เกาหลีและญี่ปุ่น โดยไม่ต้องพึ่งพากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อตกลงของการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน+3 ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2552 ที่บาหลี ที่จะจัดตั้ง CMIM ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2552 และจัดตั้งกลไกการลงทุนและการประกันเครดิต (Credit Guarantee and Investment Mechanism - CGIM) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยมีเงินทุนเริ่มต้น 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้มาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative - ABMI) เพื่อสนับสนุนการออกพันธบัตรในสกุลเงินท้องถิ่นของภาคเอกชนในภูมิภาค&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสนับสนุนให้เร่งดำเนินการจัดตั้งกองทุนสำรองพหุภาคีภายใต้ โครงการริเริ่มเชียงใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 12 ในเดือนตุลาคม 2552 นี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนยาต้านไวรัสและอุปกรณ์ป้องกันให้กับอาเซียน 500,000 ชุด ทั้งยังเห็นว่า สามารถนำยาต้านไวรัสไข้หวัดนก มาปรับใช้เป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อาเซียนตกลงว่า จะต้องมีความร่วมมือกันเพื่อให้ได้มาซึ่งยาและเวชภัณฑ์ในราคาถูก และเรียกร้องให้เร่งดำเนินมาตรการและการดำเนินการดังกล่าวโดยเร็ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยเฉพาะการพิจารณาการจัดตั้งระบบอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเวชภัณฑ์การแพทย์ที่จำเป็นในกรณีฉุกเฉินในภูมิภาค และการส่งเสริมการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาต้านไวรัสและวัคซีนป้องกันโรคระบาด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับโครงการนำร่องระบบสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออก (East Asia Emergency Rice Reserve -EAERR) ที่ประชุมรับทราบข้อตกลง ของที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน+3 ที่เห็นชอบ ให้ขยายระยะเวลาของโครงการนำร่องระบบสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออก ออกไปถึงวันที่ 28 ก.พ. 2553 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยให้พยายามศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนากลไกสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออก ให้เป็นกลไกถาวรภายใต้โครงการ &amp;quot;ระบบสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียน+3&amp;quot; (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve -APTERR)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศจะสนับสนุนข้าวจำนวน 300,000 ตันสำหรับโครงการ EAERR เพิ่มจากที่ญี่ปุ่นสนับสนุนข้าวจำนวน 250,000 ตัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ประชุม เห็นชอบให้จัดตั้งกลไกด้านสิทธิมนุษยชนอาเซียน ในชื่อ &amp;quot;คณะกรรมาธิการระหว่ารัฐบาลอาเซียน&amp;quot; รวมทั้งการจัดตั้งกลไกในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งในการตีความกฎบัตรอาเซียนด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ร่างขอบเขตองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน (The Asean Inter governmental Commission on Human Rights ) หรือคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ได้มีการรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าไร้เขี้ยวเล็บในการแก้ปัญหา และจะได้มีการเสนอให้กับที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนรับรอง และประกาศจัดตั้งขึ้นในเดือน ต.ค.นี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนปัญหาในเรื่องเกาหลีเหนือ อาเซียนได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ประณามการทดลองขีปนาวุธ และนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และขอให้เกาหลีเหนือกลับเข้าสู่การเจรจา 6 ฝ่ายอีกครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ทุกประเทศ ต่างแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทดลองนิวเคลียร์ใต้ดิน และการยิงจรวดที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยได้เรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างเต็มที่ โดยสนับสนุนให้กระบวนการเจรจาหกฝ่าย สามารถจัดประชุมครั้งใหม่โดยเร็ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านพลังงาน โดยเฉพาะใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน ตลาดน้ำมัน การสำรองน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รวมทั้ง การส่งเสริมการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน+3 ว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติและโครงการความร่วมมืออาเซียน+3 ว่าด้วยกลไกการพัฒนาที่สะอาดในปี 2552&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ข้อเสนอการการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก (East Asia Free Trade Area -EAFTA) ยังอยู่ในขั้นการศึกษา รวมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ของ EAFTA ระยะที่สอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่ปากัวนิวกีนี กับติมอร์ เลสเต้ เป็น 2 ประเทศ ที่กำลังเตรียมตัวเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียน ก็จะได้ประโยชน์จากข้อริเริ่มในการรวมตัวกันในการลดช่องว่างของระดับการพัฒนาระหว่างประเทศอาเซียนเก่าและใหม่ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การประชุมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน(ASEAN Ministerial Meeting: AMM) ครั้งที่ 43 จะจัดที่ประเทศเวียดนาม ราวเดือนกรกฎาคม 2553&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คนทั่วโลกกำลังจับตามองแถลงการณ์ร่วมของสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะ ปัญหาภายในของพม่า โดยเห็นว่า องค์การสหประชาชาติ ควรจะมีบทบาทพิเศษต่อกระบวนการสร้างความปรองดองภายในพม่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พร้อมทั้งสนับสนุนบทบาทที่ต่อเนื่องของสหประชาชาติต่อกระบวนการประชาธิปไตย ในพม่า ซึ่งต้องมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่า งๆ มีความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สนับสนุนให้พม่าจัดการเลือกตั้งในปี 2553 ที่เป็นอิสระ ยุติธรรม และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเชี่ยน ยินดีที่รัฐบาลพม่ากับองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดภายหลังเหตุการณ์ไซโคลนนาร์กิส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีไทย และในฐานะประธานอาเซียน ระบุว่า การพิจารณาคดีนางออง ซาน ซู จี นั้นเป็นเรื่องภายในของพม่า ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการศาล ซึ่งอาเซียน จะไม่เข้าไปก้าวก่าย โดยจะรอดูผลการตัดสิน และหาทางในการแก้ไขต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่นางคลินตัน มีท่าทีที่แข้งก้าวโดยเห็นว่า &amp;quot;พม่าดำเนินการไปในทางตรงกันข้ามกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ สหรัฐฯมีจุดยืนที่จะเน้นย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องการที่จะเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของรัฐบาลพม่าและคิดว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ก็อยากเห็นเช่นกัน&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000084126&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ASTVผู้จัดการ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20090725/1436#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/442">region</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Sat, 25 Jul 2009 02:54:36 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1436 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>จับตา 5 อุตสาหกรรมไทย ส่อเจ๊ง จากผลการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างสมาชิกอาเซียนเต็มรูปแบบในปี 2558</title>
 <link>http://arayachon.org/news/20090714/1410</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่ 14 ก.ค. 2552 นาย&lt;b&gt;อัทธ์ พิศาลวานิช&lt;/b&gt; ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
กล่าวถึง ผลการศึกษาผลกระทบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(เออีซี)ที่จะเปิดเสรีทางการค้าระหว่างสมาชิกอาเซียนเต็มรูปแบบในปี 2558
ที่มีต่อเศรษฐกิจการค้าของไทยใน 12 กลุ่มสินค้าว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้ภาพรวมไทยจะได้ประโยชน์ทางการค้า
แต่จะมีการย้ายเงินทุนและแรงงานเกิดขึ้น จนทำให้ 5
อุตสาหกรรมของไทย เพิ่มความเสี่ยง จนอาจต้องปิดกิจการ ได้แก่ &lt;b&gt;อุตสาหกรรมประมง
อาหารสัตว์แปรรูป สิ่งทอ แร่ธาตุ และปิโตรเลียม&lt;/b&gt;
ที่อาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแทน เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา
เพราะประเทศเพื่อนบ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่า และมีค่าแรงงานต่ำกว่าไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศ มกค.กล่าวว่า “ ไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจที่จะเสียหาย แรงงานใน 5 ภาคอุตสาหกรรม ก็จะถูกปลด
รวมถึงอาชีพวิศวกรรม บัญชี ของสิงคโปร์ อาจเข้ามาแย่งงานไทย
มีปัญหาต่อภาคแรงงานในอนาคต 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์
และจัดทำยุทธศาสตร์การเปิดรับเออีซีในอีก 6 ปีอย่างจริงจัง
เพราะตอนนี้เท่าที่สอบถามหอการค้าในหลายจังหวัด
ยังไม่ทราบว่าเออีซี จะเริ่มในปีไหน และไม่รู้มีผลดี ผลเสียอย่างไร ”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับรายละเอียดผลการศึกษาการปรับลดภาษีในกรอบเออีซีในปี 58 พบว่า
ทำให้เศรษฐกิจไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2558 เพิ่มขึ้น
1.75% หรือมีมูลค่า 203,951 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 29,135
ล้านบาท เติบโตเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์
และทำให้การส่งออกของไทยไปอาเซียนเพิ่มขึ้น 2.7% มูลค่าเพิ่มขึ้น 160,487
ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 22,925 ล้านบาท 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.6%
หรือมูลค่าเพิ่มขึ้น 113,703 ล้านบาท หรือนำเข้าเพิ่มขึ้นปีละ 16,242
ล้านบาท โดยไทยจะเกินดุลการค้า 46,786 ล้านบาท
โดยสินค้าเกินดุลการค้ามากที่สุด คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน และเกษตรแปรรูป
แต่จะขาดดุลในกลุ่มปิโตรเลียม และกลุ่มผลิตภัณฑ์แร่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้
เมื่อแยกเป็นกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรแปรรูป
จะเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น 12.5% สินค้าเกษตรและปศุสัตว์เกินดุลการค้าเพิ่ม
16.5% สินค้าประมงเกินดุลเพิ่ม 6.7% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ขาดดุลการค้าน้อยลง 84% 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สิ่งทอ เกินดุลการค้าเพิ่ม 13.9% เคมีภัณฑ์ ยาง
และพลาสติก เกินดุลเพิ่มขึ้น 12.6% ผลิตภัณฑ์ไม้ เกินดุลเพิ่มขึ้น 14.9%
ปิโตรเลียม ขาดดุลเพิ่ม 4.5% ผลิตภัณฑ์แร่ ขาดดุลเพิ่มขึ้น 16.3%
เหล็กและโลหะ ขาดดุลเพิ่ม 7.2% &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านนาย&lt;b&gt; ชัยนันท์ อุโฆษกุล&lt;/b&gt;
ประธานคณะอนุกรรมการการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงว่า เมื่อเปิดเสรีแล้ว
ทุกประเทศจะออกมาตรการกีดกันทางการค้า ที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษีเพิ่มมากขึ้น
เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในของตัวเอง
ซึ่งจะเป็นอุปสรรคการค้ามากกว่าการเก็บภาษีอีก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เช่น อินโดนีเซีย
ห้ามนำเข้าอาหารฮาลาลโดย อ้างว่าไทยมีกรรมวิธีการผลิตที่ขัดหลักศาสนาอิสลาม
ซึ่งต้องการให้รัฐบาลนำมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของแต่ละประเทศ
ไปหารือในระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมทางการค้า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.thairath.co.th/content/eco/19531&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ไทยรัฐ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนภายในประเทศประชาคมอาเชี่ยน  เป็นทิศทางของภูมิภาคอาเชี่ยนและเป็นทิศทางของโลกในยุคปัจจุบัน การเปิดเสรี ดังกล่าว นอกจากมีผลดีนานัปการแล้ว แน่นอนว่า ย่อมต้องมีผลเสียด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น รัฐและเอกชนไทย จึงต้องมีโครงการและมาตราการในการช่วยเหลือและบรรเทาผลเสียจากการรวมตัวดังกล่าว โดยการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของกิจการที่ได้รับผลเสียจากการเปิดเสรีดังกล่าว ทั้งยังต้องส่งเสริมให้กิจการที่ได้รับผลดี ขยายและช่วงชิงโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนอย่างเต็มที่ด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่าทีที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่การต่อต้านการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนของประชาคมอาเชี่ยน ซึ่งเป็นท่าทีที่ล้าหลังและเป็นปฏิกริยา แต่จะต้องส่งเสริมผลดีและบรรเทาผลเสีย ดังกล่าวข้างต้น 
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20090714/1410#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/4">Economics</category>
 <pubDate>Tue, 14 Jul 2009 18:50:38 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1410 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ไทยเปิดเสรีบริการเพิ่มอีก 143 รายการ ต่อประเทศสมาชิกกลุ่มอาเชี่ยน</title>
 <link>http://arayachon.org/news/20090630/1387</link>
 <description>&lt;p&gt;
นาง&lt;b&gt;นันทวัลย์ ศกุนตนาค&lt;/b&gt; อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ เปิดเผยว่า
ขณะนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน อยู่ระหว่างการเสนอข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้า
บริการชุดที่ 7 เพื่อเปิดเสรีธุรกิจภาคบริการให้แก่สมาชิกอาเซียนเพิ่มขึ้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามกำหนดสมาชิกจะต้องส่งตารางข้อผูกพันภายในเดือน พ.ค.2552
แต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้
คาดว่าจะมีการยื่นตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดที่เพิ่มขึ้นภายในการประชุม
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ในเดือน ส.ค.นี้ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับไทยมีการเสนอข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมต่อสภาผู้
แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 190
ได้รับความเห็นชอบแล้ว ขณะที่
ครม.มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการยื่นข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุด
ที่ 7 ต่อสำนักงานเลขาธิการอาเซียนได้ ซึ่งก็ได้ดำเนินการไปแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ธุรกิจบริการในข้อผูกพันเปิดตลาดบริการชุดที่ 7 ประกอบด้วย สาขาบริการ 10 สาขา เป็น&lt;b&gt;สาขาบริการย่อยทั้งหมด 143 รายการ&lt;/b&gt; ได้แก่ &lt;b&gt;บริการ
ด้านธุรกิจ การสื่อสาร ก่อสร้าง การจัดจำหน่าย การศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว นันทนาการ วัฒนธรรมและการกีฬา
การขนส่งและบริการอื่น ๆ ที่ไม่จัดอยู่ในบริการข้างต้น&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งธุรกิจบริการทั้ง 143 รายการ อนุญาตให้ต่างชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียน
มีสิทธิถือหุ้นในนิติบุคคลที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยได้ไม่เกิน 49% ตาม
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดไว้” นางนันทวัลย์ กล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกเหนือจากข้อจำกัดด้านการถือหุ้นแล้ว ยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ
ในการกำกับดูแลธุรกิจ เช่น ข้อกำหนดสัดส่วนเรื่องผู้ให้บริการ
ซึ่งเป็นบุคลากร การกำหนดให้ผู้บริหารในนิติบุคคล ต้องเป็นคนไทย
การกำหนดเรื่องทุนขั้นต่ำในการลงทุน
โดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับภายใต้กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง
กับการขออนุญาตในการประกอบกิจการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม เมื่อไทยเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติม ประเทศในอาเซียนอื่น
ก็ต้องเปิดตลาดเพิ่มเช่นเดียวกัน
ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปลงทุนในธุรกิจบริการ
ตามที่สมาชิกอาเซียนได้ผูกพันไว้
การลงทุนของไทยจะได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาลของสมาชิกอาเซียนที่เป็นธรรม
รวมทั้งลดความเข้มงวดในการใช้มาตรการและกฎระเบียบต่างๆ ต่อการลงทุนของไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า
ไทยน่าจะได้ประโยชน์ในการดึงดูดการลงทุนเข้ามาประเทศ
และเป็นการส่งสัญญาณด้านบรรยากาศการลงทุนที่ดีต่อประเทศนอกภูมิภาคอาเซียน
ด้วย เพราะข้อผูกพันของไทยแสดงให้เห็นถึงการดำเนินการของภาครัฐ
ในการเปิดให้มีการลงทุนจากต่างประเทศภายใต้ข้อผูกพันเป็นลายลักษณ์อักษร
มีความโปร่งใสและชัดเจน สร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20090629/55236/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B6%E0%B8%94-%E0%B8%81.%E0%B8%A1.%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20090630/1387#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/4">Economics</category>
 <pubDate>Tue, 30 Jun 2009 02:52:07 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1387 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า ! </title>
 <link>http://arayachon.org/editorial/20090602/1339</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;a href=&quot;/news/20090602/1338&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;การลงนามในข้อตกลงเปิดการค้าเสรีทั้งสินค้า-บริการ-ลงทุน
ระหว่างอาเซียน-เกาหลีใต้&lt;/a&gt; เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นหลักไมล์
ของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนซึ่งมีประชากร รวมกันถึง 650 ล้านคน อีกครั้งหนึ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังที่ ประธานาธิบดี&lt;b&gt; ลีม ยองบัค&lt;/b&gt;แห่งเกาหลีใต้ ได้กล่าวว่า ในปี 2015 อันเป็นปีที่อาเซียนบรรลุเป้าหมาย ในการรวมกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว
&amp;quot;&lt;b&gt;กลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน น่าจะมีความสำคัญและมีขนาดล้ำหน้าสหภาพยุโรปเสียอีก&lt;/b&gt;
&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันบ่งบอกว่า ทิศทางและอนาคตของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนคือ
การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เป็นเอกภาพกันมากขึ้น
จากการรวมกันเป็นตลาดเดียวกัน ไปสู่ฐานการผลิตเดียว
ไปสู่ระบบการเงินเดียวกัน ไปสู่เอกภาพทางการเมืองและการต่างประเทศ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คือ
ก้าวไปสู่การสถาปนา &lt;b&gt;สหพันธรัฐอาเชี่ยน&lt;/b&gt; ซึ่งเป็น&lt;b&gt; อภิรัฐอาเชี่ยน&lt;/b&gt; ในที่สุด ตามแบบอย่างการรวมตัวของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แน่นอนว่า เส้นทางสายนี้ อาจยาวไกล และยังเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม
นานัปการ ไม่ว่าจะเป็น ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ความแตกต่างของระบอบเศรษฐกิจ การเมือง
และระดับการพัฒนา
ลัทธิชาตินิยมคับแคบของชนชั้นปกครอง การต่อต้านจากกลุ่มหัวรุนแรงคับแคบ ในแต่ละประเทศ ฯลฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พัฒนาการของระบอบทุนนิยมของโลกและโลกาภิวัฒน์ ในหลายสิบปีมานี้
ได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและยาวไกล ต่อทุกชนชั้นในประเทศเหล่านี้
บัณฑิตและผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศเหล่านี้ ตระหนักรู้ ร่วมกันว่า การที่ประเทศในกลุ่มอาเชี่ยน จะสามารถเผชิญหน้ากับ วิกฤติครั้งแล้ว ครั้งเล่าของระบอบทุนนิยมโลก สามารถพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรได้ตลอดรอดฝั่ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศในกลุ่ม จะต้องสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือกัน ดำเนินการปฎิรูปครั้งใหญ่
และพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของแต่ละประเทศให้ทันสมัย นอกจากทางสายนี้
ก็ไม่มีหนทางอื่นให้เลือกเดินอีก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ธง 3
ผืนตามคำขวัญของเราคือ &lt;b&gt;ประชาธิปไตย ปฏิรูป สมานฉันท์ ยังคงถูกต้อง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า ! &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่องเดิมที่เกี่ยวข้อง &lt;a href=&quot;/news/20070811/187&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;สิงคโปร์เร่งเครื่องอภิรัฐอาเซียน
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/editorial/20090602/1339#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/418">intergation</category>
 <pubDate>Tue, 02 Jun 2009 23:43:00 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1339 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>10 ผู้นำประเทศอาเซียน ลงนาม &quot;ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน&quot;</title>
 <link>http://arayachon.org/news/20090303/1134</link>
 <description>&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2552 ระหว่างเวลา 11.15-11.30 น. นาย&lt;b&gt;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&lt;/b&gt; นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ ได้ร่วมลงนามเอกสารผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ได้แก่ &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน&lt;/b&gt; ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2009 – 2015 ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี 
&lt;/p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ให้การรับรองและออกเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการ ประชุมฯ อีก 6 ฉบับ และรับทราบเอกสารอีก 7 ฉบับ รวมทั้งเป็นพยานเอกสารที่ลงนาม โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 1 ฉบับ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เอกสารที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนให้การรับรอง จำนวน 6 ฉบับ&lt;/b&gt; ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่สอง ค.ศ. 2009-2015&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. ปฏิญญาร่วมว่าด้วยการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษในอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5. แถลงการณ์ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งแผนนโยบาย บูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6. แถลงการณ์ว่าด้วยวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เอกสารที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนรับทราบ จำนวน 7 ฉบับ&lt;/b&gt; ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. รายงานประจำปีของเลขาธิการอาเซียน เรื่องการดำเนินงานของอาเซียน ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. รายงานของเลขาธิการอาเซียน ว่าด้วยพัฒนาการการอนุวัติแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. รายงานของเลขาธิการอาเซียน ว่าด้วยการติดตามผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. รายงานของผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5. สรุปรายงานตารางความคืบหน้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และตารางความคืบหน้าประชาคมอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6. รายงานการดำเนินโครงการเผยแพร่ ปีแห่งความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2551&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
7. รายงานว่าด้วยการแข่งขันเพลงประจำอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เอกสารที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นพยาน จำนวน 1 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
***********&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;center&gt;&lt;b&gt;แถลงการณ์ของประธานอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;/center&gt;
	&lt;br /&gt;
	ในโอกาสการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 อำเภอชะอำ วันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2552   โดยสำนักโฆษกฯ (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	1. เราประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ของรัฐสมาชิกของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มาพบกันที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย เป็นครั้งแรกภายใต้กฎบัตรอาเซียน ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์- 1 มีนาคม 2552 
	&lt;p&gt;
	เราได้หารือกันอย่างกว้างขวางเปิดกว้างและบรรลุผลสำเร็จ ภายใต้หัวข้อหลัก “&lt;b&gt; กฎบัตรอาเซียนเพื่อประชาชนอาเซียน&lt;/b&gt; ”&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;กฎบัตรอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	2. เราได้ฉลองการมีผลใช้บังคับของกฎบัตรอาเซียน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 กฎบัตรนี้ได้วางกรอบทางกฎหมายและทางสถาบัน สำหรับอาเซียนให้เป็นองค์การที่มีกฎหมายเป็นพื้นฐาน มีประสิทธิภาพและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อปูทางไปสู่การบรรลุประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ในการนี้ เราได้มีอาณัติให้องค์กรต่าง ๆ ของอาเซียนปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎบัตรอาเซียนโดยสมบูรณ์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	3. เรายินดีในผลสำเร็จของการประชุม ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของเรา กับสมาชิกของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน ซึ่งในระหว่างนั้น ข้อเสนอแนะต่างๆ ได้มีขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับ สภาพบุคคลทางกฎหมายของอาเซียน การจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทและประเด็นทางกฎหมายอื่นๆ ภายใต้กฎบัตรอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	4. เรายินดีกับความคืบหน้าในการจัดตั้ง คณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว คณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียน ปรับปรุงการประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียน และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนภายนอกภูมิภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	5. เราชื่นชมความก้าวหน้าของคณะทำงานระดับสูง ว่าด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ซึ่งได้เสนอร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรารับทราบว่า การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียน จะเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะทำให้ อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ด้วยเหตุนี้ เราตกลงว่า องค์กรนี้ ควรเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ ภายในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ในช่วงปลายปี 2552&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	6. เราย้ำถึงความจำเป็น ที่จะต้องจัดสรรทรัพยากรอย่างพอเพียง อันรวมถึงงบประมาณและบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ของสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อให้สำนักเลขาธิการอาเซียน สามารถบรรลุภารกิจและความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นตามกฎบัตรอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;การเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ในระดับภูมิภาค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;เสถียรภาพทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	7. เราชื่นชมแถลงการณ์ร่วม สำหรับสื่อมวลชนของการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน+3 สมัยพิเศษที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งสะท้อนถึงพันธกรณีที่แน่วแน่ของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศ + 3 ที่จะร่วมมือกัน แก้ไขผลกระทบในทางลบของวิกฤตการณ์การเงินโลกปัจจุบัน ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	8. เรายินดีต่อความคืบหน้าของข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี และชื่นชมต่อการตัดสินใจ ที่จะเพิ่มจำนวนเงินของข้อริเริ่มเชียงใหม่ฯ จากที่เคยตกลงกันไว้ที่ 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินที่เพียงพอ และการทำให้กระบวนการเฝ้าระวังมีความเข้มแข็งมากขึ้น 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี จะสามารถเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ ที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่น และรื้อฟื้นเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาค เราเรียกร้องให้รัฐมนตรีคลัง ทำงานต่อไปกับประเทศ+3 เพื่อเร่งรัดกระบวนการข้อริเริ่มเชียงใหม่แบบพหุภาคี 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการดำเนินการ ตามข้อริเริ่มตลาดพันธบัตรเอเชีย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตลาดการเงินในภูมิภาค โดยเสนอทางเลือกที่เพิ่มขึ้นและความหลากหลายของรูปแบบ ในการออมและการลงทุนในภูมิภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	9. เราเห็นพ้องกันว่า นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่สวนกระแสและประสานงานกันมากขึ้น เป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินโลก บางรัฐบาลได้ดำเนินแผนกระตุ้นทางการเงิน เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ รวมทั้งดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อให้ภาคธนาคารสามารถดำเนินการได้ต่อไป 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราจะพยายามต่อไปเพื่อทำให้แน่ใจว่าโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม อยู่ในสถานะที่จะบรรเทาผลกระทบ ต่อคนยากจนและกลุ่มผู้เสียเปรียบทางสังคม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	10. เราตกลงที่จะทำงานคู่ขนานกับข้อเสนอแนะของที่ประชุมสุดยอดของกลุ่ม G-20 โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูปสถาบันและตลาดการเงินระหว่างประเทศ เรายึดมั่นที่จะต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้การค้าโลกเลวร้ายลงและทำให้การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจล่าช้า&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	11.  เราตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ และความต้องการของอาเซียนที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และกับประเทศคู่เจรจาอื่นๆ เพื่อให้การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ที่กรุงโคเปนเฮเกนประสบผลสำเร็จ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	12. เราตระหนักถึงความต้องการที่จะแก้ไขปัญหา ที่เกี่ยวโยงกัน ระหว่างความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างรอบด้าน เราให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทั้งภาคการผลิตและภาคการจัดจำหน่าย 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราจะทำให้แน่ใจว่า ทรัพยากรและเทคโนโลยี จะได้รับการจัดสรรอย่างเพียงพอเพื่อเพิ่มผลผลิตทาง อาหาร ขณะที่กลไกที่เหมาะสม จะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อขจัดการบิดเบือนทางการตลาด สำหรับอาหาร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความมั่นคงด้านอาหารในยามวิกฤต 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรายินดีต่อความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่ ในการจัดตั้งกองทุนสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนกับประเทศ +3 เพื่อเป็นกลไกถาวรในภูมิภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	13. เรารับทราบความสำคัญของความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อที่จะรับประกันการเพิ่มพูนความมั่นคงและความยั่งยืนของพลังงาน โดยอาศัยการทำให้มีความหลากหลายของทรัพยากร การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากร การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างกว้างขวาง 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ในการนี้ เรายินดีต่อการลงนามในความตกลงอาเซียน ว่าด้วยความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นคุณูปการสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงาน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	14. เราเน้นความจำเป็น ที่จะกระชับความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ เราเน้นย้ำความจำเป็นที่จะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ในสัดส่วนที่มากขึ้น 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ในการนี้ เราได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ร่วมกันกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณ ของพลังงานทดแทน ร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่นๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เราได้ตกลงที่จะพิจารณาลู่ทางในการพัฒนาภูมิภาคนี้ เป็นศูนย์กลางสำหรับการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;การจัดการด้านภัยพิบัติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	15.  เรายินดีกับความสำเร็จของกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไซโคลนนาร์กิส และให้คำมั่นจะสนับสนุนพม่า ในความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยต่อไป โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวแผนฟื้นฟูและเตรียมความพร้อม หลังภัยพิบัติไซโคลนนาร์กิส 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรายินดีต่อมติที่ประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ของกลุ่มแกนนำสามฝ่ายจนถึงเดือนกรกฎาคม 2553 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราตกลงที่จะพัฒนากลไกระดับภูมิภาค ในลักษณะบูรณาการ เพื่อรับมือกับมหาภัยพิบัติในอนาคต เรารับทราบข้อเสนอของประเทศไทย ที่จะให้การฝึกอบรมและการเพิ่มขีดความสามารถ ในการจัดการภัยพิบัติ โดยศูนย์เตรียมความพร้อมด้านภัยพิบัติในเอเชีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	16. เราตกลงที่จะให้เลขาธิการอาเซียน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของอาเซียน ซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที เมื่อได้รับการร้องขอจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่ประสบภัย ในกรณีมหาภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติธรรมชาติหรือโรคระบาด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษและการลดช่องว่างการพัฒนา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	17. เรายินดีกับความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ โดยเฉพาะในด้านการให้การศึกษาในเบื้องต้น ความเท่าเทียมกันทางเพศและการต่อสู้กับโรคติดต่อ เราย้ำความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสมดุล ระหว่างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กับการพัฒนาทางสังคมและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความพยายามของเราในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	18. เราเน้นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ของความพยายามร่วมกันในการลดช่องว่างการพัฒนา เพื่อ ทำให้ประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางบรรลุผล 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรารับรองแผนงานของข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวกันของอาเซียน ฉบับที่ 2 ระหว่างปี 2552-2558 และรับทราบว่า แผนงานดังกล่าว รวมทั้งแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนสามเสาหลัก จะช่วยผลักดันให้กระบวนการสร้างประชาคมเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสมดุล ครอบคลุมและยั่งยืน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประชาคมการเมืองและความมั่นคง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	19. เรายินดีที่แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียนแล้วเสร็จ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	แผนงานดังกล่าว ได้ตั้งเป้าหมายให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีกฎเกณฑ์และมีค่านิยม และบรรทัดฐานร่วมกัน เป็นภูมิภาคที่เป็นปึกแผ่น มีสันติภาพ เสถียรภาพและมีความสามารถตอบสนองกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดมั่นความรับผิดชอบร่วมกันต่อความมั่นคงอย่างรอบด้าน และเป็นภูมิภาคที่ มองออกไปสู่ภายนอกและมีพลวัตร ในโลกที่มีความพึ่งพาซึ่งกันและกันและบูรณาการมากขึ้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	20. เราเรียกร้องให้ดำเนินการ ตามแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนด้านการเมือง และความมั่นคงอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคของเรา รวมทั้งเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และสวัสดิการของประชาชนอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ในการนี้ เรามอบหมายให้คณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน จัดลำดับความ สำคัญของการดำเนินการและกิจกรรม เพื่อให้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน บรรลุผลตามเป้าหมายและสอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	21. เราชื่นชมผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 3 ที่เมืองพัทยา ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งมีความสำคัญ ต่อการสร้างประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และเสริมสร้างความสามารถของอาเซียน ในการจัดการกับความท้าทายทางความมั่นคง ใน รูปแบบใหม่ อันรวมถึงภัยพิบัติต่างๆ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	22. เรายินดีกับผลการประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งแรก โดยเฉพาะระบบใบคะแนนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ใช้สำหรับติดตามผลการดำเนินการตามพันธกรณีของเรา และแผนการสื่อสารของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะเสริมสร้างความตระหนักในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	23. เราชื่นชมความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น หลังจากการลงนามปฏิญญาว่าด้วยแผนงาน การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่เกิดขึ้นในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้ง ที่ 13 ที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 และเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจอาเซียน อย่างทันกาลภายใต้หัวข้อ “ก้าวเดินด้วยกัน ทำงานร่วมกันไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;สินค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	24. เราชื่นชมผลสำเร็จของการจัดทำความตกลงอาเซียนว่าด้วยการค้าสินค้า และการลงนามความ ตกลงดังกล่าว โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราตระหนักว่า ความตกลงฉบับนี้ ได้บรรจุองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ที่จะเสริมสร้างความโปร่งใส ความแน่นอนและการคาดการณ์ได้ ภายในกรอบทางกฎหมายของอาเซียน และเสริมสร้างระบบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน อันมีความสำคัญต่อประชาคมธุรกิจอาเซียนและผู้บริโภค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	25. เราได้แสดงความยินดีต่อการจัดทำความตกลง ยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียนสำหรับ การตรวจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยา ตลอดจนการลงนามความตกลงดังกล่าว โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;การบริการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	26. เรารับทราบความคืบหน้าสำคัญที่มีขึ้น ในการเปิดเสรีการค้าบริการในรอบต่างๆ ของการเจรจากรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน นอกจากนี้ เราพอใจในการดำเนินงานในการเจรจารอบที่ 5 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน ซึ่งส่งผลให้มีการลงนามพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;การลงทุน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	27. เรายินดีกับการลงนามความตกลง ว่าด้วยการลงทุนฉบับครอบคลุม (เอซีไอเอ) ในระหว่างการประชุมสุดยอดปีนี้ เราชื่นชมที่จะนำเสนอเอซีไอเอที่ทันท่วงที เนื่องการความตกลงฉบับครอบคลุมนี้จะทำให้อาเซียนเป็นที่น่าสนใจ ในฐานะจุดหมายของการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;การท่องเที่ยว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	28. เราชื่นชมพันธกรณีและความพยายามของรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ในการส่งเสริมบูรณาการด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน ปี 2554-2558 และการจัดทำแนวพื้นที่เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรารับทราบมาตรการแก้ไข เพื่อตอบสนองต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจ โดยการประกาศให้ ปี 2551 -2553 เป็นปีแห่งเยาวชนนักเดินทาง ภายใต้ข้อคิดริเริ่มอาเซียนด้านการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;วาระการพัฒนารอบโดฮา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	29. เรายืนยันเจตนารมณ์ที่จะบรรลุผล วาระการพัฒนารอบโดฮา ดังนั้น เราเรียกร้องให้สมาชิกองค์การการค้าโลก โดยเฉพาะผู้มีบทบาทสำคัญ ให้เร่งรัดการเสริมสร้าง และใช้ความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถสรุปรอบการเจรจานี้ได้ เรายังเรียกร้องให้ประเทศผู้ค้าทั้งปวง ระงับการเพิ่มการกีดกันทางการค้าหรือ การใช้มาตรการบิดเบือนทางการค้า ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ที่อ่อนไหวของตลาดโลกเลวร้ายลง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	30. เราเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้ว เพิ่มความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนา และโดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มพูนการมีส่วนร่วมของประเทศเหล่านั้นในการค้าโลก รวมทั้งลดแรงกระทบจากวิกฤตการณ์โลกในปัจจุบัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	31. เราเรียกร้องให้ เอื้ออำนวยและเร่งรัดกระบวนการภาคยานุวัติองค์การการค้าโลก ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาของประเทศนั้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	32. ด้วยส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถมีบทบาทสำคัญในการรองรับผลกระทบของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยการสร้างงานในภาคการผลิตและการบริการ จุดแข็งของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ควรจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พัฒนาต่อไป และป้องกันไม่ให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	บรรษัทที่เติบโตขึ้นทั้งหลาย ควรจะถูกส่งเสริมให้เป็นหุ้นส่วนกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในสาขาเดียวกัน รวมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เข้ากับห่วงโซ่การผลิตต่างๆ และให้ความสนับสนุนในเรื่องการวิจัยและการพัฒนา การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แนวทางดำเนินการ และเทคโนโลยี 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	โดยที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญอันดับแรกๆ ที่อยู่ในแผนงานการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราจึงควรเร่งรัดการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างๆ ในการนี้ เราได้มอบหมายให้คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พัฒนาแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ที่มุ่งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และปรับตัวต่อสถานการณ์ในภูมิภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	33. เรารับรองแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นแผนงานในการมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อความเป็นปึกแผ่น เป็นเอกภาพ และมีอัตลักษณ์ร่วมกัน ตลอดจนสร้างสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและด้วยการผสมกลมกลืน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เป็นประชาคมซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี การทำมาหากิน และสวัสดิการของประชาชนได้รับการส่งเสริม โดยคำนึงถึงที่กล่าวนี้ เราเน้นความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือ ในการพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคม ความยุติธรรมและสิทธิต่าง รวมถึงมุ่งให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน และการลดช่องว่างทางการพัฒนา&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	34. เราสนับสนุนให้รัฐสมาชิกอาเซียน ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอาเซียนในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนผ่านการศึกษาและวัฒนธรรม 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ภายใต้การศึกษา เราเห็นว่า การจัดทำหลักสูตรอาเซียนของแต่ละชาติ ในการศึกษาทุกระดับ จะช่วยเตรียมเยาวชนของเราให้พร้อม สำหรับการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จจากประชาคมอาเซียน รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาตลอดชีพและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับอาเซียนและความรู้เกี่ยวกับอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชน ในพื้นที่ท้องถิ่นที่ถูกละเลยและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	35. เราเน้นความสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน ดังนั้น เราจึงยินดีกับการริเริ่มของไทย ในการจัดตั้งสมาคมอาเซียน-ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นเวทีให้ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการก่อตั้งประชาคมอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราส่งเสริมให้รัฐสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ให้จัดตั้งกลไกในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อให้เกิดเป็นเครือข่าย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแบ่งปันข้อมูลและกิจกรรมระดับภูมิภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	36. เราต้อนรับเพลง The ASEAN Way เป็นเพลงประจำอาเซียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นผลที่เป็นรูปธรรม จากการดำเนินการตามกฎบัตรอาเซียน เพลง The ASEAN Way นี้ เป็นลิขสิทธิ์ของอาเซียน โดยสำนักเลขาธิการอาเซียนเป็นหน่วยงานหลัก ที่จะดูแลการใช้เพลงดังกล่าวอย่างเหมาะสม 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราส่งเสริมให้ใช้เพลงดังกล่าว ในการประชุมอย่างเป็นทางการและกิจกรรมภายในอาเซียน รวมทั้งการประชุมกับประเทศคู่เจรจา เราสนับสนุนให้รัฐสมาชิกอาเซียน เผยแพร่เพลงประจำอาเซียนภายในประเทศของตน โดยการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นและปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นๆ เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราได้เน้นถึงความจำเป็น ที่จะพัฒนาความคิดและความรู้สึก ของการเป็นพลเมืองอาเซียนซึ่งมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน ตลอดจนคุณค่าและหลักการของอาเซียนด้วย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ประเด็นในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;พม่า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	37. เราได้หารืออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาพม่า นายเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่าได้กล่าวสรุปเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมือง และความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 7 ขั้นตอนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในพม่า 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราสนับสนุนให้รัฐบาลพม่า อำนวยความสะดวกต่อกระบวนการปรองดองแห่งชาติ ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างเอกภาพแห่งชาติ อันจะนำไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในพม่า เราเรียกร้องพม่าให้ร่วมมือกับผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนต่อไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	38. เราได้มีการหารือที่เป็นประโยชน์ ในเรื่องผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในมหาสมุทรอินเดีย โดยตระหนักถึงความซับซ้อนและละเอียดอ่อน โดยที่ประเด็นนี้ เป็นปัญหาระดับภูมิภาคและมีนัยด้านมนุษยธรรม 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราได้ตกลงที่จะเพิ่มการแลกเปลี่ยนทัศนะ และทำงานร่วมกันภายในอาเซียน ในขณะเดียวกัน ปัญหานี้ ควรได้รับการแก้ไขในบริบทที่กว้างกว่า รวมทั้งกระบวนการบาหลี โดยรวมประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่านและประเทศปลายทาง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;สถานการณ์ในฉนวนกาซา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	39. เราได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งเกิดจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล เราเน้นว่า สวัสดิการและการกินดีอยู่ดีของชาวปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซามีความสำคัญสูงสุด 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราเรียกร้องให้มีการเข้าถึง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่มีอุปสรรค แก่ชาวปาเลสไตน์ทั่วพื้นที่ฉนวนกาซา เพื่อช่วยบรรเทาความยากลำบากของชาวปาเลสไตน์ เราสนับสนุนทุกความพยายาม ทั้งระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ที่จะนำมาซึ่งการหยุดยิงอย่างถาวร&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	40. เราเน้นความสำคัญของการส่งเสริมการฟื้นฟูบูรณะในฉนวนกาซา และความจำเป็นที่จะได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ เราเรียกร้องให้ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ในการประชุมระหว่างประเทศที่จะส่งเสริมการบูรณะฟื้นฟูในฉนวนกาซา ที่จะจัดโดยอียิปต์ในเดือนมีนาคม 2552 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรายินดีต่อความพยายามที่จะทำให้ ชาวปาเลสไตน์มีความปรองดองกัน โดยเฉพาะความตกลงล่าสุดระหว่างกลุ่มปาเลสไตน์ต่าง ๆ ที่จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เราเรียกร้องความพยายามครั้งใหม่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาคมระหว่างประเทศที่จะนำมาซึ่งสันติภาพที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ที่จะมีรัฐประชาธิปไตยสองรัฐ ได้แก่ อิสราเอล และปาเลสไตน์ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ภายใต้เขตแดนที่มั่นคงและได้รับการยอมรับ ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติที่ 1850 (2008) และข้อริเริ่มสันติภาพของอาหรับ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ การหารือระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ควรจะมีขึ้นโดยเร็วที่สุด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;ความสัมพันธ์ภายนอกของอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	41. เรายินดีต่อการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำอาเซียน ของประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก ซึ่งเอกอัครราชทูตเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาภายนอก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	42.เรายินดีต่อการที่จะมีการจัดการประชุมสุดยอด เพื่อฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 20 ปี อาเซียน – เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2552 (2009) ณ เกาะเจจู เกาหลีใต้ เราเห็นร่วมกันว่า การประชุมสุดยอด จะเป็นโอกาสดีที่จะทบทวนความสัมพันธ์ใน 20 ปีที่ผ่านมา และกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	43. เราตระหนักว่าความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีของอาเซียน ที่มีอยู่กับประเทศคู่เจรจาต่างๆ มีความสำคัญในการเสริมสร้างการเข้าถึงตลาด สำหรับผลิตผลและบริการของอาเซียน ตลอดจนเป็นพื้นฐานสำหรับอาเซียน ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่แฟ้นกับเขตเศรษฐกิจต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและในภูมิภาคอื่นของโลก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	44. ในการนี้ เราชื่นชมความคืบหน้าในการทำให้ ความตกลงการค้าสินค้าอาซียน-จีน ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลีใต้ และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement) มีผลใช้บังคับ 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เรารับทราบด้วยความยินดี ที่ความตกลงการลงทุนอาเซียน-จีนแล้วเสร็จ ซึ่งจะได้มีการลงนามระหว่างการประชุมสุดยอดกับประเทศคู่เจรจา ในเดือนเมษายน 2552&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	45. เราขอแสดงความยินดีต่อการลงนามความตกลง ว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ เรายังเชื่อว่าความตกลงดังกล่าวเป็นพัฒนาการสำคัญ ต่อการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าสินค้าและบริการของภูมิภาค ให้ขยายออกไปภายนอกอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	46. เราสนับสนุนข้อเสนอของไทยที่จะจัดการประชุมอาเซียน+1 อาเซียน+3 และ การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10 – 12 เมษายน 2552 นอกจากนั้น เรายังได้เรียกร้องให้ประเทศคู่เจรจาที่เกี่ยวข้อง หาข้อยุติเกี่ยวกับกำหนดวันประชุมสุดยอด กับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;เรื่องอื่น ๆ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	47. เราขอยืนยันพันธกรณี ในการสร้างอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ในการนี้ เราพอใจกับผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการ กับกลุ่มผู้แทนของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม ได้ก่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน เยาวชนอาเซียน และภาคประชาสังคมอาเซียน และเราได้ชื่นชมข้อสังเกต ที่มีประโยชน์จากสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน ในช่วงการประชุมระหว่างอาหารกลางวันด้วย
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/15736&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20090303/1134#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/292">thailand</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Tue, 03 Mar 2009 01:30:43 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1134 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>กฎบัตรอาเซียน : ต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน</title>
 <link>http://arayachon.org/rethink/20090228/1122</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;โดย :&lt;/b&gt; &lt;b&gt;นุศจี ทวีวงศ์  เมื่อ : &lt;/b&gt;26/02/2009
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 
พ.ศ. 2546 ผู้นำอาเซียน ได้มีการลงนามในปฏิญญาความร่วมมืออาเซียนฉบับที่สอง &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(Bali 
Concord II) &lt;/span&gt;เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นที่จะก่อตั้งประชาคมอาเซียน และกำหนดให้มีความร่วมมือกันในสามด้านหลัก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม ความตกลงนี้เป็น&lt;b&gt;การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 
ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน&lt;/b&gt;ขึ้น ซึ่งเรียกกันว่าเป็น&lt;b&gt;สามเสาหลักของอาเซียน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src=&quot;http://www.thaingo.org/images3/asean_summit.jpg&quot; align=&quot;right&quot; border=&quot;1&quot; vspace=&quot;9&quot; width=&quot;300&quot; height=&quot;178&quot; hspace=&quot;9&quot; /&gt; 
และในวันที่ 20 พฤศจิกายน  พ.ศ 2550 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 13 ที่ประเทศสิงคโปร์ 
ได้มีการลงนามยอมรับกฎบัตรอาเซียน &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ASEAN Charter) &lt;/span&gt;และพิมพ์เขียวแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
(ASEAN Economic Community Blueprint - AEC) &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยการลงนามในครั้งนี้เป็นการแสดงถึงเจตจำนงของสมาคมประชาชาติอาเซียนที่ต้องการผนึกความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ 
เป็นองค์กรระหว่างรัฐที่มีกฎกติกาของตนเองร่วมกัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กฎบัตรอาเซียนนั้น คือข้อตกลงที่กำหนดกรอบโครงสร้าง วัตถุประสงค์และหลักการขององค์กรอาเซียน 
อีกทั้งยังกำหนดถึงวิธีปฏิบัติของเหล่าประเทศสมาชิกและกระบวนการปกครองร่วมกันอีกด้วย 
ซึ่งกล่าวได้ว่ากฎบัตรอาเซียนนั้น เปรียบเสมือนกับรัฐธรรมนูญที่ใช้ปกครองกลุ่มประเทศสมาชิกอาเชียนนั่นเอง 
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กฎบัตรอาเซียนนั้น ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยตลาด
เป้าหมายที่จะผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกัน &lt;b&gt;เป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว&lt;/b&gt;
มีการตีความแนวเดียวคือ &lt;b&gt;การเปิดเสรีให้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันแบบเสรี&lt;/b&gt;
โดยไม่ได้ใส่ใจถึงทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหล่านี้ปรากฎชัดเจนอยู่ในพิมพ์เขียว แผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กำหนดเป้าหมายว่า 
ภายใน&lt;b&gt;ปี พ.ศ. 2558 อาเซียนจะกลายเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว &lt;/b&gt;ความพยายามจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวนั้นเริ่มมาตั้งแต่ การจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน 
&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(AFTA)&lt;/span&gt; ในปี 2535 ซึ่งมีการดำเนินงานตามโครงการลดภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากประเทศอาเซียนด้วยกัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยมีเป้าหมายที่จะขจัดภาษีศุลกากรให้หมดไป ภายในปี พ.ศ. 2553&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
(ค.ศ. 2010) &lt;/span&gt;สำหรับประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ และภายในปี พ.ศ. 2558 &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ค.ศ. 
2015)&lt;/span&gt;
สำหรับสมาชิกใหม่ 4 ประเทศคือ &lt;b&gt;กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม&lt;/b&gt;
รายการสินค้าอ่อนไหวทั้งหมดที่ยกเว้นไว้ จะต้องนำมาเข้าโครงการนี้ทั้งหมดภาย ในปี พ.ศ. 2561 &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ค.ศ. 2018)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่การปฏิบัติตามพันธะกรณี ในการเปิดตลาดก็เลื่อนมาโดยตลอด ความพยายามผลักดันกลไกการเปิดเสรีอีกรายการหนึ่ง 
คือ&lt;b&gt;ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
(ACMECs) &lt;/span&gt;ในปี 2547 รายการนี้ค่อนข้างได้ผล เห็นได้ชัดเจนคือ ข้าวโพดราคาถูกทะลักทะลายมาจากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำแม่โขงและลุ่มน้ำอิรวดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการเร่งรัดการหลอมรวมตลาดและฐานการผลิตของประชาคมอาเซียน แผนประชาคมเศรษฐกิจได้เน้น 
2 เรื่องเป็นพิเศษ คือ รายการสาขาการผลิตที่จะเร่งลดภาษีนำเข้าเป็นอันดับแรก &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(Priority 
Integration Sectors)&lt;/span&gt;
และอาหาร การเกษตร และ ป่าไม้
ซึ่งภาคการผลิตที่จะลดภาษีนำเข้าเป็นอันดับแรก นั้นมีอยู่ 12 สาขา คือ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลิตภัณฑ์เกษตร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง
สิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม ผลิตภัณฑ์จากไม้ การเดินทางทางอากาศ
สินค้าและบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์และสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
(e-ASEAN)&lt;/span&gt; บริการสุขภาพ การท่องเที่ยว และงานพลาธิการ&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
(การจัดการด้านธุรการ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พอจะคาดเดาได้ว่า กฎบัตรและพิมพ์เขียว จะทำหน้าที่สำคัญในการบังคับดำเนินการตามพันธะกรณีอย่างจริงจัง 
และเป็นจริง ซึ่งหมายความว่า อาเซียนทุกประเทศ จะเปิดให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า 
บริการ การลงทุน และแรงงานที่มีฝีมือข้ามพรมแดนของกันและกันได้อย่างเสรีเต็มที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #000099&quot;&gt;นอกเหนือจากการเปิดตลาดเสรียังมีความพยายามในการจัดตั้ง 
&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&amp;quot;ธนาคารอาหารสำรองอาเซียน&amp;quot; &lt;/span&gt;ที่แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตการเกษตร ดูเหมือนจะไปเข้าทางบรรษัทเทคโนโลยี่การเกษตร 
ที่พยายามผลักดันส่งเสริมพันธุ์ลูกผสมที่เป็นหมัน ร้ายกว่านั้นคือ&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt; 
จีเอ็มโอ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img src=&quot;http://www.thaingo.org/images3/asean_logo.jpg&quot; align=&quot;right&quot; vspace=&quot;9&quot; width=&quot;175&quot; height=&quot;175&quot; hspace=&quot;9&quot; /&gt;ที่น่าสังเกตอย่างยิ่งคือ 
ในพิมพ์เขียวเศรษฐกิจ ที่เน้นเรื่องการเปิดเสรี ภาคอาหาร เกษตร และป่าไม้ ไม่ได้กล่าวถึง 
เกษตรกรรายย่อย ชาวประมงรายย่อย แม้แต่คำเดียว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น จากการเปิดเสรีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีสินค้าเกษตรภายใต้โครงการเก็บเกี่ยวล่วงหน้าไทย-จีน 
&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(Early Harvest Program) &lt;/span&gt;ที่ส่งผล ในการลดภาษีนำเข้าและอำนวยความสะดวก ในการนำเข้าส่งออก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ได้ส่งผลให้พืชผักนำเข้าจากจีนเข้าสู่ 
ตลาดไทยได้ดียิ่งขึ้น เฉพาะพืชที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากของถูกจากประเทศจีนมาตีตลาดได้แก่ 
กระเทียม หอมแดง และหอมหัวใหญ่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วน เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย เอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ 
ก็ได้ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 150,000 คน และผู้เลี้ยงโคเนื้อนับล้านครอบครัว จะสูญเสียอาชีพ 
ในระยะ 10-20 ปี มีการประกาศแนวนโยบายให้เกษตรกรปรับตัว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ให้สู้กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของความรู้ เจ้าของพันธุ์วัวเนื้อ วัวนมให้ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มิฉะนั้นก็ต้องเลิกอาชีพไป 
เนื่องจากนม เนื้อ ถูกกว่าจากประเทศเหล่านั้น มาตีตลาด เรื่อยมาจนถึงการทำข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลุ่มน้ำอิรวดี 
เจ้าพระยา และแม่โขง&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; (ACMECS) &lt;/span&gt;ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในปีนี้ ที่ข้าวโพดอาหารสัตว์ราคาถูกกว่าจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาถล่มตลาดบ้านเรา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จนเกิดภาพชาวไร่ข้าวโพดพากันชุมนุมประท้วงปิดถนนไปทุกจังหวัดที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ 
มาถึงยุควิกฤตพลังงาน วิกฤตอาหาร เรื่อยมาถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ทิศทางการพัฒนาที่ยิ่งมุ่งหน้าสู่การเปิดเสรี 
ยิ่งดูเป็นการเปิดทางให้ บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรในภูมิภาคแสวงหา กอบโกยประโยชน์จากระบบการผลิต 
และการค้า อาหาร และการเกษตรอีกระลอกใหญ่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราเริ่มได้ยินข่าว การลงทุนของนักลงทุนขนาดใหญ่ มาแสวงหาที่ดินทำนาปลูกข้าว 
ธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายไปหาที่ดินอุดมสมบูรณ์ ในภูมิภาคแม่โขง ทำไร่อ้อย 
สวนยางพาราขนาดใหญ่ การขยายตัวของพืชพลังงาน ไปจนถึงการเพาะเลี้ยงชายฝั่งขนาดใหญ่ 
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: #000099&quot;&gt;&lt;b&gt;คณะทำงานความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายองค์กรชาวบ้าน 
ด้านเกษตร ฐานทรัพยากร เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการค้า ต้องไม่ทำลายวิถีการผลิตวิถีชีวิตของคนแต่ละประเทศ 
&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป้าหมายสำคัญของการพัฒนา ที่จะสร้างความมั่นคงแก่ประชาชนอาเซียนคือ การรักษาอธิปไตยทางอาหารของประชาชน 
หมายถึง การปฏิรูปที่ดินอย่างแท้จริง และการปฏิรูประบบเกษตรกรรมทั้งระบบ บนพื้นฐานของการสร้างความเข้าใจในมิติสังคม 
วัฒนธรรมของประชาชนอาเซียน ลดการแข่งขันทางการค้า แสวงหาความร่วมมือระหว่างประชาชนเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีอาหารและการเกษตร 
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ มีข้อเสนอต่อเวทีประชาชนอาเซียน เพื่อปกป้องอธิปไตยทางอาหารของประชาชนอาเซียนดังต่อไปนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
	&lt;img src=&quot;http://www.thaingo.org/images3/field.jpg&quot; align=&quot;right&quot; border=&quot;1&quot; vspace=&quot;9&quot; width=&quot;230&quot; height=&quot;173&quot; hspace=&quot;9&quot; /&gt;
	&lt;li&gt;ต้องมีการปฏิรูปที่ดินอย่างแท้จริง ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึง ถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ต้องมีการคุ้มครองพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรายย่อย โดยมิให้มีการซื้อขายที่ดินโดยเสรี 
	และมีมาตรการป้องกันทุนขนาดใหญ่มาฮุบที่ดิน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; ต้องคุ้มครองแหล่งประมงพื้นบ้าน &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;คุ้มครองและสร้างความเข้มแข็งจัดการพันธุกรรมของเกษตรกรและชุมชน &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ยุบสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; (IRRI) &lt;/span&gt;ซึ่งนำเอาเมล็ดพันธุ์จากหลายประเทศไปเก็บไว้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงได้ 
	เปลี่ยนมาสนับสนุนการพัฒนาและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างเกษตรกรแต่ละประเทศ 
	ที่ทำให้ระบบพันธุกรรมเป็นทรัพย์สินร่วมกัน และเป็นสิทธิของเกษตรกรอย่างแท้จริง&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นหลักที่เอื้อต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; ส่งเสริมบทบาท สิทธิและอำนาจการตัดสินใจของเกษตรกรผู้หญิง เช่น สิทธิในการจัดการและถือครองที่ดิน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; ส่งเสริมให้อาเซียนเป็นเขตปลอด &lt;b&gt;GMOs&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;จัดทำแผนและปฏิบัติการพัฒนาเกษตรกรเพื่อการพึ่งตนเองในระดับภูมิภาคระยะเร่งด่วน 
	กลาง และยาว 10 ปี&lt;br /&gt;
	ข้อวิพากษ์ของภาคประชาชนไทยต่อสามเสาหลักของอาเซียน อันประกอบด้วย ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 
	ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน กฎบัตรอาเซียน &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ASEAN 
	Charter)&lt;/span&gt; และ พิมพ์เขียวแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ASEAN 
	Economic Community Blueprint - AEC)&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;color: #000099&quot;&gt;&lt;b&gt;ภาคประชาชนไทย
อันประกอบด้วยเครือข่ายต่างๆ ของภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน
และนักวิชาการ
ได้เฝ้าติดตาม ทิศทางการพัฒนาของสมาคมประชาชาติอาเซียนและบทบาทของรัฐบาลไทย
ในสมาคมประชาชาติอาเซียนนี้อย่างใกล้ชิด
และมีข้อวิพากษ์จากฐานผลประโยชน์ของประชาชนไทยและประชาชนแห่งภูมิภาคอาเซียน
ดังนี้คือ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ol type=&quot;1&quot;&gt;
	&lt;li&gt; &lt;img src=&quot;http://www.thaingo.org/images3/famer.jpg&quot; align=&quot;right&quot; border=&quot;1&quot; vspace=&quot;9&quot; width=&quot;230&quot; height=&quot;173&quot; hspace=&quot;9&quot; /&gt;ที่ผ่านมา นับแต่ก่อตั้งสมาคมประชาชาติอาเซียนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 
	อาเซียนยังคงเป็นเรื่องของรัฐบาล ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ไม่มีช่องทางและกลไกรูปธรรมที่ประชาชนจะสามารถเสนอแนะแนวคิด 
	ทิศทางของอาเซียน ไม่มีแผนงานที่จะสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน &lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&lt;b&gt;&amp;quot;อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;quot;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt; 
และ &lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&lt;b&gt;&amp;quot;การเสริมสร้างหลังประชาชน&amp;quot; &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน 
ข้อที่ 13 และข้อที่ 10 จึงยังคงเป็นแต่เพียงวาทกรรมที่ยากจะเป็นจริง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2. ความแตกต่างกันของลัทธิการเมือง ระบอบการปกครองของบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน 
และหลักการไม่แทรกแซง &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(non intervention)&lt;/span&gt;
กิจการภายใน การกระทบกระทั่งและข้อพิพาทต่างๆ ที่มีระหว่างกันของรัฐสมาชิก
เป็นความท้าทายประการสำคัญของสมาคมประชาชาติอาเซียนในการสร้างความร่วมมือ
ด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม ให้&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; &amp;quot;แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น&amp;quot;&lt;/span&gt; 
ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 2 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3. การมุ่งเน้นแต่เฉพาะเสาหลักด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง และการเลือกระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยตลาดเป็นทิศทางร่วมกันของรัฐสมาชิก 
และการมีเป้าหมายที่จะผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกันเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน การเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า 
บริการ และการลงทุน เพื่อความสะดวกของนักธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้มีความสามารถพิเศษหรือแรงงานที่มีทักษะฝีมือ 
&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 5)&lt;/span&gt; จะเป็นผลประโยชน์เฉพาะธุรกิจข้ามชาติ 
และธุรกิจขนาดใหญ่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่กลับจะกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อย ประมงรายย่อย 
ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นประชาชนพื้นฐานของทุกรัฐสมาชิก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.มีโครงการความร่วมมือขนาดใหญ่จำนวนมากที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ภายใต้ข้ออ้างของการพัฒนา 
และการแสวงหาแหล่งพลังงาน ที่รัฐสมาชิกที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทำต่อรัฐสมาชิกที่ยากจน 
ส่งผลในทางทำลายระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีการเกษตรและการพึ่งตนเองของชุมชน 
และเป็นเหตุแห่งความยากจนของเกษตรกร กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง
&lt;/p&gt;
5. ประเด็นสิทธิมนุษยชนยังคงเป็นประเด็นที่ถูกละเลยในบรรดารัฐสมาชิกของสมาคมประชาชาติอาเซียน 
แม้จะมีการระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนในแถลงการณ์ร่วมที่สิงคโปร์เมื่อปี 2546&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt; 
( ค.ศ.1993&lt;/span&gt;) แต่การมุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงทางการเมืองและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รวมทั้งหลักการไม่แทรกแซง &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;(non intervention) &lt;/span&gt;กิจการภายในระหว่างกันของรัฐสมาชิก 
และการไม่ยอมรับบทบาทขององค์กรภาคประชาชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ปฏิบัติการจริงอยู่ในภูมิภาค 
เป็นอุปสรรคอย่างสำคัญในการพัฒนาประเด็นสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน 
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #000099&quot;&gt;ข้อเสนอของภาคประชาชนไทย ต่อรัฐบาลไทย และสมาคมประชาชาติอาเซียน 
เพื่อการก้าวไปข้างหน้า บนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาคประชาชนไทยจึงมีข้อเสนอรัฐบาลไทยและสมาคมประชาชาติอาเซียน เพื่อการก้าวไปข้างหน้า 
บนผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงของประชาชนแห่งภูมิภาคอาเซียน ดังนี้
&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
	&lt;li&gt; สมาคมประชาชาติอาเซียนต้องมีความจริงใจและกระตือรือร้น ที่จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 
	โดยการพัฒนาช่องทางกลไก และแผนงาน ที่จะนำไปสู่ &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&amp;quot;อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&lt;b&gt; 
	&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;และ &lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&amp;quot;การเสริมสร้างหลังประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;color: #ff0000&quot;&gt;&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: #000099&quot;&gt; 
	&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 13 และข้อที่ 
	10 &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;แนว
	นโยบายใดๆ เสาหลักใดๆ กฎบัตรใดๆ และพิมพ์เขียวใดๆ
	ของสมาคมประชาชาติอาเซียน จะต้องถูกทบทวน
	เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
	เพื่อเพิ่มพูนความเป็นอยู่ที่ดีและการดำรงชีวิตของประชาชน
	เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการพัฒนามนุษย์
	สวัสดิการสังคม และความยุติธรรม ตามที่ระบุไว้ในความมุ่งประสงค์ของอาเซียน
	ข้อที่ 11 และเสริมสร่างคุณค่าของสันติภาพในภูมิภาค
	ตามความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ข้อที่ 11&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; สมาคมประชาชาติอาเซียน จะต้องเพิ่มการให้ความสำคัญกับเสาหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรม 
	ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ส่งเสริมการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ ลดช่องว่างการพัฒนา 
	สร้างหลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการสร้างทางเลือกการพัฒนา 
	แทนการมุ่งเน้นแต่เฉพาะเสาหลักด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง และยกเลิกการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน 
	และการผูกโยงเศรษฐกิจของทุกประเทศเข้าด้วยกันเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; มีโครงการความร่วมมือขนาดใหญ่จำนวนมากที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ที่รัฐสมาชิกที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทำต่อรัฐสมาชิกที่ยากจน 
	ส่งผลในทางทำลายระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีการเกษตรและการพึ่งตนเองของชุมชน 
	และเป็นเหตุแห่งความยากจนของเกษตรกร กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองจะต้องได้รับการทบทวน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	ประเด็นสิทธิมนุษยชนจะต้องถูกยกระดับขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนของภูมิภาค
	สมาคมประชาชาติอาเซียนจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกสิทธิมนุษยชนของอา
	ซียน
	ดำเนินการขจัดข้อจำกัดและอุปสรรคขัดขวางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน
	และทำงานร่วมกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;img src=&quot;http://www.thaingo.org/images3/asean_map.jpg&quot; align=&quot;right&quot; border=&quot;1&quot; vspace=&quot;9&quot; width=&quot;200&quot; height=&quot;282&quot; hspace=&quot;9&quot; /&gt;รัฐไทยในฐานะรัฐสมาชิกที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ 
	จะต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างภูมิภาคนี้ให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ 
	ความปรองดอง การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค 
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ชะลอการเปิดเสรีสินค้าเกษตร อาหาร หากจะเปิดเสรีให้มีการเจรจาเปิดเป็นรายสินค้า 
	ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบการผลิต ความต้องการและนโยบายความมั่นคงทางอาหารแต่ละประเทศ 
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ส่ง
	เสริมการค้าที่เป็นธรรม เสริมสร้างเกษตรกรรายย่อยเพื่อการค้า
	ส่งเสริมการผลิตที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรงและเอื้ออำนวยกับเกษตรกรราย
	ย่อย&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; สร้างกลไก และมาตรการในการกำกับควบคุมพฤติกรรมของธุรกิจการเกษตรข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่ง 
	ในประเด็นการใช้ที่ดิน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการทำสัญญาที่เป็นธรรมในกรณีเกษตรพันธะสัญญา&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;
	มีมาตราการ ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่
	โดยเฉพาะโครงการที่เกิดจาการการลงทุนระหว่างประเทศจำกัดขอบเขตการใช้
	ประโยชน์ที่ดินของภาคอุตสาหกรรมในบางพื้นที่ &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;สนับสนุนให้มีกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่มีอำนาจ และบทบาทแท้จริงในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกภาคส่วนในอาเซียน 
	&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ต้อง
	กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยของทุกประเทศที่เป็นฐานเดียวกันทั้ง
	นี้กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนต้องคุ้มครองสิทธิเกษตรกรรายย่อย
	ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์เอฟเอโอ &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;สนับสนุนการรวมกลุ่มและความร่วมมือของเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยระหว่างประเทศในภูมิภาค 
	เพื่อสร้างองค์กรเกษตรกรในอาเซียน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt; พัฒนาการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;
เรื่องราวในกฎบัตรอาเซียนเป็นประเด็นสำคัญที่ยังไม่อาจสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคม ขณะเดียวกัน จะสามารถทำให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงได้แค่ไหน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความแตกต่างระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเอง ก็ยังคงเป็นปัญหาในการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้ 
และยังคงเป็นเรื่องที่ยังจะต้องถกร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในประเทศไทยเองภาคประชาชน 
องค์กรพัฒนาเอกชน ได้พยายามอย่างยิ่ง ที่จัด&lt;b&gt;เวทีคู่ขนาน&lt;/b&gt; เพื่อนำข้อเสนอในภาคประชาชนเอง สู่เวทีการประชุมอาเซียนที่จะเกิดขึ้น 
ซึ่งเวทีนี้จำเป็นจะต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน เพื่อผลักดันไปสู่ทิศทางที่ดี 
เพราะมันคือการมีส่วนร่วมที่แท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;span style=&quot;color: #666666&quot;&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;หมายเหตุ: &lt;/b&gt;ข้อมูลจาก กปพอช. &lt;a href=&quot;http://www.ngosthailand.com%20/&quot;&gt;www.ngosthailand.com&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - &lt;a href=&quot;http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1101&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ไทยเอ็นจีโอ&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/rethink/20090228/1122#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/274">economics</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/286">world</category>
 <pubDate>Sat, 28 Feb 2009 10:49:02 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1122 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>15 ธ.ค.นี้ ฉลองกฎบัตรอาเซียน บังคับใช้ที่กรุงจาการ์ตา </title>
 <link>http://arayachon.org/news/20081213/930</link>
 <description>&lt;p&gt;
ก.ต่างประเทศ 12 ธ.ค. 2551- บัวแก้วยืนยันไทยเป็นประธานอาเซียน เว้นแต่มีปฏิวัติ พบผู้นำฝ่ายค้านสนับสนุนเร่งพิจารณากรอบหารืออาเซียน เตรียมฉลองกฎบัตรอาเซียนบังคับใช้ 15 ธ.ค.นี้ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นาย&lt;b&gt;วิทวัส ศรีวิหค&lt;/b&gt; อธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่ารัฐบาลเตรียมแต่งตั้งผู้แทนในการเดินทางไปประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 15 ธันวาคม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะมี 2 วาระคือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การฉลองกฎบัตรอาเซียนซึ่งมีผลใช้บังคับ ในวันที่ 15 ธันวาคมเป็นวันแรก และวาระที่ 2 คือการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 10  ประเทศ ที่จะมีขึ้นเป็นครั้งแรกที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน  ทั้งนี้ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะร่วมกล่าวสุนทรพจน์ ร่วมกับผู้แทนไทย โดยมีทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา เอกชน นักวิชาการกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวิทวัส กล่าวว่า ในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ จะมีการพูดคุยถึงการปรับกำหนดการการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 โดยไทยจะย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน จนครบวาระในปี 2552 และยืนยันว่าการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น โดยจะไม่มอบตำแหน่งประธานอาเซียนไปยังประเทศอื่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ยกเว้นเหตุเดียวที่จะมอบตำแหน่งประธานฯ ไปยังประเทศอื่น คือ การปฏิวัติ ซึ่งเราจะไม่สามารถดึงรั้งตำแหน่งประธานอาเซียนไว้ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สถานการณ์การเมืองของไทยแทนที่จะเป็นเรื่องภายในประเทศ กลับถูกประเทศสมาชิก จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่า ในการประชุมครั้งนี้ หลายประเทศต้องการรับฟังสถานการณ์และความเชื่อมั่นจากไทยในการจัดประชุม และต้องการรับฟังคำยืนยันจากไทยในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน  และสอบถามว่าการจัดประชุมจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมหรือเร็วกว่านั้นได้หรือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม การยกตำแหน่งประธานอาเซียนให้ประเทศอื่นนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะประเทศไทยมีหน้าที่จัดประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15 ในเดือนตุลาคมปีหน้าอีกครั้ง และยังมีการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย” อธิบดีกรมอาเซียน กล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวิทวัส กล่าวว่า เช้าวันนี้ (12 ต.ค.) ได้พบกับนาย&lt;b&gt;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&lt;/b&gt; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากการจัดประชุมอาเซียนเป็นวาระแห่งชาติ และเห็นสอดคล้องกับกระทรวงการต่างประเทศว่า ต้องการจัดประชุมผู้นำอาเซียนที่ประเทศไทย หากเป็นไปได้ก็ควรจะจัดให้เร็วขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ขณะนี้เหลือเพียงการพิจารณาเอกสารข้อตกลงของการประชุมอาเซียนที่จะต้องนำเข้าที่ประชุมสภา โดยขณะนี้เอกสารผ่านคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในการขอมตินำเอกสารทั้ง 30 ฉบับ เข้าผ่านการพิจารณาในที่ประชุมสภาฯ อีกครั้ง และขอให้เร่งพิจารณาในโอกาสแรกเท่าที่เป็นไปได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยนายอภิสิทธิ์ เห็นว่า น่าจะมีการประชุมสภาขึ้นมา พิจารณาเอกสารข้อตกลงของที่ประชุมอาเซียนเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม หวังว่าเหตุการณ์การเมืองจะคลี่คลาย เพราะกระทบต่อการประชุมผู้นำอาเซียน และการประชุมอาเซียน ร่วมกับยูเอ็น และองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลังด้วย.
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - &lt;a href=&quot;http://www.mcot.net/inside-headline.php?nid=2609&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;สำนักข่าวไทย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/news/20081213/930#comments</comments>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/319">asean</category>
 <category domain="http://arayachon.org/taxonomy/term/8">Security</category>
 <pubDate>Sat, 13 Dec 2008 03:33:51 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">930 at http://arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>
