<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>ริมคลองแสนแสบ</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab</link>
 <description></description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ชนชั้นคนงานคอปกขาว คือชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุดของสังคมไทย</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080507/447</link>
 <description>&lt;p&gt;
คุณอรทัย ปิ่นเก็จมณี ได้สรุปในบทความเรื่อง &lt;a href=&quot;http://firelamtung.com/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=119&amp;amp;Itemid=1&quot;&gt;ชนชั้นและรัฐในสังคมไทย ตอนที่ 2 &lt;/a&gt;ที่เว็บไฟลามทุ่ง ว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot; การต่อสู้ทางชนชั้นเพื่อโค่นล้ม การปกครองที่กดขี่ขูดรีดของชนชั้นผู้ปกครอง จึงเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีแต่เสริมสร้างและเข้าร่วมกับขบวนการต่อสู้ของประชาชน&lt;b&gt;ที่นำโดยชนชั้นกรรมกร&lt;/b&gt; โดยมีชนชั้นชาวนาเป็นพันธมิตร และมีชนชั้นกลาง ชนชั้นนายทุนชาติและชนชั้นอื่นๆ เป็นแนวร่วมที่ทรงพลัง จึงจะแก้ปัญหาของประเทศชาติ ของสังคมไทย ของครอบครัวและของตนเองได้อย่างแท้จริง &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เข้าใจว่า ชนชั้นกรรมกรที่คุณอรทัยหมายถึง กรรมกรตามโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโดยทั่วไป คือกรรมกรที่ขายแรงงานทางกาย ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ที่เรียกกันว่า &lt;b&gt;คนงานคอปกน้ำเงิน (blue colar)&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในประวัติศาสตร์ ชนชั้นนำของการปฏิวัติสังคม ไม่ใช่ชนชั้นซึ่งเป็นคู่ความขัดแย้งหลักของสังคมเดิม เช่น&lt;br /&gt;
ในสังคมทาส ชนชั้นใหม่ที่ปฏิวัติและทำลายสังคมทาสลงไป คือชนชั้นศักดินาที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นทาส
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในสังคมศักดินา ชนชั้นใหม่ที่ปฏิวัติและทำลายสังคมศักดินาลงไป คือชนชั้นนายทุนที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นไพร่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในสังคมทุนนิยม ชนชั้นใหม่ที่จะปฏิวัติและทำลายสังคมทุนนิยมลงไป คือชนชั้นใหม่ที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกรรมกร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มาร์กซ เรียก ชนชั้นใหม่ นี้ว่า &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Proletariat&quot;&gt;Proletarians&lt;/a&gt; หรือ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Working_class#Marxist_definition&quot;&gt;working class&lt;/a&gt; ซึ่งนักปฏิวัติรุ่นก่อนแปลเป็นไทยว่า &lt;b&gt;ชนชั้นกรรมาชีพ&lt;/b&gt;และได้รับการอธิบายต่อมาว่าคือ&lt;b&gt; ชนชั้นกรรมกร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในประวัติศาสตร์การปฏิวัติสังคมของมนุษย์ ไม่มีหลักฐานว่า มีชนชั้นกรรมกรประเทศไหน นำการปฏิวัติอย่างแท้จริงและได้รับผลสำเร็จ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การปฏิวัติรัสเซีย จีน เวียตนาม คิวบา ฯลฯ ชนชั้นกรรมกรไม่ใช่ชนชั้นนำการปฏิวัติ เพียงแต่มีบทบาทเป็นพันธมิตรและสนับสนุนการปฏิวัติ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ชนชั้นทางสังคม (&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Social_class#Dialectics.2C_or_historical_materialism.2C_in_Marxist_class&quot;&gt;Social Class&lt;/a&gt;)ที่ก้าวหน้ากว่าชนชั้นกรรมกร คือ แรงงานรับจ้างที่ทำงานโดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นสำคัญ ที่เรียกกันว่า &lt;b&gt;คนงานคอปกขาว (white collar)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;คนงานคอปกขาว&lt;/b&gt; มีความรู้การศึกษา มีวิทยาการที่ก้าวหน้า เป็นผู้ปฏิบัติ(doer) และมีลักษณะจัดตั้ง(organize)&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;คนงานคอปกขาว &lt;/b&gt;ก้าวหน้ากว่ากรรมกร ซึ่งเป็นคนงานคอปกน้ำเงิน (blue colar) ตรงที่มีความรู้ ความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ ทันสมัย มีวัฒนธรรมและมีความสามารถในการนำและการจัดการที่ก้าวหน้ากว่า&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;คนงานคอปกขาว&lt;/b&gt; ก้าวหน้ากว่าปัญญาชน ตรงที่มีลักษณะจัดตั้งและมีลักษณะปฏิบัติ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กล่าวโดยสรุป ชนชั้นนี้ คือ &lt;b&gt;ชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุดและคือชนชั้นนำของการปฏิวัติไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ชนชั้นนี้ ปรากฎตัวขึ้นบนเวทีประวัติศาสตร์ในฐานะบริวารและลูกจ้างของชนชั้นนายทุน&lt;br /&gt;
ระบอบทุนนิยม ยิ่งพัฒนาไป ชนชั้นนี้ ก็เพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกที &lt;br /&gt;
และทวีบทบาทความสำคัญในการควบคุมบริหารกิจการต่างไของสังคมมากขึ้นทุกที
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อชนชั้นนี้ สำนึกว่าประวัติศาสตร์ได้พัฒนามาจนถึงเวลาที่ชนชั้นนี้ ต้องรับภาระในการนำการปฏิวัติสังคม&lt;br /&gt;
และจะรับภาระนี้ได้ ก็แต่โดยพวกเขาจะต้องรวมตัวกันและจัดตั้งกันขึ้น เมื่อนั้น ชนชั้นนี้ ก็จะตื่นขึ้น เรียกว่าเกิดสำนึกทางชนชั้นและสำนึกทางประวัติศาสตร์( &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Class_consciousness&quot;&gt;History and Class Consciousness &lt;/a&gt;)ขึ้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อนั้น การปฏิวัติในระดับโครงสร้างเพื่อเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพและการพัฒนาก้าวหน้าอย่างแท้จริงของสังคมไทย จึงสามารถเกิดขึ้นได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนี้ คำขวัญของเรา คือ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ชนชั้น&lt;/b&gt;&lt;b&gt;คนงานคอปกขาว (white collar)ทั่วไทยและทั่วโลก จงรวมกันเข้า !&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เลนิน กล่าวว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ไม่มีทฤษฎีปฏิวัติ ก็ไม่อาจมีการเคลื่อนไหวปฏิวัติ&lt;/b&gt; &amp;quot; &lt;br /&gt;
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ &lt;b&gt;ไม่มีทฤษฎีปฏิวัติ ก็ไม่อาจมีพรรค(การเมือง)ที่ปฏิวัติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
มีแต่พรรคปฏิวัติ ที่มีทฤษฎีปฏิวัติชี้นำ จึงสามารถเป็นพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชนอย่างแท้จริง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพลี่ยงพล้ำ เหตุสำคัญข้อหนึ่ง &lt;br /&gt;
คือพรรคไม่มีและไม่สามารถใช้ทฤษฎีปฏิวัติ มาชี้นำการปฏิวัติของไทยได้อย่างถูกต้อง&lt;br /&gt;
นับตั้งแต่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พังทะลายลงจนปัจจุบันแทบไม่มีบทบาทใดๆ&lt;br /&gt;
ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อย ก็ยังมีความใฝ่ฝันและเรียกร้องต้องการ พรรคที่ปฏิวัติที่สามารถเป็นทางเลือกของประชาชนได้อย่างแท้จริง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีคนจำนวนไม่น้อย เช่น &lt;a href=&quot;http://www.oknation.net/blog/prachachon/2008/04/11/entry-1&quot;&gt;คุณสุวิทย์ วัดหนู&lt;/a&gt; ฯลฯ ที่ใฝ่ฝันและพยายามที่จะสร้างพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชน &lt;br /&gt;
แต่ความพยายามเหล่านั้น ยังไม่สำเร็จ&lt;br /&gt;
เหตุสำคัญข้อหนึ่ง คือ ถึงวันนี้ ไทยยังไม่มี&lt;b&gt;ทฤษฎีปฏิวัติที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จึงเป็นหน้าที่ของชนชั้นคนงานคอปกขาว ที่จะแสวงหาและใช้ทฤษฎีปฏิวัติอย่างถูกต้อง&lt;br /&gt;
ที่จะโฆษณาและเผยแพร่ทฤษฎีปฏิวัติ รวมทั้งทางออกและแนวทางนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสมกับสังคมไทย&lt;br /&gt;
ที่จะรวมตัวและจัดตั้งกันขึ้น และดำเนินการต่อสู้ทางอุดมการณ์กับชนชั้นนายทุนต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080507/447#comments</comments>
 <pubDate>Wed, 07 May 2008 23:30:45 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">447 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>โชติศักดิ์ อ่อนสูงกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080503/437</link>
 <description>&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551&lt;b&gt;  สนธิ ลิ้มทองกุล&lt;/b&gt; ได้กล่าวใน &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000048775&quot;&gt;รายการยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ&lt;/a&gt; ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ว่า &amp;quot;ทำไมมีเด็กจบจากธรรมศาสตร์
เข้าไปในโรงภาพยนตร์แล้วไม่ยอมลุกขึ้นทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี..
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
..ไปรายงานตัวที่โรงพัก เพื่อนฝูงไปถือป้ายเชียร์ เป็นภาษาอังกฤษว่า
“&lt;b&gt;สิทธิการนั่งหรือการยืน อยู่ที่ผม ผมมีสิทธิจะนั่งหรือจะยืนก็ได้&lt;/b&gt; ”  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สนธิกล่าวว่า คนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ ถูกล้างสมองจากบรรดาหมอผีที่บ้าลัทธิมาร์กซ ที่อยู่ใกล้ทักษิณ
ที่สอนเรื่องสถาบันกษัตริย์ว่าไม่ดี จึงมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เป็นเรื่องผิดปกติในสังคมไทย
และนี่คือเหตุหนึ่งที่พวกเขาต้องลุกขึ้นมาสู้กับระบอบทักษิณ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เด็กจบจากธรรมศาสตร์คนนั้น คือ &lt;b&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูงและจิตรา คชเดช&lt;/b&gt; ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ รายใหม่  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นับจากนั้น คอลัมนิสต์คนสำคัญของกลุ่มผู้จัดการเช่น &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049467&quot;&gt;คำนูญ สิทธิสมาน&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000051748&quot;&gt;ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000051099&quot;&gt;สุรวิชย์ วีรวรรณ&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000051636&quot;&gt;ชัยอนันต์ สมุทรวานิช&lt;/a&gt; ฯลฯ ก็ตั้งแถว เรียงหน้ากระดาน ออกมาโจมตีกรณีโชติศักดิ์อ่อนสูงอย่างถล่มทลาย ชักลากเรื่องนี้ถึงหนังสือพิมพ์ออนไลน์&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;นิตยสารและเว็บ&lt;a href=&quot;http://www.sameskybooks.org/&quot;&gt;ฟ้าเดียวกัน&lt;/a&gt; โยงถึงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากนั้นก็เชื่อมไปจนถึงสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจและทักษิณ ชินวัตรในที่สุด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประชาชนทั่วไป ฟังดูเรื่องราวการชักลากเชื่อมโยงดังกล่าว อาจรู้สึกว่า สมเหตุสมผลดี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฟังดู มันน่าจะเป็นแผนการที่มุ่งร้ายต่อสถาบันฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันเป็น&lt;b&gt;แผนการร้ายจริงๆ&lt;/b&gt; ทั้งเป็นแผนการร้ายเก่าแก่ ที่มีการใช้มาหลายครั้งหลายหนแล้ว ในประวัติศาสตร์การเมืองของไทยตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อพศ. 2475 เป็นต้นมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แผนการร้ายที่ว่า คือ&lt;b&gt;การใช้สถาบันฯเป็นเครื่องมือ ในการทำร้ายและทำลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองของกลุ่มตน
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คือ&lt;b&gt;การกล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองของกลุ่มตนว่า ไม่จงรักภักดีและทำผิดข้อหาหมิ่นสถาบันฯ 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
ข้อนี้ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์หรือส.ศิวรักษ์ ได้สังเกตุเห็นเช่นกัน เขาจึงได้กล่าวกับ&lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=106930&quot;&gt;สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น&lt;/a&gt; ว่า การกระทำดังกล่าวเป็น &lt;b&gt;เกมส์การเมือง&lt;/b&gt;ของฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐ เพื่อทำให้ลดความน่าเชื่อถือและใส่ร้ายรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
และพวกว่ามีความพยายามล้มล้างสถาบัน
&lt;b&gt;ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง &lt;/b&gt; 
&lt;p&gt;
โชติศักดิ์เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมตัวยง  เป็นแกนนำกลุ่ม 19 กันยาฯต่อต้านรัฐประหาร ในขณะที่ คมช.ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ ส่งรถถังและทหารถือปืนไปคุมทั่วทุกมุมเมือง เขาและเพื่อนๆ เป็นคนไทยกลุ่มแรกๆที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหาร ด้วยการใส่เสื้อดำ จัดชุมนุม ถือป้ายประท้วงที่สยามสแควร์ด้วยความกล้าหาญและสันติวิธี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เขาไม่ใช่นักการเมืองและไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับพรรคหรือกลุ่มการเมืองใดๆ เขาเพียงเป็นคนที่&lt;b&gt;รักประชาธิปไตย หวงแหนสิทธิเสรีภาพและเกลียดชังเผด็จการรัฐประหาร 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้คนที่รู้จักเขาและรู้เห็นการทำกิจกรรมของเขา ล้วนประจักษ์ใน&lt;b&gt;ความจริงใจและความบริสุทธิ์ใจของเขาและเพื่อนๆ ต่อประเทศชาติและประชาชน
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การพยายามเชื่อมโยงเขาและเพื่อนๆ ว่าเป็นกลุ่มเดียวกับพวกนปก. พีทีวี ทรท. หรือ พปช.&lt;b&gt; เป็นการใส่ร้ายป้ายสี&lt;/b&gt; เป็นการใช้เขาและเพื่อนๆเป็นเหยื่อ เพื่อมุ่งร้ายต่อศัตรูทางการเมืองที่ใหญ่กว่าและเข้มแข็งกว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การพยายามเชื่อมโยงเรื่องของเขาและเพื่อนๆ ว่าเป็นพวกเดียวกันกับฟ้าเดียวกันและประชาไทหรือเป็นพวกมุ่งร้ายต่อสถาบันเหมือนกัน ก็เป็น&lt;b&gt;การใส่ร้ายป้ายสี&lt;/b&gt;และเผยเจตนาร้ายต่อฟ้าเดียวกันและประชาไท ซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจซึ่งมีแนวทางการเมืองต่างกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โชติศักดิ์และเพื่อนๆ เห็นว่า การไม่ยืนในขณะที่มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง เป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ที่รัฐธรรมนูญได้รับรองและคุ้มครองไว้ ไม่ใช่การทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา บางคนอาจเห็นว่าเป็นการทำผิด แบบ&amp;quot;&lt;b&gt;หลายคน ยลตามช่อง&lt;/b&gt;&amp;quot; เห็นต่างกัน เป็นเรื่องธรรมดา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัญหาว่าการกระทำของเขาเป็นความผิดหรือไม่
จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ศาลยุติธรรมมีคำพิพากษา จึงจะมีข้อยุติ ถึงวันนี้ เขาเพียงถูกกล่าวหา ยังไม่ถูกศาลพิพากษา &lt;b&gt;เขาจึงมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการที่จะได้รับการปฏิบัติจากทุกคนในฐานะเป็นผู้บริสุทธิ์ 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ไม่ว่าใคร ก็ไม่มีสิทธิตั้งตัวเป็นศาลเตี้ย ตัดสินปรักปรำเขาและเพื่อนๆตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่าเขาเป็นอาชญากร
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
เมื่อวันที่ &lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;25 &lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ธ.ค. 2550 ศาล&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ยุติธรรม ได้&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.&lt;/span&gt;1065/2549&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; และ อ.&lt;/span&gt;1875/2549 ให้ลงโทษ&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;จำคุก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;จำเลยที่ &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;1&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;(&lt;/span&gt;นายสนธิ ลิ้มทองกุล)&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; &lt;/span&gt;3&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ปี &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;โดยไม่รอการลงโทษ&lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; และให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ &lt;/span&gt;1&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.&lt;/span&gt;1241/2550&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ของศาลอาญาที่พิพากษาจำคุก เป็นเวลา &lt;/span&gt;2&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาทนายภูมิธรรม เวชยชัย โดยคำพิพากษาได้กล่าวว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;การที่จำเลยที่ 1  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&amp;quot; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;พยายามสร้างภาพของโจทก์(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)และผู้สนับสนุนโจทก์
ให้มีภาพยืนอยู่ตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์
และพยายามสร้างภาพของจำเลยกับพวกให้อิงแอบแนบชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์
อันเป็นสถาบันสูงสุดที่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าต้องเทิดทูน เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับพวกไม่จงรักภักดี ทำตัวเสมอพระมหากษัตริย์
หรือไม่ถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์
&lt;b&gt;เป็นการแยกประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีบางส่วน
ให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันพระมหากษัตริย์
นับเป็นอันตราย อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;การที่จำเลยที่ &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;1&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;
พยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพ
เทิดทูนสูงสุดของประชาชนทุกหมู่เหล่า
&lt;b&gt;มาเป็นเครื่องมือในการกำจัดโจทก์กับพวกในทางการเมือง&lt;/b&gt; ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &lt;b&gt;พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง&lt;/b&gt;..&amp;quot; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูคำพิพากษาย่อได้ที่&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&amp;amp;ID=10697&amp;amp;Key=HilightNews&quot;&gt; ประชาไท&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นับจากวันพิพากษาดังกล่าว เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 4 เดือน สนธิ ลิ้มทองกุลและพรรคพวกของเขาที่กลุ่มผู้จัดการ ก็หลงลืมเนื้อหาสาระของคำพิพากษาเสียสิ้น เริ่มร่ายรำกระบวนท่าเดิมๆ อีกแล้ว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หรือพวกเขาไม่เชื่อจริงๆว่า  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ฟ้าย่อมทรงความยุติธรรม คนที่ละเมิดต่อฟ้า ย่อมได้รับโทษ 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080503/437#comments</comments>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 05:06:16 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">437 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>วิจารณ์บทความเรื่อง ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080331/417</link>
 <description>&lt;p&gt;
สืบเนื่องจากกระทู้เรื่อง&lt;a href=&quot;/forum/arayachon/413&quot;&gt; ปรเมศวร์ มินศิริ &amp;amp; บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด : ผู้ดี (จอมปลอม) หรือปีศาจ (ในคราบนักบุญ) ?&lt;/a&gt; ต่อมา คุณกานต์ ยืนยงได้ออกบทความเรื่อง&lt;b&gt;ไปให้ไกลกว่าxxx กระปุก &lt;/b&gt;ที่&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/11656&quot;&gt;เว็บประชาไท&lt;/a&gt; ที่นำมาสู่การวิจารณ์ครั้งนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ มีข้อความยืดยาวถึง 3 หน้าพร้อมเชิงอรรถท้ายบทความอีก 18 หัวข้อ  ดูน่าเชื่อถือ ดูเป็นงานวิชาการ เป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เล่าเรื่องข้อกล่าวหาและคำตอบของปรเมศวร์ สาระสำคัญของบทความที่เสนอใหม่ มี 2 ข้อ คือ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. เรื่องนี้ เป็นการใช้มาตรฐานทางศีลธรรมอย่างเลือกที่รักมักที่ชัง  โดยเปรียบเทียบกับกรณี&amp;quot;ซ้อเจ็ด&amp;quot;ของผู้จัดการออนไลน์&lt;br /&gt;
2. เรื่อง blackhat และ spamdexing ขึ้นอยู่กับการตัดสินของ Google ไม่ได้อยู่ที่ความเห็นของใคร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รวมความคือ &lt;b&gt;เรื่องศีลธรรม ก็ว่ากล่าวไม่ได้ เรื่อง blackhat และ spamdexing ก็ตัดสินไม่ได้ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2.  บทความเสนอว่า ใจกลางของการถกเถียงในเรื่องนี้คือ เรื่อง &lt;b&gt;ภาระความรับผิดชอบในเชิงศีลธรรม (Moral responsibility)&lt;/b&gt; โดยระบุว่า มาตรฐานทางศีลธรรมเป็นเครื่องมือที่ใช้ตัดสินความถูกต้องได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับความเห็นและภูมิหลังของตัวบุคคล  การเรียกร้องให้ปรเมศวร์แสดงความรับผิดชอบในเชิงศีลธรรม (Moral responsibility) เป็นการใช้มาตรฐานทางศีลธรรมอย่างเลือกที่รักมักที่ชัง โดยยกตัวอย่างกรณี &amp;quot;ซ้อเจ็ด&amp;quot;แห่งผู้จัดการออนไลน์ ว่า ทำไมไม่เห็นมีใครไปเรียกร้องแบบเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;คำถามคือ เรื่องปรเมศวร์และxxx.kapook.com เป็นเรื่องภาระความรับผิดชอบในเชิงศีลธรรม จริงหรือ?&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปรเมศวร์เป็นนายก&lt;a href=&quot;http://webmaster.or.th/&quot;&gt;สมาคมผู้ดูแลเว็บ&lt;/a&gt;ซึ่งถือเป็นบุคคลสาธารณะ เขาเคยเป็นผู้จัดการ&lt;a href=&quot;http://www.thaicleannet.com/&quot;&gt;โครงการอินเตอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน&lt;/a&gt;(เขาเพิ่งมาแถลงว่าลาออกมา 5 ปีกว่าแล้ว แต่ยังมีข้อความในหน้าแรก&lt;br /&gt;
ของเว็บโครงการฯซึ่งเขาและทีมงานกะปุกเป็นผู้ดูแล ว่าเขาเป็นผู้จัดการโครงการฯอยู่จนถึงวันนี้   )&lt;br /&gt;
เขาเป็นคนจัดทำโครงการ&lt;a href=&quot;http://www.plawan.com/&quot;&gt;ปลาวาฬเบราเซอร์&lt;/a&gt; ซึ่งมีสโลแกนว่า “ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” (โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สสส. และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)เขายังเป็นเจ้าของ&lt;a href=&quot;http://www.bunditcenter.com/&quot;&gt;บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ  kapook.com ซึ่งเป็นเว็บท่าที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ของเมืองไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อเริ่มมีข่าวเรื่องปรเมศวร์กับxxx.kapook.com ออกมา ชาวเว็บตั้งคำถามแรกว่า การที่เขาไปทำเรื่อง xxx ในตำแหน่งหน้าที่ส่วนตัว เป็นเรื่องที่ขัดแย้ง( conflict of interest )กับการทำหน้าที่ของเขาในตำแหน่งนายกสมาคมเว็บและผู้จัดการ&lt;a href=&quot;http://www.thaicleannet.com/&quot;&gt;โครงการอินเตอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน&lt;/a&gt;ซึ่งเป็นเรื่องส่วนรวม หรือไม่?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในเว็บอารยชน ก็มีกระทู้ตั้งคำถามตั้งแต่แรกว่า &lt;a href=&quot;/forum/arayachon/413&quot;&gt;ปรเมศวร์ มินศิริ &amp;amp; บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด เป็น ผู้ดี (จอมปลอม) หรือเป็นปีศาจ (ในคราบนักบุญ) ?
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่อง &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Conflict_of_interest&quot;&gt;conflict of interest&lt;/a&gt; เป็นเรื่องศีลธรรม ตรงไหน? &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ไม่ใช่เรื่องศีลธรรม  มันเป็นเรื่องหลักการทั่วไปของธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาล&lt;/b&gt;ต่างหากเล่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาวเว็บตั้งคำถามต่อมาว่า เว็บ  kapook.com เป็นเว็บท่าอันดับ 2 ของเมืองไทยได้รับความนิยมจากเยาวชนอย่างสูง การเอาเนื้อหาและเรื่อ xxx มาลง หวังเพิ่มปริมาณคนเข้าเยี่ยมชม เพื่อค่าโฆษณาที่มากขึ้น เป็นการดำเนิน&lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1&quot;&gt;ธุรกิจโดยขาดความรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/a&gt;ไทย(&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Corporate_Social_Responsibility&quot;&gt;Corporat Social Responsibility&lt;/a&gt;) หรือไม่ ?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่องความรับผิดชอบของธุรกิจ(โดยเฉพาะขนาดใหญ่)ต่อสังคม(Social responsibility) มันเป็นเรื่องศีลธรรม ตรงไหน? &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ไม่ใช่เรื่องศีลธรรม มันเป็นเรื่องหลักการทั่วไปของธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาลต่างหากเล่า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่อง&lt;b&gt;ธรรมาภิบาล บรรษัทภิบาล  ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงเรื่องการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบโดยตรงจากประชาชน&lt;/b&gt; เป็นกระแสใหม่และใหญ่ของโลก ปรเมศวร์และกะปุก ไม่ได้ตระหนักถึงกระแสนี้ เขาจึงถูกกระแสนี้ โถมเข้าสาดใส่อย่างที่เห็น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การที่บทความอธิบายว่า เรื่อง xxx.kapook.com เป็นการใช้มาตรฐานทางศีลธรรมอย่างเลือกที่รักมักที่ชัง &lt;b&gt;จึงไม่ตรงกับความจริง &lt;/b&gt;ยิ่งนำเรื่องนี้ ไปเปรียบเทียบกับเรื่อง&lt;b&gt;ซ้อเจ็ด&lt;/b&gt;แห่งผู้จัดการออนไลน์ ก็ยิ่งเป็นเรื่อง&lt;b&gt;ผิดฝา ผิดตัว เป็นคนละเรื่อง คนละราว
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆว่า (เรื่องนี้เป็น&lt;b&gt;นิทาน&lt;/b&gt;นะ ไม่ใช่เรื่องจริง )
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในหมู่บ้านหนึ่ง  นายกะปุกผู้ใหญ่บ้าน ได้หลอกลวงชาวบ้าน ให้มาร่วมงานปราศัยหาเสียงของผู้สมัครสส.โดยประกาศว่า มีระบำโป๊ให้ดูฟรี เพื่อหวังให้ชาวบ้านมางานมากๆ ตนเองจะได้เงินค่าสปอนเซอร์จากผู้สมัครสส.ที่มาปราศัย ตามจำนวนหัวชาวบ้านที่มาในงานตามที่ได้ตกลงกันไว้&lt;br /&gt;
ชาวบ้านมางานแล้ว ปรากฎว่า มีระบำจริง แต่ไม่โป๊ดังว่า จึงประท้วงว่า นายกะปุกหลอกลวงชาวบ้าน ทำตัวไม่สมกับการเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงเรียกร้องให้นายกะปุกลาออกจากผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านบางคนก็ว่า ผู้ใหญ่บ้าน มันบ่มีศีลธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมามีนายกอไก่ ไปชี้แจงกับชาวบ้านว่า ที่ชาวบ้านบางคน กล่าวหานายกะปุกผู้ใหญ่บ้าน ว่าไม่มีศีลธรรมนั้น ใช้ไม่ได้ เลือกที่รักมักที่ชังเพราะศีลธรรมของแต่ละคน มีมาตราฐานไม่เหมือนกันหรือไม่เท่ากัน เป็นเรื่องส่วนบุคคล  และถ้าจะไล่นายกะปุกผู้ใหญ่บ้านเพราะเหตุนี้  ชาวบ้านก็ควรต้องไปไล่เจ้าซ้อเจ้ด คนชอบจัดระบำโป๊ ที่อยู่ในหมู่บ้านถัดไปด้วย เพราะไม่มีศีลธรรมเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ลองคิดดูว่า เหตุผลของนายกอไก่ เช่นนี้  ใช้ได้ไหม? ประหลาดไหม? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คนปกติทั่วไปเขาคิดเช่นนี้ กันไหม?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ชาวบ้านเขาจะตอบ นายกอไก่ว่าอย่างไร? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ชาวบ้านเขาว่า &amp;quot;นั่นมันเหตุผลของเอ็ง ข้าฟังไม่เข้าใจ  พวกข้าเห็นว่า นายกะปุก หลอกลวงชาวบ้าน สมควรขับไล่ พวกข้าก็ขับไล่ เอ็งนอกจากไม่มาช่วยพวกข้าแล้ว ยังมาแก้ต่างให้นายกะปุก เอ็งเป็นพวกมันหรือไร จึงร้อนรนออกมาช่วยมัน ?........&amp;quot;&lt;br /&gt;
ขอจบดีกว่า ขืนเล่าต่อ  จะยุ่งกันใหญ่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กล่าวโดยสรุป สังคมไทยและชาวเว็บไทย &lt;b&gt;มีชอบธรรมอย่างเต็มที่&lt;/b&gt;  ในการเรียกร้องให้นายปรเมศวร์และเว็บกะปุก ดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม  ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างเพียงเพื่อเงินและกำไร  โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายและความเสียหายต่อสังคมไทย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. ที่ว่า เรื่อง blackhat และ spamdexing เป็นเรื่องซับซ้อน คำก็ซับซ้อน สองคำก็ซับซ้อน ผลสุดท้าย ก็เพื่อจะชักนำไปสู่ข้อสรุปว่า ใครๆก็ตัดสินไม่ได้ ว่าสิ่งที่ xxx.kapook.com ทำไปนั้น เป็น blackhat SEO และ spamdexing หรือไม่? &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จริงอยู่ ที่การวินิจฉัยของกูเกิ้ล ย่อมมีน้ำหนักมากเป็นพิเศษด้วยเหตุว่ากูเกิ้ลเป็นเว็บค้นหา(search engine)ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 80 ของเมืองไทย ทั้งเมื่อวินิจฉัยแล้ว ก็สามารถ ลดอันดับหรือ blockเว็บนั้นได้ทันที 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ชาวเว็บทั่วไปที่สนใจและได้ศึกษาเรื่อง  blackhat และ spamdexing ก็สามารถวินิจฉัยตัดสินด้วยตนเองได้ เพราะเรื่องนี้ มันไม่ได้ยากและซับซ้อนอะไร เหมือนดังที่บทความว่าไว้ ทั้งเมื่อชาวเว็บคนใด เห็นว่าเว็บใด ทำblackhat SEO หรือ spamdexing ก็สามารถรายงานร้องเรียนไปที่กูเกิ้ลได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การทำ blackhat SEO หรือ spamindex นี้ ในวงการเว็บถือกันว่า
เป็น&lt;b&gt;การหลอกลวง&lt;/b&gt;หรือเป็นการทำธุรกิจโดยใช้วิธี&lt;b&gt;สกปรก&lt;/b&gt;อย่างหนึ่ง
เป็นขยะในวงการ ทำให้ผู้ใช้เว็บทั่วไปเสียเวลา
ได้ข้อมูลไม่ตรงกับที่ต้องการและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ต่อความเชื่อมั่นของตลาดและวงการธุรกิจโฆษณา&lt;br /&gt;
บนเว็บ
ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักสำคัญของเว็บทั่วไป ดังนั้น
เรื่องนี้จึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนในวงการเว็บ ที่ควรต้องคอยดูแล
ปัดกวาดขยะในบ้านของตัวอยู่เสมอ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่อง xxx.kapook.com ทำ blackhat และ spamdexing หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่บลอกเกอร์จำนวนมากวิจารณ์ปรเมศวร์และทีมงานกะปุกต่อไปและคงเป็นเรื่องที่เป็นตำนานในวงการเว็บและไอทีเมืองไทยไปอีกนาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;ที่ชาวเว็บจำนวนมากไม่พอใจปรเมศวร์และทีมงานกะปุก ที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง คือ &lt;b&gt;ท่าทีของปรเมศวร์และทีมงานกะปุกต่อเรื่องที่เกิดขึ้น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;คนที่ทำผิด  เมื่อสำนึกผิด กล่าวขอโทษ คนที่มีใจเมตตา ย่อมให้อภัย&lt;/b&gt; 
แต่ที่คุณ&lt;b&gt;ทรงวุฒิ รงควงศ์&lt;/b&gt; ได้ว่าไว้ในเรื่อง&lt;a href=&quot;http://blog.aanthe.com/?p=28&quot; rel=&quot;bookmark&quot; title=&quot;Permanent Link: kapook ยอมรับผิดจริงเหรอครับ?&quot;&gt; kapook ยอมรับผิดจริงเหรอครับ?&lt;/a&gt; โดยยืนยันว่า การ&lt;b&gt;แถลงการณ์ครั้งนี้ ไม่มีประโยคไหนที่ปรเมศวร์และทีมงานยอมรับว่า กระปุกทำเว็บโป๊จริง หรือกระปุกทำ Blackhat SEO &lt;/b&gt;เลย&lt;b&gt; &lt;/b&gt;นอกจากนั้นทีมงานของกะปุกยังด่าบลอกเกอร์ที่เขียนเรื่องนี้ว่า &lt;b&gt;&amp;quot;ขี้อิจฉาอยากเด่น อยากดัง&amp;quot; &lt;/b&gt;และยังว่าถ้ายอดโฆษณาของ kapook.com ลดลงใครจะรับผิดชอบ ?  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ท่าทีเช่นนี้ ย่อมทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ ดังที่ khun_aut ได้กล่าวไว้ในเรื่อง &lt;a href=&quot;http://culturegap.wordpress.com/2008/03/24/kapookxxx/&quot;&gt; กรณี xxx-Kapook … แอนด์ เดอะ เกรียนเทพ !&lt;/a&gt; ว่า ถ้ายังขืนดึงดัน คุณปรเมศวร์ คงแปลงร่างเป็น “&lt;a href=&quot;http://th.uncyclopedia.info/wiki/Inw&quot;&gt;เกรียน lnw&lt;/a&gt;” เพราะ คุณปรเมศวร์ ไม่ใช่ Newbie … ไม่ใช่ Noob  … และ ไม่ใช่ “Ordinary เกรียน”  ” 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
4.ทำไมจึงว่า บทความนี้สนับสนุนปรเมศวร์และกะปุก ?&lt;br /&gt;
แม้บทความนี้  ไม่มีข้อความใดระบุว่าสนับสนุนปรเมศวร์และกะปุก
แต่บทความนี้  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-ได้แสดงความเข้าอกเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจปรเมศวร์และกะปุก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-อธิบายแก้ต่างให้เสร็จสรรพ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-ไม่มีแม้เพียงคำเดียวที่จะว่า ปรเมศวร์และกะปุกทำไม่ถูกหรือไม่ควร &lt;br /&gt;
-ยกย่องชมเชยปรเมศวร์ว่าได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากนายกสมาคมฯรวมทั้ง&lt;br /&gt;
เชื่อมั่นและแสดงออกถึงเสรีภาพในการสื่อสาร (Free speech) และการโต้แย้งชี้แจงอย่างเสรี&lt;br /&gt;
-แสดงตัวอย่างข้อความที่เป็นxและถ่อยสถุลจากงานของซ้อเจ็ด มาเปรียบเทียบ ลดน้ำหนักของเรื่องนี้ลงมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยภาพรวม บทความนี้ จึงมีผลเป็นการแก้ต่างให้ปรเมศวร์และกะปุก ซึ่งก็คือการช่วยเหลือสนับสนุนปรเมศวร์และกะปุกนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บทความนี้ ยังแสดงความเสียอก เสียใจกับการนำเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับเรื่องอื่น แล้วรู้สึกว่า เป็นการปฏิบัติอย่างเลือกที่รัก มักที่ชัง ทั้งๆที่ธรรมชาติของเรื่องที่เอามาเปรียบเทียบ มันแตกต่างกันมาก จึงเป็นธรรมดาที่ผล ความรู้สึกและท่าทีของผู้คน ย่อมแตกต่างกันออกไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้าเสียใจกับความแตกต่างและการเลือกที่รักมักที่ชังแบบที่ยกตัวอย่างมา  &lt;b&gt;สังคมไทยก็คงมีเรื่องให้ผู้เขียนได้เสียใจอีกสารพัดเรื่อง&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080331/417#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 31 Mar 2008 03:21:21 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">417 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>วิวาทะเรื่องปลื้มกับรสนา</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080314/410</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;/files/nattakorn-vs-rosana.jpg&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข้อเขียนจาก คอลัมน์ Anchorman โดย ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล หน้า 11 หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 13 มีนาคม 2551&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เรื่อง &lt;i&gt;Rosana Tositrakul, are you kidding me ?&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;Rosana Tositrakul, are you kidding me ?&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;
ผมเคยเชื่อว่า กรุงเทพ เป็นจังหวัดที่มีอัตราส่วนของผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่มีการศึกษาและความรับรู้ทางการเมืองต่อผู้ที่ไม่สนใจเรื่องการเมืองสูงที่สุดในประเทศ แต่อัตราส่วนนี้ อาจไม่สูงเสียแล้ว หากดูจากผลเลือกตั้งวุฒิสมาชิกที่ผ่านมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกเหนือจากเป็นเมืองที่เชื่อกันว่า 
มีผู้ลงคะแนนที่ “ฉลาด” ในเรื่องการเมืองอยู่เป็นจำนวนมาก 
กรุงเทพอาจไม่ต่างไปจาก เวเนซุเอลา เกาหลีเหนือ คิวบา โบลิเวีย และประเทศที่เป็น “ซ้าย” ในโลกนี้เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า &lt;i&gt;รสนา โตสิตระกูล&lt;/i&gt; 
นักเคลื่อนไหวทางสังคม และผู้อ้างว่าเป็นตัวแทนของผู้บริโภค 
ได้ชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 743,397 คะแนน หรือ 49.78% ของผู้มีสิทธิออกเสียง 
ในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การที่กรุงเทพเลือกวุฒิสมาชิกได้เพียงคนเดียว ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เพราะผู้ที่ชนะการเลือกตั้งจะได้เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของคนกรุงเทพในสภาสูงที่ทรงอิทธิพล
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทำไม ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องน่าเศร้า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;อนุสรณ์ ธรรมใจ&lt;/i&gt; เป็นตัวแทนของชนชั้น นักลงทุน และค่านิยมเศรษฐกิจเสรี
ขณะที่ &lt;i&gt;นิติพงษ์ ห่อนาค&lt;/i&gt; เป็นตัวแทนของชุมชนศิลปะและการบันเทิง
เช่นเดียวกับ &lt;i&gt;มานิต วิทยาเต็ม&lt;/i&gt; ในฐานะอดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นตัวแทนของข้าราชการที่มีประสบการณ์ ในฝ่ายกฎหมาย
และยังมีอีกหลาย ๆ คน ที่มีประสบการณ์และความสำเร็จ  ที่โดดเด่น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แทนที่จะได้คนเหล่านี้เป็นตัวแทน
เรากลับได้ ใครบางคน ซึ่งเชื่อได้ว่า จะขัดขวาง กฎหมายที่สนับสนุนการลงทุน 
และธุรกิจ สร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในกระบวนการเปลี่ยนแปลงสถาบัน 
คอยจ้องจับผิด คนที่มีเหตุผล ที่เพียงแต่ ทำงานหาเลี้ยงชีพ 
คนที่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจจริง 
ที่พยายามสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รสนา คือ คนที่สร้างความตกต่ำให้กับ &lt;i&gt;บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&lt;/i&gt; 
หนึ่งในบริษัทคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด 
และเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนนักลงทุนในประเทศนี้ 
บทบาทของเธอในการทำให้แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ &lt;i&gt;กฟผ.&lt;/i&gt; ต้องเป็นโมฆะ
ก็ชี้ชัดว่า เธอยืนอยู่ตรงไหน บนเส้นทางการพัฒนาและเศรษฐกิจ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกไปจากพฤติกรรมที่ไม่อาจให้อภัยได้ 2 เรื่องนี้แล้ว
ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่อง การแสดงบทบาทผู้นำ ขบวนการผู้บริโภค ในนามขององค์กรต่าง ๆ 
ที่ผู้บริโภคไม่เคยมีโอกาสเข้าไปร่วมกำหนดนโยบายขององค์กรเหล่านี้ 
ทำให้รสนามีชื่อเสียง ขึ้นมาว่า เป็นผู้เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 
ทั้ง ๆ ที่ แท้จริงแล้ว คะแนนนิยมที่เธอได้ มาจาก การวิพากษ์ วิจารณ์นักลงทุน 
และการทำให้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อ้างว่า เป็นความเสียหายของผู้บริโภค เป็นภาระของศาล
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ไม่มีอะไรน่ารังเกียจไปกว่านี้อีกแล้ว 
... อย่าฟ้องผม ผมรู้ว่า 
นั่นเป็นสิ่งที่คุณคิดจะทำอยู่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ย้อนไปดูผลเลือกตั้ง ส.ว. ก่อนการรัฐประหาร
รสนาชนะด้วยคะแนน 118,332 เสียง เป็นที่ 4 รองจาก &lt;i&gt;นิติภูมิ 
นวรัตน์&lt;/i&gt; &lt;i&gt;สมัคร สุนทรเวช&lt;/i&gt; และ&lt;i&gt;กล้าณรงค์ จันทิก&lt;/i&gt;
ดูจากผลการเลือกตั้งเหล่านี้ ยิ่งทำให้ผมต้องกลับมาใคร่ครวญ
ถึงแนวโน้ม ที่สังคมไทยจะก้าวไปทาง “ซ้าย” มากขึ้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รสนาไม่ควรเป็นตัวแทนของใครที่เข้าใจคุณค่าของตลาดเสรี และลัทธิทุนนิยม 
เธอไม่ควรเป็นตัวแทนของนครที่พยายามจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของเอเชีย 
ถ้าจะมีที่ไหนที่คู่ควรให้เธอเป็นตัวแทน ผมนึกถึง เปียงยาง คาราคัส หรือฮาวานา 
ที่ซึ่งเธอจะได้เข้าพวกกับสาวกราอูลหรือแม้กระทั่ง ซูเคร หรือ ลาปาซ (เมืองหลวงของโบลิเวีย) ซึ่งเธอจะได้สวมชุดพื้นเมืองเต้นรำกับ &lt;i&gt;อีโว โมลาเรซ&lt;/i&gt; (ประธานาธิบดีโบลิเวีย)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความหวังกับคนกรุงเทพว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผู้มีสิทธิลงคะแนน ที่ 
“ฉลาด” และพลังเงียบ ที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร จะเลือกคนที่สนับสนุนความเติบโต และความก้าวหน้า มากกว่า คนที่นิยมความตกต่ำ และความชะงักงัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมยังหวังว่า คนกรุงเทพจะเลือกผู้ที่มีความเข้าใจว่า การเป็นเอ็นจีโอ 
ปีกซ้ายที่ใช้วิธีกระจายรายได้ ด้วยการโค่นเสาหลักของระบบทุนนิยม 
ไม่มีวันที่จะนำผลประโยชน์ที่แท้จริงมาสู้ผู้บริโภคได้ 
การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า
คนกรุงเทพต้องปรับวิธีคิดในเรื่องการเลือกตั้งอีกมาก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;************************&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข้อเขียนจาก คอลัมน์ Guest column โดย รสนา โตสิตระกูล หน้า 11 หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 13 มีนาคม 2551&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เรื่อง &lt;i&gt;M.L. Nattakorn Devakula, who&#039;s kidding whom ?&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;M.L. Nattakorn Devakula, who&#039;s kidding whom ?&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;
คนกรุงเทพส่วนใหญ่ สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย เสรีนิยม 
และระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี พวกเขารักความเป็นธรรม และเกลียดคอร์รัปชั่น 
การผูกขาดที่ไม่ยุติธรรม และการตลบตะแลง ปลิ้นปล้อน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยน 
และไม่ได้ทำให้ เขาเป็น “ฝ่ายซ้าย” อย่างที่คุณกล่าวหา 
คนที่มองว่านิสัยเช่นนี้เป็นพวกฝ่ายซ้าย ก็มีแต่ พวกขวาสุดโต่งเท่านั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คนกรุงเทพรู้ดีว่า ดิฉันไม่ได้ต่อต้าน ระบบตลาดเสรีที่เป็นธรรม 
สิ่งที่พวกเขาและดิฉันรับไม่ได้คือ ความไร้ธรรมมาภิบาล ในการบริหาร 
และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่โปร่งใส
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;กฟผ.&lt;/i&gt; มีสินทรัพย์มูลค่าสุทธิ สูงถึง 3.8 แสนล้านบาท 
แต่รัฐบาลพยายามขายทรัพย์สินเหล่านี้ ผ่านการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 
ด้วยมูลค่าเพียง 20,000 ล้านบาท
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;ปตท.&lt;/i&gt; เข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างรีบเร่ง
ก่อนที่จะมีการขายหุ้น คณะรัฐมนตรีมีมติว่า ท่อส่งก๊าซ ยังคงเป็นสมบัติของรัฐ
และจะตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานขึ้นมาควบคุม เพื่อดูแลผู้บริโภค
มติ ครม. นี้ มีอยู่ในหนังสือชี้ชวน การเสนอขายหุ้น ปตท.
อีก 1 ปีต่อมา รัฐบาลทักษิณ ยกเลิกมติ ครม. นี้
ทำให้ ปตท. ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติ ของชาติ
นักลงทุนที่เป็นใจเป็นธรรม จะเห็นด้วยว่า นี่คือ การขโมย ในรูปแบบหนึ่ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในการต่อสู้คดี คอร์รัปชั่นทางนโยบาย ดิฉันไม่เคยใช้การประท้วงบนท้องถนน 
มีแต่พึ่งพาศาลยุติธรรม ให้วินิจฉัยตาม สิทธิตามกฎหมายและความชอบธรรม 
ในฐานะพลเมืองผู้เสียภาษีและสำนึกในหน้าที่ของตนเอง ดิฉันขอถามคุณว่า 
ความพยายามเรียกร้องเอาทรัพย์สินสาธารณะคืนมานั้น 
เป็นการบ่อนทำลายพื้นฐานของเศรษฐกิจ หรือว่า เป็นการสร้างเสริม หลักธรรมภิบาล 
หลักแห่งกฎหมาย และความมีเสถียรภาพในระยะยาวกันแน่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักการธนาคารที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ได้กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแค่ 
ตลาดหุ้น และอนาคตของชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่แต่กับ จีดีพี (ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ) เท่านั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณพ่อของคุณ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย &lt;i&gt;ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล&lt;/i&gt; ได้พูดถึง 
ข้อบกพร่องของ การพัฒนา เศรษฐกิจ โดยไม่ระมัดระวัง เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2549 ว่า 
“ตลาดเสรีที่ปราศจากความพอเพียง จะไปไม่รอด คนบางคนเดินตามทฤษฎีตะวันตก และมองว่า 
ความคิดเรื่องความพอเพียง เป็นอุปสรรคต่อความเติบโตของเศรษฐกิจ - ซึ่งไม่จริง- 
ในทางตรงกันข้าม ปรัชญาความพอเพียง สร้างสมดุลของการเติบโต ทำให้การเติบโตยั่งยืน 
และเป็นหลัก ประกันความผาสุกของประชาชน 
และปกป้องสิ่งแวดล้อม”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สิ่งเหล่านี้ ไม่ต่างไปจากจุดยืนในเรื่องเศรษฐกิจของดิฉัน พูดให้ชัดก็คือ 
ดิฉันเห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของ &lt;i&gt;ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์&lt;/i&gt; อดีตผู้ว่าการ ธปท.อีกท่านหนึ่ง 
ซึ่งหวังที่จะเห็นระบบทุนนิยมเสรี
ทำงานควบคู่ไปกับความพยายามอย่างจริงจัง ในการกระจายความมั่งคั่ง 
ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า 70% ที่เป็นคนยากจน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความคิดแบบนี้หรือ ที่เรียกว่า 
คิดแบบเปียงยางหรือฮาวานา ที่คุณโจมตีดิฉัน 
ประเทศอื่น ๆ ต่างก็มีระบบเศรษฐกิจในแบบของตน ซึ่งดิฉันยอมรับว่า 
ไม่สามารถอธิบายในรายละเอียดได้ 
แต่เราไม่ควรพูดถึงประเทศอื่นในทาง ดูถูก เหยียดหยาม เราควรเปิดใจกว้าง 
เพื่อนำไปสู่การเคารพในความแตกต่างทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม 
ซึ่งอาจจะชักนำพวกเขาให้พัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ใช้อยู่ให้ดีขึ้น 
เหมือนกับประเทศของเราที่ได้พัฒนาระบบเศรษฐกิจ ที่สอดคล้อง กับค่านิยมทางสังคมและวัฒนธรรมของเรา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันไม่สำคัญหรอกที่จุดยืนทางการเมืองและเศรษฐกิจของดิฉันจะเหมือน 
กับประเทศอื่นหรือไม่ ดิฉันเชื่อว่า 
มันเป็น จุดยืนเดียวกับคนกรุงเทพที่ลงคะแนนให้ดิฉัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณเป็นคนหนุ่มที่มีการศึกษาดี 
ถ้าคุณจะลองมองสิ่งต่าง ๆ จากมุมมองของคนอื่นบ้าง คุณอาจจะรู้จักกรุงเทพได้ดีขึ้น 
และมันจะช่วยเยียวยาอาการอกหักทางการเมืองได้บ้าง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณดูหมิ่นดิฉันผ่านคอลัมน์นี้ 
แน่นอนว่า ดิฉันมีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง 
โดยการฟ้องคุณ ในข้อหาหมิ่นประมาท 
แต่ดิฉันเป็นคนไทยที่ได้รับการอบรมสั่งสอนด้วยคำสอนของขงจื๊อ 
ดิฉันระลึกถึงพระคุณของ บรรพบุรุษของคุณ &lt;i&gt;สมเด็จกรมพระยา เทวะวงศ์ วโรปการณ์&lt;/i&gt; และ &lt;i&gt;สมเด็จกรมพระยา เทวะวงศ์ วโรทัย&lt;/i&gt; อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ 
ผู้เป็นแนวหน้าของชนชั้นนำแห่งสังคมไทย 
ในการปลดแอกสยามจากสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 
ที่เจ้าอาณานิคมตะวันตกใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมเศรษฐกิจ และระบบศาลไทย 
ตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ทำให้ดิฉันอดกลั้นที่จะไม่ทำสิ่งใด ๆ 
อันจะทำความเสียหายต่อตระกูลที่โดดเด่น ซึ่งได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยเป็นอย่างมาก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดิฉันอยากแนะนำคุณว่า 
ก่อนจะแสดงความคิดเห็นใด ๆ ควรคิดให้ถี่ถ้วนและปรึกษาหารือกับคนอื่นให้มากกว่านี้ โดยเฉพะอย่างยิ่ง ถ้าคุณจะแสดงการดูหมิ่นดูแคลนต่อคำพิพากษาของศาลปกครอง ต่อการลงคะแนนของเพื่อนชาวกรุงเทพของคุณ 
และต่อประชาชนของประเทศอื่น ๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนตัวดิฉันเองนั้น 
หลังจากทำงานสาธารณะมา 30 ปี ดิฉันมีจุดยืนที่มั่นคงในสังคม 
และมีความอดทนพอที่จะค้นหาสาระในข้อเขียนของคุณให้เจอ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา:&lt;/b&gt; นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ 13 มีนาคม 2551 - 
&lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000031147&quot;&gt;http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000031147&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
แปลจาก: &lt;i&gt;Left, right... marching with the times&lt;/i&gt;, Bangkok Post, March 13, 2008 -
&lt;a href=&quot;http://www.bangkokpost.com/News/13Mar2008_news95.php&quot;&gt;http://www.bangkokpost.com/News/13Mar2008_news95.php&lt;/a&gt; (ลิงก์หมดอายุแล้ว &lt;a href=&quot;http://www.oknation.net/blog/kittinunn/2008/03/14/entry-2&quot;&gt;อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่นี่&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;
อีกสำนวนแปลโดย นสพ.มติชน 13 มีนาคม 2551 -
&lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=23412&amp;amp;catid=1&quot;&gt;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=23412&amp;amp;catid=1&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;h2&gt;ความเห็น&lt;/h2&gt;
&lt;h3&gt;1. MiniSiam&lt;/h3&gt;
&lt;blockquote cite=&quot;http://groups.google.com/group/arayachon/browse_thread/thread/612c19562b1c3bc1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	“ คุณรสนา เป็นคนแรงเหลือเชื่อเนอะ อย่างกะกระจกกระเด้งปึ๋ง ไม่ absorb ให้นุ่มนวลลงมั่งเลย น่ากลัว ๆ ”
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3&gt;2. SS&lt;/h3&gt;
&lt;blockquote cite=&quot;http://groups.google.com/group/arayachon/browse_thread/thread/612c19562b1c3bc1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	“ ผมรู้สึกว่าคนโง่แล้วอวดฉลาด กร่างไปแบบโง่ ๆ เข้าใจทุนนิยมแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ&lt;br /&gt;
	งมงายในวิชาเรียน แต่ไม่มีปัญญาดูรายละเอียด ด่าคนไปวัน ๆ&lt;br /&gt;
	โดยเฉพาะด่าผู้หญิงหรือพูดแบบไม่เห็นค่า&lt;br /&gt;
	กล่าวหาคนอื่นในประเด็นที่เขา ก็ตอบกัน ไปหมดแล้วในเน็ต&lt;br /&gt;
	แต่มั่นใจในปัญญาหางอึ่งของตนมากจนไม่แม้แต่จะ google ดูถึงข้อมูลทั้งเรื่อง กฟผ. หรือ ปตท.&lt;br /&gt;
	แต่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรให้แผ่นดินสูงขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ทำได้
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ผมว่าคนประเภทนี้เนี้ยน่าจะเด้งปึ๊งไปให้ไกลกว่าเวียดนามอีก&lt;br /&gt;
	ให้ตกทะเลไปเลย  หรือจริง ๆ ที่รสนาน่าจะเป็นไม้ตีหมา ตีมันให้หายโง่เสียเลย&lt;br /&gt;
	ผมรู้สึกว่าที่พี่รสนาตอบเนี้ยมันนุ่มนวลเกินไปด้วยซ้ำ
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	คนที่เป็นตัวแทนของพวกกร่างแต่โง่ดักดาน แล้วอยู่ในความสนใจของสังคมว่าเป็นคนฉลาดเนี้ย เป็นพิษกับสังคมที่สุด ”
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3&gt;3. ศรศิลป์&lt;/h3&gt;
&lt;blockquote cite=&quot;http://groups.google.com/group/arayachon/browse_thread/thread/612c19562b1c3bc1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	“ ผมได้ข้อคิดสอง-สามประการจากการอ่านงานเขียนของสองคนนี้
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ประการแรก&lt;/b&gt; &lt;b&gt;ปลื้ม&lt;/b&gt; ได้เปิดเผยตัวตนแท้จริง
	(ที่ซ่อนอยู่ใต้รูปลักษณ์ของคนหนุ่มหัวใหม่) ของเขาว่า
	เขาเป็นไม่ได้แม้กระทั่งแค่เพียงตัวแทนความคิดของ&lt;b&gt;ทุนนิยมปฏิรูป&lt;/b&gt;
	เขาเป็นได้แค่เพียงตัวแทนความคิดของ &lt;b&gt;พวกนีโอคอน-เสรีนิยมใหม่&lt;/b&gt;
	อันเป็น&lt;b&gt;ปีกขวาสุด&lt;/b&gt;ของทุนนิยมโลกในปัจจุบัน ในสายตาของคนประเภทนี้
	คนแบบคุณรสนาก็กลายเป็นพวกคอมฯ คิวบาหรือเกาหลีเหนือไปเลย
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ประการที่สอง&lt;/b&gt; ความคมคายและตรงไปตรงมาในการโต้แย้งทางความคิดของรสนาเปล่งประกายขึ้นทุกขณะ แต่ก็ไม่เท่ากับ&lt;b&gt;จุดยืนที่แจ่มชัด&lt;/b&gt;ขึ้นทุกวันบนเส้นทางการพิทักษ์ผลประโยชน์ของปวงชนไทยสำหรับส่วนตัวผมแล้ว การโต้ตอบนี้ค่อนข้างสุภาพและนุ่มนวลด้วยความระมัดระวังอย่างสูง
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ประการที่สาม&lt;/b&gt; มีคนโง่เขลาจำนวนไม่น้อย&lt;b&gt;แม้ในหมู่ปัญญาชนไทย&lt;/b&gt;ที่คิดว่า
	ระบบทุนแบบ &lt;b&gt;ฉันทามติวอชิงตัน&lt;/b&gt; หรือ &lt;b&gt;ระเบียบโลกใหม่&lt;/b&gt;
	ตามโลกทรรศน์แบบ &lt;b&gt;เสรีนิยมใหม่&lt;/b&gt;
	เหมาะสมและจะสามารถนำพาสังคมไทยไปสู่ความรุ่งเรืองไพบูลย์
	คนเหล่านี้แหละ ซึ่งมีไม่น้อยที่หลงไหลอุทิศตนรับใช้ &lt;b&gt;ขบวนอภิชนทุนกาฝากทักกี้&lt;/b&gt;
	โดยมิได้รับค่าตอบแทนดัง &lt;b&gt;พวกนักการเมืองตลกหลังคารถ&lt;/b&gt; หรือ &lt;b&gt;พวกนักสู้พีทีวี.-นปก.&lt;/b&gt;
	ด้วย&lt;b&gt;แรงเพ้อฝัน&lt;/b&gt;ว่าขบวนอภิชนทักกี้อันเป็นแนวร่วมของกลุ่มทุนใหญ่หลายกลุ่ม
	จะนำพาสังคมไทยไปสู่ความก้าวหน้าดังสังคมยุโรปตะวันตก ”
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3&gt;4. สหายสิกขา&lt;/h3&gt;
&lt;blockquote cite=&quot;http://groups.google.com/group/arayachon/browse_thread/thread/612c19562b1c3bc1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	“ รสนาไม่ใช่ซ้าย (เธอเป็นพุทธ) แต่วิชาชีพของเธอหล่อหลอมให้คิดคล้าย ๆ แบบนั้น
	คุณปลื้มวิพากษ์แบบนั้นตีขลุมเหมารวมไปหน่อย 
	ยิ่งไปกว่านั้นความเป็นซ้ายไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
	ความเป็นซ้ายทำให้มองมนุษย์แบบเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น 
	และหันหลังกลับมาดูคนที่ถูกระบบตลาดรังแกเอาบ้าง 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ผมคิดว่าการเมืองไทยในทศวรรษหน้า ก็เหมือนกับในอดีตที่ผ่าน ๆ มา 
	คือผู้นำที่จะขึ้นมาได้ต้องรู้จัก “หลอมรวมทัศนะ” ที่แตกต่างหลากหลายของคนในชาติ เช่นที่ในอดีตที่ ผี สามารถรวมกับพุทธ และพราหมณ์
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	หรือยุคถัดมาที่ขุนนาง ไพร่ และกษัตริย์ก็ร่วมมือกัน 
	ตีฝ่าวงล้อมจักรวรรดินิยมอัสดงคตที่เป็นผู้ล่าอาณานิคม ทั่วโลกไปได้
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	หรือเมื่อไม่นานนี้ “ปีกขวา” ปฏิรูป ก็เรียนรู้อุดมการณ์ฝ่ายซ้าย 
	เพื่อยุติสงครามกลางเมือง ระหว่างรัฐไทย และ พคท. ที่คร่าชีวิตผู้คนโดยไม่จำเป็น
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ความแตกต่างหลากหลายไม่ใช่จุดด้อย หรือไม่ใช่ข้อเสียหาย แต่เป็นเส้นทางความคิด
	ของสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำความเข้าใจกับธรรมชาติได้มากเท่าที่เป็นไปได้ 
	เราควรใช้ความหลากหลายนั้นในทางที่เป็นประโยชน์มากกว่าที่จะใช้เหยียบย่ำทำลายกัน&lt;/b&gt; “
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3&gt;5. ไท&lt;/h3&gt;
&lt;blockquote cite=&quot;http://groups.google.com/group/arayachon/browse_thread/thread/612c19562b1c3bc1&quot;&gt;
	&lt;p&gt;
	&amp;ldquo; ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกตุของคุณศรศิลป์ ทั้ง 3 ข้อ
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ขอเพิ่มเติมว่า ที่แล้วมา รสนา ไม่ได้มีและใช้จุดยืนทางการเมืองที่ซ้ายเลย
	แต่เพราะ &lt;b&gt;ปลื้ม&lt;/b&gt; เป็นพวก&lt;b&gt;พวกนีโอคอน-เสรีนิยมใหม่&lt;/b&gt;ที่อยู่ปีกขวามาก
	จึงมองเห็นเป็นว่าเธอเป็นซ้าย โดยเปรียบเทียบกับตัวเอง
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ที่สำคัญ คือ &lt;b&gt;ปลื้ม&lt;/b&gt; มิได้ศึกษาและทำการบ้านเอาเสียเลย
	ในเรื่องที่เขาวิพากษ์วิจารย์รสนา ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลเรื่องการแปรรูปปตท.และกฟผ.มีแพร่หลายทั่วไป
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	เขาใช้ “ความมั่ว-สั่ว-ชุ่ย” ด่าทอรสนาและคนกทม.ที่เลือกรสนาอย่างมักง่าย
	เหมือน&lt;b&gt;กุ๊ยข้างถนน&lt;/b&gt; ไม่สมกับคนที่อยู่ในครอบครัวชั้นสูงและมีการศึกษาถึงขนาดนั้น
	นับว่าเสียสกุลรุนชาติและเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่า
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;การศึกษาแบบตะวันตก ไม่แน่นักว่าจะทำให้คนกลายเป็นบัณฑิต&lt;/b&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;&amp;ldquo;คนมิใช่ทั้งสุนัขหรืออาชา ที่ต้องมีพันธุ์ดี จึงจะนับว่าดี
	คน ๆ หนึ่ง จะเป็นเช่นใด ท้ายที่สุดแล้ว อยู่ที่การตัดสินใจของเขาเอง”&lt;/b&gt;  (โกวเล้ง)
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ปัญหาพื้นฐานข้อหนึ่งของไทย
	คือชนชั้นนำและปัญญาชนชั้นสูงของสังคมไทย &lt;b&gt;“อับจนปัญญา”&lt;/b&gt;
	&lt;b&gt;คิดและทำตัวแบบไพร่ นับถือฝรั่งยิ่งกว่าพ่อ&lt;/b&gt;
	แบบที่ร.6 เคยด่าว่าเป็นพวก&lt;b&gt;ลัทธิเอาอย่าง&lt;/b&gt; มาแล้ว
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ถึงทุกวันนี้ เราก็ยังเห็น “&lt;b&gt;ไพร่ที่เจ้าเขาปลดปล่อยแล้ว แต่ยังไม่ยอมไป”&lt;/b&gt;
	ยังคงขอเดินตามหลัง&lt;b&gt;เจ้าใหม่-ทุนผูกขาด-ทุนต่างชาติ-&lt;/b&gt;อยู่ต้อย ๆ ต่อไป
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ปลื้ม ก็แค่เป็นหนึ่งในพวกนี้&lt;/b&gt; ”
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080314/410#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/nattakorn-vs-rosana.jpg" length="48141" type="image/jpeg" />
 <pubDate>Fri, 14 Mar 2008 16:13:56 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">410 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>วิจารย์ข้อเขียนของสหายสิกขา เรื่อง ความตายและการหลอกหลอนของมาร์กซ์</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080310/403</link>
 <description>&lt;p&gt;
อนุสนธิจากข้อเขียนของสหายสิกขา เรื่อง ความตายและการหลอกหลอนของมาร์กซ์ที่ &lt;a href=&quot;http://www.palawat.com/p/?L=blogs.blog&amp;amp;article=62&quot;&gt;เว็บพลวัต&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;
ที่ว่า &amp;quot;ฟรานซิส ฟูกูยามา ถึงกับเขียนหนังสือ The End of History เพื่อออกมายืนยันความจริงในข้อนี้ เพราะในเมื่อคอมมิวนิสต์ล่มสลาย จะมีพัฒนาการของประวัติศาสตร์  &lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;   ต่อไปได้อย่างไรอีกตามแนวคิดของมาร์กซ์ที่จะต้องมีการต่อสู้และการพัฒนาเชิงประวัติศาสตร์จากสังคมทาสโบราณ จนถึงสังคมคอมมิวนิสต์. &amp;quot; นั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า &lt;strong&gt;การไปรับเอาความคิดและความเชื่อ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;(สมมุติฐาน)ของ &amp;quot;นายฟรานซิส ฟูกูยามา&amp;quot;&lt;/strong&gt; ที่ว่า &amp;quot; capitalist democracy represents the end of history&amp;quot; ที่ถึงทุกวันนี้ นักวิชาการจำนวนมาก ก็ยังโต้แย้งว่า เป็นสมมุติฐานที่ไม่ถูกต้อง 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
นายฟูกูยามา เป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาและมีเชื้อชาติญี่ปุ่นก็จริง แต่เกิดศึกษาและทำงานในอเมริกา จิตวิญญาณของเขาจึงเป็น&amp;quot;อเมริกัน&amp;quot;เต็มตัว 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
 ดูประวัติของเขาได้ที่นี่ &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Francis_Fukuyama&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://en.wikipedia.org/wiki&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/Francis_Fukuyama&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนที่เขาเขียนเรื่อง  The End of History  ตามคำให้สัมภาษณ์ของเขาเอง 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&amp;quot; อันที่จริง ผมได้เขียนบทความชิ้นนั้น ตอนที่ผมยังทำงานอยู่ที่ RAND Corporation 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ก่อนจะมาทำงานอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ &amp;quot; ดู &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://midnightuniv.org/midnight2544/newpage6.html&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://midnightuniv.org&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/midnight2544/newpage6.html&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
จำบริษัท RAND Corporation ได้ไหม? ว่านี่คือบริษัท think tank สำคัญของระบบทุนฯสหรัฐ 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
นายฟูกุยามา  ได้ทำตัวเป็นปากเสียงของจักรวรรดิอเมริกา ที่หลงระเริง เป่าปาก ตีปีก หลังจากโซเวียตสลายตัว ว่า 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
capitalist democracy ชนะ ลัทธิมาร์กซ อย่างเด็ดขาดแล้ว ตามคำที่อจ.รังสรรค์ เขียน คือ 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
 &amp;quot;เมื่อกำแพงเบอร์ลินพังทลายและอ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;าณาจักร โซเวียตล่มสลายดูเหมือนว่า ระบบทุนนิยมจะ &amp;quot;ชนะ&amp;quot; ระบบสังคมนิยม 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
จนถึงระดับที่ฟรานซิส ฟูกูยามา (Francis Fukuyama) ตีปีกว่า มนุษยพิภพได้มาถึง &amp;quot;ปลายทางแห่ง ประวัติศาสตร์&amp;quot; (The End of History) แล้ว 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
 ฉันทมติแห่งวอชิงตัน (Washington Consensus) กลายเป็นกรอบการดำเนินนโยบายที่แผ่อิทธิพลปกคลุมโลก 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
โดยที่ฉันทมติแห่งวอชิงตันมีกระบวนการโลกานุวัตร (Globalization of Washington Consensus) 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ด้วยประเทศทั้งในโลกที่สองและ โลกที่สามจำนวนมากเดินตามแนวทางฉันทมติแห่งวอชิงตัน 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ทั้งโดยสมัครใจ และโดยภาวะจำยอม อันเป็นผลจากการกดดันของกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ ธนาคารโลก และสหรัฐอเมริกา &amp;quot;  
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
 ดู &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://www2.hawaii.edu/~porntawe/thaiarticles/rangsun01/1999_12_23.html&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://www2.hawaii.edu/&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;~porntawe/thaiarticles/rangsun0&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;1/1999_12_23.html&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
  
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
ดูคำโต้แย้งสารพัดเรียงเป็นตับ  ต่อสมมุติฐานของนายฟูกูยาม่า ที่  
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
 &lt;span&gt;&lt;u&gt;Criticisms of Fukuyama&#039;s thesis &lt;/u&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/The_End_of_History_and_the_Last_Man&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://en.wikipedia.org/wiki&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/The_End_of_History_and_the&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;_Last_Man&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;คุณอนุช อาภาภิรม นักวิชาการคนสำคัญของไทย ก็ได้โต้แย้งและวิจารย์ว่า สมมุติฐานของนายฟูกูยามา ผิด &lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;ดูบทความของเขาเรื่อง &lt;strong&gt;ความรู้กับความไม่รู้ การปะทะทางอารยธรรม &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;strong&gt;ที่ &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&amp;amp;file=print&amp;amp;sid=858&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://www.osknetwork.com&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/modules.php?name=News&amp;amp;file&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;=print&amp;amp;sid=858&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;strong&gt;ลัทธิเสรีนิยมใหม่และฉันทามติแห่งวอชิงตันหรือ capitalist democracy  นะหรือ คือ อนาคตและทางออกของมนุษยชาติ ทั่วโลก ?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ กรุณาไปดูสภาพและชะตากรรมของ&amp;quot;&lt;strong&gt;จอมจักรวรรดิอเมริกา&lt;/strong&gt;&amp;quot; ผู้ยิ่งใหญ่ &lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;ผู้ชูธงผืนใหญ่ของระบบทุนนิยมโลกและเป็นอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียว&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;จากบทความล่าสุดของประชาไท เรื่อง สหรัฐฯ จะปกป้องตัวเองจากความล่มสลายได้อย่างไร? &lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;ที่ &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/11426&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://www.prachatai.com/05web&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/th/home/11426&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;และ บทความแปลเรื่อง ขั้วอำนาจใหม่ในโลก: การท้าทายลุงแซม  &lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span&gt;ที่ &lt;a target=&quot;_blank&quot; href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/11415&quot; onclick=&quot;return top.js.OpenExtLink(window,event,this)&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=&quot;color: #800080&quot;&gt;http://www.prachatai.com/05web&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;/th/home/11415&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; 
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;/div&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080310/403#comments</comments>
 <pubDate>Mon, 10 Mar 2008 02:48:45 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">403 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา : ผู้แทนของกลุ่มอภิสิทธิชน</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20080117/335</link>
 <description>&lt;p&gt;
   รธน.มาตรา ๑๒๒ บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภา(สว.).ที่มาจากการสรรหาว่า &lt;b&gt;เป็นผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย ??? &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
สว.กลุ่มนี้ มีจำนวนถึง ๗๔ คนจากทั้งหมด ๑๕๐ คน (หักจากจำนวน สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คนรวม ๗๖ คน) มีที่มาจากการเสนอชื่อขององค์กรต่างๆ ในภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่นๆ และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน ๕ คน ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการ แผ่นดิน ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกามอบหมายจำนวนหนึ่งคน และตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดมอบหมายจำนวนหนึ่งคน ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ.๒๕๕๐(รธน.) มาตรา ๑๑๑ ๑๑๓ และ ๑๑๔
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
คณะกรรมการสรรหาสว.ชุดปัจจุบัน ประกอบด้วยนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาในฐานะ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอภิชาต
สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. พล.อ.ธีรเดช มีเพียร
ประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.
นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายอำพล
สิงหโกวินท์ ตุลาการหัวหน้าคณะใน ศาลปกครองสูงสุด และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา
ผู้ว่าการสตง.ทำหน้าที่แทนประธาน คตง. 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   การบัญญัติให้มีสว.เกือบครึ่งหนึ่งของวุฒิสภามาจาการสรรหา คือสัญญลักษณ์ที่พิสูจน์แสดงว่า &lt;b&gt;พวกอภิสิทธิชนได้ปล้นชิงอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนชาวไทย&lt;/b&gt;โดยการให้คนเพียง ๗ คน มีอำนาจเลือกสว.จำนวนเกือบเท่ากับประชาชนทั่วทั้งประเทศ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ทำไมกรรมการสรรหา ๗ คนนี้  จึงมีสิทธิมีเสียงมากกว่าสามัญชนคนไทยอื่นๆ ๖๐ กว่าล้านคน ?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่เป็นการขัดกับ&lt;b&gt;หลักการเสมอภาคของบุคคลตามระบอบประชาธิปไตย&lt;/b&gt;อย่างชัดเจน   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   เมื่อพิจารณาจากที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา จะพบว่าส่วนใหญ่ประกอบด้วย &lt;b&gt;ข้าราชการตุุลาการชั้นผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่&lt;/b&gt;ถึง ๔ ใน ๗ คน ที่เหลืออีก ๓ คนก็ล้วนเป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งได้ตัดทอนบทบาทของอภิสิทธิชนกลุ่มคณบดี และ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่างๆออกไปจนหมดสิ้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   การที่สถาบันตุลาการได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติการเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะ การเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสรรหาสว.เช่นนี้ บรรดาตุลาการทั้งหลาย ควรต้องตระหนักว่า &lt;b&gt;อำนาจยิ่งใหญ่ที่พวกท่านได้มา ย่อมต้องตามมาด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่&lt;/b&gt;ต่อปวงชน ชาวไทยด้วยเช่นเดียวกัน  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นั่นหมายถึง ทั้งตัวสถาบันและตัวบุคคล ต้องพร้อมที่จะต้องถูกตรวจสอบ วิพากษ์วิจารย์และ รับผิดชอบต่อผลการสรรหาสว.ครั้งนี้ด้วย  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
ดูตัวบุคคลของกรรมการสรรหาสว.แล้ว ทำให้เห็นย้อนไปได้ว่า รัฐประหารครั้งที่ผ่านมาและ การร่าง รธน.๕๐ เป็นผลพวงมาจาก การร่วมมือของพวกนายทหารคมช. ตุลาการ และบรรดา พวกอภิสิทธิชนของสังคมไทย ตามหลัก &amp;quot;&lt;b&gt;ชนชั้นใด ร่างกฎหมาย ก็แน่ไซร้ เพื่อ ชนชั้นนั้น&lt;/b&gt;&amp;quot; ทั้งกลุ่มอภิสิทธิชนดังกล่าว ได้สืบทอดอำนาจของตนต่อไป โดยผ่านร่างทรงคือ &lt;b&gt;สว.จาก การสรรหา&lt;/b&gt;นั่นเอง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   
พวกนี้บิดเบือนแอบอ้างพระราชดำรัสเรื่องคนดี ที่ว่า &lt;b&gt;บ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ต้อง สนับสนุน ให้คนดีมีอำนาจและต้องสะกัดกั้นคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ&lt;/b&gt;  มาใช้เป็นเครื่องมือ ในการทำลายศัตรูทางการเมืองของกลุ่มตนและส่งร่างทรงของพวกเขา เข้าสู่ตำแหน่งสำคัญๆต่างๆ ของบ้านเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   นี่คือ &lt;b&gt;การดึงฟ้าให้ต่ำ&lt;/b&gt; &lt;b&gt;นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติและราชบัลลังค์&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
   ร่วมกันจับตาดูหน้าตา&lt;b&gt;คนดีของพวกอภิสิทธิชน &lt;/b&gt;ที่กำลังจะส่งขึ้นเวทีการเมืองไทย ในเร็ววันนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และถ้าเห็นว่าไม่เข้าท่า ก็จะได้มาร่วมกัน&lt;b&gt;โห่ เพื่อไล่ลงจากเวทีต่อไป &lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/sansab/20080117/335#comments</comments>
 <pubDate>Thu, 17 Jan 2008 00:38:58 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">335 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ระบอบทุนนิยม มีหัวใจ ได้จริงหรือ?</title>
 <link>http://arayachon.org/sansab/20071218/315</link>
 <description>&lt;p&gt;
สืบเนื่องจากคุณสฤณี อาชวานันทกุล ได้บรรยายเรื่อง &amp;quot;ทุนนิยมที่มีหัวใจ : ทางเลือกใหม่แห่งการพัฒนา&amp;quot; ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เมื่อเร็วๆนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูรายงานสรุปคำบรรยายได้&lt;a href=&quot;http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q4/2007december06p8.htm&quot;&gt; ที่นี่&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณสฤณี ได้วิจารณ์ แนวคิดกระแสหลักของระบอบทุนนิยมว่าเป็นเพียง &lt;strong&gt;&amp;quot;มายาคติ&amp;quot;&lt;/strong&gt; ที่ไม่เป็นจริง เช่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-&lt;strong&gt;ตลาดเสรี&lt;/strong&gt; สามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดสรรทรัพยากรและผลลัพธ์สูงสุด เกิดจากการตัดสินใจของผู้เล่นหลายคน ที่คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักหรือ &amp;quot;&lt;strong&gt;มือที่มองไม่เห็น&lt;/strong&gt;&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-ประโยชน์จากทุนนิยมเสรีจะไหลลงสู่คนทุกระดับชั้น โดยที่รัฐไม่ต้องแทรกแซงตลาด และรัฐไม่ควรแตะ &amp;quot;&lt;strong&gt;ส่วนเกิน&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของคนรวย เพราะส่วนเกินเหล่านั้นมาจากการทำงานหนัก ซึ่งก่อให้เกิดผลผลิตที่เป็นประโยชน์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-&lt;strong&gt;กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล &lt;/strong&gt;เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันความเจริญทางเศรษฐกิจ เพราะ &amp;quot;&lt;strong&gt;ความเป็นเจ้าของ&lt;/strong&gt;&amp;quot; เท่านั้นที่จะมีแรงจูงใจในการผลิต และ &amp;quot;&lt;strong&gt;พื้นที่สาธารณะ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่ปราศจากเจ้าของจะไร้คนดูแล ดังนั้น รัฐจึงต้องตีกรอบ มอบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลและคุ้มครองกรรมสิทธิ์นั้นอย่างเคร่งครัด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-ทุกคนควรทำแต่ในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญที่สุด นักธุรกิจที่อยากช่วยเหลือภาคสังคม นอกเหนือจากเงินภาษีที่จ่ายรัฐ ก็ทำโดยผ่านกิจกรรม &amp;quot;&lt;strong&gt;สังคมสงเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;quot; ต่างๆ เช่น การบริจาค เท่านั้นก็พอแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
-ทุกภาคส่วนควรมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเดียว เนื่องจากระบบตลาดเป็นระบบที่ดีที่สุดในการสร้างประสิทธิภาพ รัฐจึงควรปล่อยให้ระบบตลาด ทำงานด้วยตัวกลไกของตลาดเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น&lt;/b&gt; เฉพาะคำวิจารณ์นี้ ก็เห็นได้ว่า คุณสฤณี ได้มองเห็นปัญหาหลักๆของระบอบทุนนิยม และวิจารณ์ได้อย่างถูกต้อง ผิดกับเพื่อนเราบางคนที่ยัง &lt;b&gt;หลงเชื่องมงายกับความเชื่อกระแสหลัก ไปถึงไหนก็สวดมนต์ สรรเสริญความดีเลิศประเสริฐศรีของระบอบทุนนิยม อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณสฤณี กล่าวว่า มายาคติของทุนนิยมกระแสหลัก ทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม นำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน สะท้อนได้จากปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้ที่ไม่เท่ากันของโลก และปัญหาโลกร้อนที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณสฤณีระบุว่า ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องมี 3 ลักษณะที่สำคัญ คือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรอย่าง &amp;quot;&lt;strong&gt;เป็นธรรม&lt;/strong&gt;&amp;quot; มิฉะนั้นผู้ยากไร้ที่ปราศจากกำลังซื้อ และไม่มีสิทธิมีเสียงในระบอบการเมืองจะยิ่งเดือนร้อนขึ้นเรื่อยๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2. ต้องยอมรับว่าทรัพยากรมีวันหมด และปัจจัยภายนอกเศรษฐกิจ เช่น ทุนธรรมชาติ คอร์รัปชั่น ฯลฯ ว่าเป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;ต้นทุน&lt;/strong&gt;&amp;quot; ราคาแพง มิฉะนั้นสมดุลสังคมจะเสื่อมลงเรื่อยๆ และในที่สุดโลกก็จะรองรับความต้องการของมนุษย์ไม่ได้ และ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3. ต้องเป็นระบบที่รองรับความหลากหลายของวัฒนธรรม ค่านิยม และวิถีชีวิตของคนในแต่ละ ท้องถิ่นได้ มิฉะนั้น ความตึงเครียดอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่แห่งการร่วมมือกัน หรือ &lt;b&gt;&amp;quot;ทุนนิยมที่มีหัวใจ&amp;quot;&lt;/b&gt; เป็น กระบวนการที่พัฒนาจากทุนนิยมเสรีเทียมสู่ &amp;quot;&lt;strong&gt;ทุนนิยมสร้างสรรค์&lt;/strong&gt;&amp;quot; ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนา ที่ยั่งยืน มีความเป็นธรรมในสังคม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น &lt;strong&gt;แนวคิดเรื่อง&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ความรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/strong&gt; หรือ (&lt;strong&gt;corporate social responsibility : &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;CSR&lt;/strong&gt;)  &lt;strong&gt;แนวคิดการลงทุนเพื่อสังคม&lt;/strong&gt; (&lt;strong&gt;socially responsible investion : SRI&lt;/strong&gt;) หรือแนวคิดจัดตั้งกองทุน &amp;quot;&lt;strong&gt;Patien Capital&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่เรียกว่า &lt;strong&gt;กองทุนอดทน&lt;/strong&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt;ทุนนิยมที่มีหัวใจจะเอาความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง ซึ่งจะไม่ขัดกับทุนนิยมที่คุ้นเคย คือได้ทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน&lt;/b&gt;&amp;quot; ที่ต้องแก้ไข คือ &amp;quot;&lt;strong&gt;วิธีคิด&lt;/strong&gt;&amp;quot; เพราะธุรกิจส่วนใหญ่จะคิดถึง การแสวงหากำไรสูงสุด และก่อนการทำอะไรเพื่อสังคมมักจะกลัวว่าผลตอบแทนหรือกำไรจะแย่ลง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับทุนนิยมในไทย ยังไม่ก้าวไปถึงทุนนิยมเสรีตามแนวคิดกระแสหลักด้วยซ้ำไป ยังเป็น &amp;quot;&lt;b&gt;ทุนนิยมสามานย์&lt;/b&gt;&amp;quot; อยู่ สาเหตุหลักๆ อาจเป็นเพราะธุรกิจการเมืองยังเฟื่องฟู โครงสร้างศักดินา หรืออำนาจนิยมยังอยู่ กฎหมายป้องกันการผูกขาดไม่มีผล และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและสังคม ยังใช้ไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ 
&lt;/p&gt;
คุณสฤณีมั่นใจว่า แม้ทุนนิยมที่มีหัวใจจะมีข้อจำกัดและอุปสรรคอยู่บ้า