ชนชั้นคนงานคอปกขาว คือชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุดของสังคมไทย
คุณอรทัย ปิ่นเก็จมณี ได้สรุปในบทความเรื่อง ชนชั้นและรัฐในสังคมไทย ตอนที่ 2 ที่เว็บไฟลามทุ่ง ว่า
" การต่อสู้ทางชนชั้นเพื่อโค่นล้ม การปกครองที่กดขี่ขูดรีดของชนชั้นผู้ปกครอง จึงเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีแต่เสริมสร้างและเข้าร่วมกับขบวนการต่อสู้ของประชาชนที่นำโดยชนชั้นกรรมกร โดยมีชนชั้นชาวนาเป็นพันธมิตร และมีชนชั้นกลาง ชนชั้นนายทุนชาติและชนชั้นอื่นๆ เป็นแนวร่วมที่ทรงพลัง จึงจะแก้ปัญหาของประเทศชาติ ของสังคมไทย ของครอบครัวและของตนเองได้อย่างแท้จริง "
เข้าใจว่า ชนชั้นกรรมกรที่คุณอรทัยหมายถึง กรรมกรตามโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโดยทั่วไป คือกรรมกรที่ขายแรงงานทางกาย ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ที่เรียกกันว่า คนงานคอปกน้ำเงิน (blue colar)
ในประวัติศาสตร์ ชนชั้นนำของการปฏิวัติสังคม ไม่ใช่ชนชั้นซึ่งเป็นคู่ความขัดแย้งหลักของสังคมเดิม เช่น
ในสังคมทาส ชนชั้นใหม่ที่ปฏิวัติและทำลายสังคมทาสลงไป คือชนชั้นศักดินาที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นทาส
ในสังคมศักดินา ชนชั้นใหม่ที่ปฏิวัติและทำลายสังคมศักดินาลงไป คือชนชั้นนายทุนที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นไพร่
ในสังคมทุนนิยม ชนชั้นใหม่ที่จะปฏิวัติและทำลายสังคมทุนนิยมลงไป คือชนชั้นใหม่ที่เป็นพันธมิตรกับและได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกรรมกร
มาร์กซ เรียก ชนชั้นใหม่ นี้ว่า Proletarians หรือ working class ซึ่งนักปฏิวัติรุ่นก่อนแปลเป็นไทยว่า ชนชั้นกรรมาชีพและได้รับการอธิบายต่อมาว่าคือ ชนชั้นกรรมกร
ในประวัติศาสตร์การปฏิวัติสังคมของมนุษย์ ไม่มีหลักฐานว่า มีชนชั้นกรรมกรประเทศไหน นำการปฏิวัติอย่างแท้จริงและได้รับผลสำเร็จ
การปฏิวัติรัสเซีย จีน เวียตนาม คิวบา ฯลฯ ชนชั้นกรรมกรไม่ใช่ชนชั้นนำการปฏิวัติ เพียงแต่มีบทบาทเป็นพันธมิตรและสนับสนุนการปฏิวัติ
ชนชั้นทางสังคม (Social Class)ที่ก้าวหน้ากว่าชนชั้นกรรมกร คือ แรงงานรับจ้างที่ทำงานโดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นสำคัญ ที่เรียกกันว่า คนงานคอปกขาว (white collar)
คนงานคอปกขาว มีความรู้การศึกษา มีวิทยาการที่ก้าวหน้า เป็นผู้ปฏิบัติ(doer) และมีลักษณะจัดตั้ง(organize)
คนงานคอปกขาว ก้าวหน้ากว่ากรรมกร ซึ่งเป็นคนงานคอปกน้ำเงิน (blue colar) ตรงที่มีความรู้ ความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ ทันสมัย มีวัฒนธรรมและมีความสามารถในการนำและการจัดการที่ก้าวหน้ากว่า
คนงานคอปกขาว ก้าวหน้ากว่าปัญญาชน ตรงที่มีลักษณะจัดตั้งและมีลักษณะปฏิบัติ
กล่าวโดยสรุป ชนชั้นนี้ คือ ชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุดและคือชนชั้นนำของการปฏิวัติไทย
ชนชั้นนี้ ปรากฎตัวขึ้นบนเวทีประวัติศาสตร์ในฐานะบริวารและลูกจ้างของชนชั้นนายทุน
ระบอบทุนนิยม ยิ่งพัฒนาไป ชนชั้นนี้ ก็เพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกที
และทวีบทบาทความสำคัญในการควบคุมบริหารกิจการต่างไของสังคมมากขึ้นทุกที
เมื่อชนชั้นนี้ สำนึกว่าประวัติศาสตร์ได้พัฒนามาจนถึงเวลาที่ชนชั้นนี้ ต้องรับภาระในการนำการปฏิวัติสังคม
และจะรับภาระนี้ได้ ก็แต่โดยพวกเขาจะต้องรวมตัวกันและจัดตั้งกันขึ้น เมื่อนั้น ชนชั้นนี้ ก็จะตื่นขึ้น เรียกว่าเกิดสำนึกทางชนชั้นและสำนึกทางประวัติศาสตร์( History and Class Consciousness )ขึ้น
เมื่อนั้น การปฏิวัติในระดับโครงสร้างเพื่อเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพและการพัฒนาก้าวหน้าอย่างแท้จริงของสังคมไทย จึงสามารถเกิดขึ้นได้
ดังนี้ คำขวัญของเรา คือ
ชนชั้นคนงานคอปกขาว (white collar)ทั่วไทยและทั่วโลก จงรวมกันเข้า !
เลนิน กล่าวว่า "ไม่มีทฤษฎีปฏิวัติ ก็ไม่อาจมีการเคลื่อนไหวปฏิวัติ "
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่มีทฤษฎีปฏิวัติ ก็ไม่อาจมีพรรค(การเมือง)ที่ปฏิวัติ
มีแต่พรรคปฏิวัติ ที่มีทฤษฎีปฏิวัติชี้นำ จึงสามารถเป็นพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชนอย่างแท้จริง
ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพลี่ยงพล้ำ เหตุสำคัญข้อหนึ่ง
คือพรรคไม่มีและไม่สามารถใช้ทฤษฎีปฏิวัติ มาชี้นำการปฏิวัติของไทยได้อย่างถูกต้อง
นับตั้งแต่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พังทะลายลงจนปัจจุบันแทบไม่มีบทบาทใดๆ
ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อย ก็ยังมีความใฝ่ฝันและเรียกร้องต้องการ พรรคที่ปฏิวัติที่สามารถเป็นทางเลือกของประชาชนได้อย่างแท้จริง
มีคนจำนวนไม่น้อย เช่น คุณสุวิทย์ วัดหนู ฯลฯ ที่ใฝ่ฝันและพยายามที่จะสร้างพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชน
แต่ความพยายามเหล่านั้น ยังไม่สำเร็จ
เหตุสำคัญข้อหนึ่ง คือ ถึงวันนี้ ไทยยังไม่มีทฤษฎีปฏิวัติที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
จึงเป็นหน้าที่ของชนชั้นคนงานคอปกขาว ที่จะแสวงหาและใช้ทฤษฎีปฏิวัติอย่างถูกต้อง
ที่จะโฆษณาและเผยแพร่ทฤษฎีปฏิวัติ รวมทั้งทางออกและแนวทางนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสมกับสังคมไทย
ที่จะรวมตัวและจัดตั้งกันขึ้น และดำเนินการต่อสู้ทางอุดมการณ์กับชนชั้นนายทุนต่อไป

