วิจารย์ข้อเขียนของสหายสิกขา เรื่อง ความตายและการหลอกหลอนของมาร์กซ์

tags:

อนุสนธิจากข้อเขียนของสหายสิกขา เรื่อง ความตายและการหลอกหลอนของมาร์กซ์ที่ เว็บพลวัต

ที่ว่า "ฟรานซิส ฟูกูยามา ถึงกับเขียนหนังสือ The End of History เพื่อออกมายืนยันความจริงในข้อนี้ เพราะในเมื่อคอมมิวนิสต์ล่มสลาย จะมีพัฒนาการของประวัติศาสตร์     ต่อไปได้อย่างไรอีกตามแนวคิดของมาร์กซ์ที่จะต้องมีการต่อสู้และการพัฒนาเชิงประวัติศาสตร์จากสังคมทาสโบราณ จนถึงสังคมคอมมิวนิสต์. " นั้น

ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า การไปรับเอาความคิดและความเชื่อ(สมมุติฐาน)ของ "นายฟรานซิส ฟูกูยามา" ที่ว่า " capitalist democracy represents the end of history" ที่ถึงทุกวันนี้ นักวิชาการจำนวนมาก ก็ยังโต้แย้งว่า เป็นสมมุติฐานที่ไม่ถูกต้อง

นายฟูกูยามา เป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาและมีเชื้อชาติญี่ปุ่นก็จริง แต่เกิดศึกษาและทำงานในอเมริกา จิตวิญญาณของเขาจึงเป็น"อเมริกัน"เต็มตัว
 ดูประวัติของเขาได้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/Francis_Fukuyama

ตอนที่เขาเขียนเรื่อง  The End of History  ตามคำให้สัมภาษณ์ของเขาเอง
" อันที่จริง ผมได้เขียนบทความชิ้นนั้น ตอนที่ผมยังทำงานอยู่ที่ RAND Corporation
ก่อนจะมาทำงานอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ " ดู http://midnightuniv.org/midnight2544/newpage6.html
จำบริษัท RAND Corporation ได้ไหม? ว่านี่คือบริษัท think tank สำคัญของระบบทุนฯสหรัฐ
นายฟูกุยามา  ได้ทำตัวเป็นปากเสียงของจักรวรรดิอเมริกา ที่หลงระเริง เป่าปาก ตีปีก หลังจากโซเวียตสลายตัว ว่า
capitalist democracy ชนะ ลัทธิมาร์กซ อย่างเด็ดขาดแล้ว ตามคำที่อจ.รังสรรค์ เขียน คือ
 "เมื่อกำแพงเบอร์ลินพังทลายและอาณาจักร โซเวียตล่มสลายดูเหมือนว่า ระบบทุนนิยมจะ "ชนะ" ระบบสังคมนิยม
จนถึงระดับที่ฟรานซิส ฟูกูยามา (Francis Fukuyama) ตีปีกว่า มนุษยพิภพได้มาถึง "ปลายทางแห่ง ประวัติศาสตร์" (The End of History) แล้ว
 ฉันทมติแห่งวอชิงตัน (Washington Consensus) กลายเป็นกรอบการดำเนินนโยบายที่แผ่อิทธิพลปกคลุมโลก
โดยที่ฉันทมติแห่งวอชิงตันมีกระบวนการโลกานุวัตร (Globalization of Washington Consensus)
ด้วยประเทศทั้งในโลกที่สองและ โลกที่สามจำนวนมากเดินตามแนวทางฉันทมติแห่งวอชิงตัน
ทั้งโดยสมัครใจ และโดยภาวะจำยอม อันเป็นผลจากการกดดันของกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ ธนาคารโลก และสหรัฐอเมริกา " 
ดูคำโต้แย้งสารพัดเรียงเป็นตับ  ต่อสมมุติฐานของนายฟูกูยาม่า ที่ 
 Criticisms of Fukuyama's thesis 
คุณอนุช อาภาภิรม นักวิชาการคนสำคัญของไทย ก็ได้โต้แย้งและวิจารย์ว่า สมมุติฐานของนายฟูกูยามา ผิด
ดูบทความของเขาเรื่อง ความรู้กับความไม่รู้ การปะทะทางอารยธรรม
ลัทธิเสรีนิยมใหม่และฉันทามติแห่งวอชิงตันหรือ capitalist democracy  นะหรือ คือ อนาคตและทางออกของมนุษยชาติ ทั่วโลก ?
ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ กรุณาไปดูสภาพและชะตากรรมของ"จอมจักรวรรดิอเมริกา" ผู้ยิ่งใหญ่
ผู้ชูธงผืนใหญ่ของระบบทุนนิยมโลกและเป็นอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียว
จากบทความล่าสุดของประชาไท เรื่อง สหรัฐฯ จะปกป้องตัวเองจากความล่มสลายได้อย่างไร?
และ บทความแปลเรื่อง ขั้วอำนาจใหม่ในโลก: การท้าทายลุงแซม 
  • ส่วนตัว ศรศิลป์ เองเข้าใจว่างานเขียนชิ้นต่างๆ ดังที่ สหายสิกขา และ คุณไท ได้เขียนขึ้น ตลอดจนได้อ้างอิงถึงนั้น เป็นเรื่องทางวาทกรรมเพื่อพยายามนำเอา อดีตมารับใช้ปัจจุบัน หมายถึงเป็นการตีความอดีตตามแนวความคิดของตนเพื่อบ่งชี้ จินตภาพของตนเอง เกี่ยวกับโลกปัจจุบัน ซึ่งมนุษย์ทุกคนก็ล้วนทำเช่นนี้ รวมถึง มาร์กซ ฟูกูยามา และปราชญ์ท่านอื่นๆ ในบรรณภพ

 

  • มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ดำรงชีวิต (ด้วยลักษณะสัตว์สังคม) ของพวกตนด้วยการดัดแปลงโลกอย่างที่ไม่เคยมีสัตว์สายพันธุ์ใดทำได้เช่นนี้ ซึ่งวิถีดังกล่าวมีทั้งด้านที่เป็นคุณและมีโทษ แต่ก็เป็นวิถีอันไม่อาจหลีกพ้นอันเนื่องมาจากความอ่อนแอของมนุษย์ (โดยเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆ) ก่อนที่จะและในระหว่างกระบวนการดัดแปลงโลก มนุษย์ได้ทำการสร้างและวิวัฒน์ "โลกในจินตภาพ" ที่มองและอรรถาธิบายโลกสรรพสิ่งและตัวมนุษย์เอง เพื่อเป็นกรอบคิดที่ใช้ชี้นำการกระทำทั้งปวงของตนทั้งในด้านสร้างสรรค์และทำลายล้าง ในประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่ยุคโบราณ มนุษย์เผ่าชนใดที่สามารถรังสรรค์ "โลกในจินตภาพ" ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงในยุคสมัยตนที่สุด ทั้งได้แสดงความเหี้ยมหาญและเด็ดเดี่ยวเพียงพอในการต่อสู้เพื่อบรรลุความใฝ่ฝันตาม "โลกในจินตภาพ" ที่เผ่าตนสร้างขึ้น เผ่าชนนั้นย่อมสามารถเอาชนะเหนือเผ่าชนอื่นทั้งปวงในประวัติศาสตร์สมัยเดียวกัน และดัดแปลงโลกกายภาพและโลกทางสังคมให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของตน

 

  • เราจึงเห็นได้ว่า "โลกในจิตภาพ" ของมนุษย์เผ่าชนต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยนั้น ทั้งๆ ที่มิได้มีอยู่จริงบนโลกนี้หรือแม้แต่โลกหน้า เพราะมันแค่เป็นเพียงจินตภาพนามธรรม ซึ่งถูกรังสรรค์และยึดมั่นอยู่ในสมองและจิตใจของมนุษย์เผ่าใดเผ่าหนึ่งและสมัยใดสมัยหนึ่ง โลกในจินตภาพชุดใดชุดหนึ่งนั้นมี ที่มาที่ไปอันเป็นพื้นฐานทางสังคมและทางกายภาพ ของมันเอง อีกทั้งยังมี ฐานะและที่อยู่อันแน่นอนทางประวัติศาสตร์ ที่ไม่อาจลบเลือนบิดเบือนได้อีกด้วย และทั้งๆ ที่เป็นแค่จินตภาพนามธรรม "โลกในจินตภาพ" มีฐานะเป็น อาวุธทรงแสนยานุภาพ ที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ แยกเส้นทางเดิน ของตนออกจากเครือญาติสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างเด็ดขาด และกำลัง เดินทางหลุดพ้น ออกจากโลกอันเป็นถิ่นกำเนิดสู่จักรวาลอื่นอันไกลโพ้น มุ่งสู่การผจญภัย สืบทอด และวิวัฒน์เผ่าพันธุ์อย่างไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด นอกจากนั้น ด้วย "โลกในจินตภาพ" นี้เอง ที่ทำให้มนุษย์สามารถ หันกลับมาสำรวจสรรพสิ่งทั้งปวงรวมทั้งตนเอง (ทั้งในฐานะบุคคลและเผ่าชน) ได้อย่างลึกซึ้งและบูรณาการยิ่งขึ้นทุกขณะ

 

  • อย่างไรก็ตาม ในอีกทางหนึ่ง ด้วยเหตุแห่ง การวิวัฒน์อันไม่มีวันสม่ำเสมอได้ แห่งโลกธรรมชาติและโลกทางสังคมของมนุษย์ บนระยะเวลาที่แน่นอนหนึ่งๆ ในประวัติศาสตร์โลกธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มักบังเกิด "โลกในจินตภาพ" ขึ้นหลายหลากชุดในเวลาเดียวกัน และทั้งไม่ได้มีเพียงชุดเดียวที่เป็น ชุดจินตภาพอันสัมบูรณ์แค่ชั่วคราว (ซึ่งสามารถอรรถาธิบายให้คำตอบแก่ข้อสงสัยทั้งปวงของมนุษย์ในเวลานั้นๆ) ย่อมมี "โลกในจินตภาพ" มากกว่าหนึ่งชุด อาจจะนับสิบหรือหลายสิบชุด ที่ โดดเด่น ขึ้นจนเป็นที่ต้อนรับ ศรัทธา และยึดกุมของเผ่าชนหนึ่งใด ในบางส่วนหรือทั้งหมด หรือแม้แต่หลายเผ่าชน เหนือ "โลกในจินตภาพ" อื่นๆ ที่หยาบเถื่อน-ตกหล่น-กระพร่องกระแพร่ง-เพ้อฝัน-เลื่อนลอย-คับแคบ และสารพัดโทษสมบัติ

 

  • แน่นอนว่า เผ่าชนมนุษย์ใดหรือแม้แต่แค่บางส่วนของเผ่าชน ที่ได้รังสรรค์และยึดกุม "โลกในจินตภาพ" อันสอดคล้องและสวมพอดีเข้ากับ ศักยภาพอันมีอยู่จริงทางภูมิรัฐศาสตร์ และ มรดกทางประวัติศาสตร์ ของกายภาพแห่งเผ่าชนตน เผ่าชนมนุษย์นั้นย่อมรุ่งเรืองขึ้นอย่างโดดเด่น สามารถพิชิตอุปสรรคแวดล้อมทั้งปวงอย่างเปี่ยมศักดิ์ศรี ในทางกลับกัน เผ่าชนซึ่งคลั่งไคล้ "โลกในจินตภาพ" สุดแสนไร้สาระ อันเป็นผลสะท้อนสุดสลับซับซ้อนจาก ศักยภาพอันอ่อนด้อยทางภูมิรัฐศาสตร์ และ พินัยกรรมสุดอัปยศที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ ของเผ่าชนตนนั้น ย่อมกัดกินตนเองและเสื่อมโทรมสิ้นชาติไปในบั้นปลาย

 

  • นั่นย่อมเป็นไปตามวจนะลือลั่นอันสะท้อน "โลกในจินตภาพ" แห่งองค์ศาสดา ที่บ่งชี้ว่าสัตว์โลกล้วนย่อมมี กรรมที่เป็นของตนเอง ที่ว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้