อุดมการณ์คอมมิวนิสต์...ไม่เคยตาย !
การล่มสลายของสหภาพโซเวียต การพังทลายลงของกำแพงเบอร์ลิน นี่เป็นสัญลักษณ์อันหนึ่งที่สังคมในปัจจุบันมองว่า เป็นการล่มสลายของระบอบการปกครองที่เรียกว่า คอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมนั้น กำลังจะเป็นสิ่งที่คนยุคใหม่ไม่ให้การยอมรับกันต่อไปแล้ว
ความแตกต่างทางฐานะทางเศรษฐกิจสังคมไทย เป็นปัญหาสำคัญที่เป็นสาเหตุแห่งความ
ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน
ความขัดแย้งของเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นนั้น
หลายคนบอกว่า มีการปลุกผีคอมมิวนิสต์ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในสังคมไทย
เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แม้จะไม่ใช่พรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย
หรือยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง
แต่ในทางปฏิบัติแล้วพรรคการเมืองพรรคนี้ ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด
เพราะมีอายุยาวนานถึง 67 ปี และอุดมการณ์องพรรคยังคงยึดแนวทางตามลัทธิมาร์กซ์-เลนิน และความคิดของเหมาเจ๋อตง
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นเดิมเรียกว่า พรรคคอมมิวนิสต์สยาม ผู้ก่อตั้งคนแรกคือสหายซุง หรือสยามโฮจิมินห์ผู้นำชาวเวียดนาม ต่อมาได้มีการก่อตั้งเป็น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในคราประชุมสมัชชา พรรคครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2485
วันที่ 7 สิงหาคม ปี 2508 ซึ่งเป็นวันเสียงปืนแตก โดยกองกำลังของพรรคที่เรียกตนเองว่า กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ได้ใช้อาวุธเข้าโจมตีกองกำลังของรัฐบาลไทยเป็นครั้งแรก จากนั้นจึงได้มีการประกาศยุทธศาสตร์โดยการต่อสู้ด้วยอาวุธ โดยใช้ชนบทล้อมเมืองและเข้ายึดเมืองในที่สุด
ช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการลอบสังหารผู้นำประชาชนหลายคน ที่ต่อสู้กับการกดขี่ข่มเหงจากอำนาจรัฐ โดยเฉพาะเหตุการณ์วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ผู้นำนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากต้องหนีเข้าป่า จับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ต่อมาในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 เมษายน ปี 2523 ที่เรียกว่าคำสั่ง 66/23 เชิญชวนให้นักศึกษาและประชาชน ที่เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์กลับมาเป็นผู้ ร่วมพัฒนาชาติไทยโดยไม่ถือว่าเป็นความผิด
ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย รัฐสภาได้ประกาศยกเลิกพระราชบัญญัติ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ปี 2495 และปี 2543 เป็นผลให้การกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป
ในปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แม้ไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากนัก แต่ก็มีการประชุมสมาชิกพรรคและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างลับ ๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ส่งถึง สมาชิกพรรคให้สามัคคีกันบนหลักการลัทธิมาร์กซ์-เลนิน ก้าวไปสู่ชัยชนะของมวลมหาประชาชน
วันนี้เรามาฟังคำชี้แจ้ง คำอธิบายรวมทั้งการวิเคราะห์ ของอดีตเลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
คุณลุงธง แจ่มศรี ครับ
จอม เพชรประดับ: คำถามที่น่าแปลกใจ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยยังมีอยู่หรือในปัจจุบัน แล้วอยู่ได้อย่างไรในกระแสโลกทุนนิยม กระแสโลกาภิวัตน์ที่ค่อนข้างเชี่ยวกรากอยู่ในขณะนี้
ธง แจ่มศรี: ปัญหาพรรคคอมมิวนิสต์ จะอยู่ได้อย่างไร ความจริงคอมมิวนิสต์อยู่ได้ทุกที่ครับ แม้กระทั่งโลกาภิวัตน์ก็ยังดำรงอยู่
คุณคิดดูอเมริกาก็ยังมีพรรคคอมมิวนิสต์ อังกฤษก็มี ฝรั่งเศสก็มี
แม้กระทั่งรัสเซียที่บอกว่าล่มสลายไปแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์เริ่มฟื้นตัวขึ้นมา
แล้ว และกุมเสียงข้างมากในสภาดูมา
ฉะนั้นด้วยเหตุนี้ไม่ต้องสงสัยว่าคอมมิวนิสต์จะอยู่ได้หรือไม่
จอม:
คนยุคใหม่ดูเหมือนว่า ไม่มีการยอมรับอุดมการณ์ของคอมมิวนิสต์แล้ว
ใช่ไหมครับ
ลุงธง: เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เขาปิดบัง หรือไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่สมัยมาร์กซ์ประกาศมาแล้ว ชนชั้นปกครองประเทศใหญ่ๆ ไม่ยอมรับ ได้ใช้กำลังมาทำลายด้วยซ้ำ
คุณต้องเข้าใจว่าตั้งแต่รัสเซียสร้างประเทศใหม่มาเมื่อปีค.ศ. 1917 เขายังต้องสู้กับศัตรูภายในและศัตรูภายนอกประเทศ คือประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ๆ โดยเฉพาะจักรวรรดินิยม 14 ประเทศ ยังได้ล้อมกรอบรัสเซียสมัยนั้น สู้กัน 4 ปี จึงขับไล่พวกจักรวรรดินิยมออกไปได้
ขนาดที่ผมถูกจับในคุกนะ พวกนักวิชาการของกอ.รมน.ก็มาโต้กับผมว่า
คอมมิวนิสต์เป็นของต่างชาติ ไม่น่าจะถูกกับประเทศไทย เขาก็ว่าอย่างนั้น
ผมก็ เอ ตอนนั้นผมจะโต้ โต้อย่างไรดี ผมบอกว่า
คุณมองปัญหาไม่ถูก อยากถามว่าศาสนาพุทธ เกิดในประเทศไหน จากอินเดียใช่ไหม
ทำไมเมืองไทยรองรับล่ะ
ลัทธิมาร์กซ์ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่า มาร์กซ์เป็นคนยิวในเยอรมัน แต่ว่าเนื่องจากท่านสรุปบทเรียนของสังคมมนุษยชาติ ให้ก้าวไปสู่ทิศทางที่สอด คล้องกับความจริง ท่านสรุปหลักการที่ใหญ่ๆ สำคัญออกมาได้
แล้วถือเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ของโลก ของสังคมมนุษย์
มิใช่ของประเทศหนึ่งประเทศใด หรือของคนคนหนึ่งคนคนใด
เราต้องยกย่องว่าท่านเป็นผู้ค้นพบปัญหา
จอม :
คนทั่วไปอาจยังไม่เข้าใจแนวคิดอุดมการณ์หลักๆ ของลัทธิมาร์กซ์
คุณลุงลองอธิบายแนวคิดที่สำคัญของลัทธิมาร์กซ์คืออะไร
ลุงธง: อุดมการของลัทธิมาร์กซ์คือ มองเห็นความทุกข์ยากของสังคมที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคสมัยระบอบทาสขึ้นมา หรือแม้แต่สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาลก็เช่นเดียวกัน ในยุคสมัยนั้น ถึงแม้จะมีความคิดเสมอภาคกัน แต่อดอยากยากแค้นทุรกันดารมาก
มาพัฒนาสู่ยุคทาส สังคมก็ก้าวมาอีกขั้นหนึ่ง แต่ว่าชีวิตทาสกับเจ้าทาสมันต่างกันมาก ทาสก็เหมือนไม่ใช่มนุษย์ มันก็ยากลำบาก ต่อมามันพัฒนามาอีกขั้นหนึ่งเป็นยุคศักดินา แต่ระหว่างเจ้าขุนมูลนายกับข้าทาสบริวาร ก็ยังคงถูกกดขี่ขูดรีดทุกข์ยาก
พอมาทุนนิยม มันพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอีก ถึงแม้เรียกร้องและเชิดชูว่า เป็นระบอบประชาธิปไตย และใช้คำพูดสวยหรู เป็นระบอบการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน สวยหรูมากกก แต่ความเป็นจริงไม่ช่ายย
ยังมีการกดขี่ขูดรีด
ระหว่างคนที่รวยล้นฟ้า กับคนที่ยากจนเสมอภาคเท่าเทียมกันได้หรือไม่ล่ะ โดยเฉพาะสังคมไทยในปัจจุบันนี้ อย่าว่าแต่เรื่องกดขี่ขูดรีดเลย
แม้แต่กฎหมายยังไม่เท่าเทียมกัน
จอม: อุดมการของมาร์กซ์คือ
อุดมการที่ทำให้คนเท่าเทียมกัน
ลุงธง: ไม่มีการกดขี่ขูดรีด
มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
จอม: พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยนี่
ตอนนี้พรรคยังไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ถือว่ายังผิดกฎหมายอยู่ใช่ไหม
ลุงธง: ก็ยังใต้ดินอยู่
จอม:
แต่ในปัจจุบันกฎหมายเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ก็ยกเลิกไปแล้วนะครับ
ทำไมจดทะเบียนไม่ได้ หรือไม่จดทะเบียน
ลุงธง:
ใช่ในแง่ที่เขาคิดมันเป็นอย่างนั้น
แต่ว่าเนื่องจากว่าไทยยังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตยแท้จริง จึงกดคน
กดคอมมิวนิสต์ อย่างเห็นว่าตอนนี้พวกเสื้อแดงทำอะไรตามกฎหมายก็ยังไม่ได้
จอม:
การที่ไม่ไปจดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมืองเพราะอะไรครับ
ลุงธง: ก็ชนชั้นปกครองไม่ยอมให้จด กฎหมายเกี่ยวกับพรรคการเมืองมันมีหลายช่องโหว่ แล้วแต่ตัวนายทะเบียนพรรคการเมืองยอมให้จดหรือไม่จด เพราะฉะนั้นในแง่นี้จะต้องแก้ปัญหาอีกเยอะ รัฐธรรมนูญต้องแก้ปัญหานี้ให้ตกไป
จอม: เขาไม่ยอมให้จด เพราะอะไรครับ
ลุง
ธง: เขาอ้างว่ามันขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะว่าคุณเสนอปัญหาอุดมการคือ
ยกเลิกระบอบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี เราก็ยังไม่ได้เสนอปัญหานี้โดยตรงนะครับ
แต่เพียงแต่ในแง่อุดมการ
เมื่อมีการกดขี่ขูดรีดเราก็ต้องแก้ปัญหาตรงที่จุดนี้
คือในสังคมที่มีการกดขี่ขูดรีด แบ่งชนชั้นในทางเศรษฐกิจมันไม่เท่าเทียมกัน คนที่ไม่มีที่ดินทำกินเยอะ แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ถึงแม้รัฐบาลบางช่วงจะเอาที่ดินส่วนรวมมาแจกจ่ายให้ แต่ผลที่สุดก็แจกให้นายทุนเสียมากกว่า คนจนจริงๆ ไม่ได้ ซึ่งไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
เพราะฉะนั้นในแง่นี้เกี่ยวกับปัญหาที่ใหญ่
มันก็อยู่ที่เราไม่มีอำนาจไปต่อรองเขาได้เต็มที่
เพราะฉะนั้นเราก็ส่งเสริมในแง่ ทำอย่างไรให้ไทยเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง
ต่อให้เป็นประชาธิปไตยนายทุนก็ยังดีกว่า
จอม:
แล้วทำไมเราไม่เปลี่ยน
หรือประกาศอุดมการเปลี่ยนประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
แทนที่จะเป็นคอมมิวนิสต์ที่คนส่วนใหญ่กลัวล่ะครับ
ลุงธง: ปัญหาก็อยู่ตรงนี้ละครับ ถ้าพวกผมจะเปลี่ยนอุดมการไปสู่ทุนนิยมก็บอกว่า พวกนี้จะกลายเป็นทุนนิยมไปแล้ว ใช่ไหม เดี๋ยวนี้มีคนส่วนหนึ่งไปสนับสนุนเสื้อเหลือง ก็ทำให้คนสงสัยเหมือนกัน มันผิดแนวแล้ว เพราะฉะนั้นเวลานี้เราอยู่ระหว่างที่ต้องระมัดระวังมาก
จอม : สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีอยู่ทุกภาคในประเทศไทยหรือไม่
ลุงธง : ครับเรามีทุกภาคของประเทศไทย
จอม : มีเยอะไหมครับ ประมาณเท่าไหร่
ลุงธง : ถ้าพูดถึงในแง่ตัวบุคคลของพรรคคอมมิวนิสต์ เนื่องจากเราอยู่ในสภาพใต้ดินเปิดเผยไม่ได้ เพราะฉะนั้นในแง่นี้เราก็จะต้องพูดกันแบบว่า คนที่สนใจเรื่องนี้ยังมีอยู่อีกมาก ถึงแม้ส่วนหนึ่งวิกฤติศรัทธาไป แต่ก็มีคนรุ่นใหม่ที่สนใจต้องการเข้าร่วมอุดมการนี้
จอม : สนใจเป็นสมาชิกของพรรคด้วยหรือครับ
ลุงธง : มีคนกำลังต้องการเข้าพรรคจำนวนมาก
จอม : จำนวนมากหรือครับ
ลุงธง : ใช่ ใช่ จำนวนมาก
จอม : เป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่เลยหรือครับ
ลุงธง : ใช่ ใช่ เป็นนักศึกษาด้วย ปัญญาชนด้วย (หัวเราะ)
จอม : ครับ ครับ ยังมีความหวังว่า ประเทศไทยถึงจุดหนึ่งแล้วนี่ จะสามารถเป็นคอมมิวนิสต์ได้ไหม? หรือว่าจะเป็นเพียงอุดมการของพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น
ลุงธง : ในแง่อุดมการนั้นเป็นเป้าหมายสูงสุดที่เราต้องต่อสู้ให้ถึง แต่ว่าคุณจะเสนอเวลานี้เปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นแบบคอมมิวนิสต์ แน่นอนไม่สอดคล้อง เพราะ ฉะนั้นต้องแก้ปัญหาให้เป็นไปตามขั้นตอนของมัน
ในประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ใช่ไหม เราต้องเรียกร้องให้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้น แต่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในที่นี้ก็เป็นประชาธิปไตยชนชั้นนายทุน คือคนที่ในรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ว่าค่อนข้างจะเป็นที่ยอมรับกันว่า
แต่ว่าคนที่จะรับเลือกตั้งต้องมีปริญญาตรีจึงสมัครรับเลือกตั้งได้ แสดงถึงว่าเป็นประชาธิปไตยนายทุนแล้ว ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนรากหญ้าอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นมันต้องต่อสู้เป็นขั้น ๆไป
จอม : ลุงธง ตอนนี้เป็นอดีตเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ลาออกมานานแล้วหรือยัง และเหตุผลที่ลาออกเป็นเพราะอะไรครับ
ลุงธง : เหตุผลที่ผมต้องลาออกก็เพราะ หนึ่งในภาวะของคณะกรรมการชุดนี้หลังจากที่แตกออกมาจากป่าแล้ว เราไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบการของพรรคได้อย่างครบถ้วน ทำให้การประชุมของคณะกรรมการบริหารซึ่งปกติธรรมดาต้องปีละครั้ง สมัชชาต้อง 5 ปีครั้ง แต่เราทำไม่ได้
แน่นอน เราไม่ใช่อยากจะฝ่าฝืน แต่หลังจากที่เราแตกจากป่า เราเปิดประชุมทีมงานเพื่อเปิดประชุมคณะกรรมการ เราถูกกวาดล้างจับกุมไปสองครั้งใหญ่ๆ ฝ่ายนำถูกจับกุมไปเกือบหมดในตอนนั้น นี่เป็นสาเหตุจริงๆที่ทำให้เราเปิดประชุมไม่ได้
...เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา... คน ยัง คง ยืน เด่น โดย ท้า ทาย ..............ดาว ศรัทธา เย้ย ฟ้า ดิน .........................
จอม : แต่ว่ารัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ออกนโยบาย 66/2523 ขึ้นมานี่ ให้คนเข้าป่าออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ปรากฏการณ์ครั้งนั้นเป็นการสำนึกผิด หรืออะไร ยกเลิกอุดมการณ์ ความตั้งใจของพรรคหรืออย่างไร
ลุงธง : ข้อนี้มันไม่ใช่ ถ้าพูดถึงในแง่นั้น คือถ้าเทียบว่าพ่ายแพ้เราก็ยอมรับได้ แต่ไม่ใช่เป็นการยอมจำนน หรือละทิ้งอุดมการณ์ อุดมการณ์ไม่ได้เปลี่ยน ไม่มีความคิดเลิกเป็นคอมมิวนิสต์
จอม : และไม่ใช่เป็นการสำนึกผิด
ลุงธง : ไม่ใช่ ผมยังถือว่า ผมถูกนะ ไม่ได้ผิด เพราะว่า ในขณะที่เราจับอาวุธนั้น ความจริงก่อนหน้านั้นพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้จับอาวุธ แต่หลังจากที่สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจเผด็จการอย่างเต็มที่
แม้แต่หนังสือพิมพ์ก็ออกไม่ได้ สภาก็ถูกยุบ รัฐธรรมนูญก็เลิกเปลี่ยนใหม่ทุกๆอย่าง และใช้อำนาจเขนฆ่าประชาชน เราก็ยอมรับไม่ได้
จอม : ปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวของคนหลายๆ กลุ่ม กลุ่มคนเสื้อแดงหลายคนบอกว่า เป็นการเอาหลักคิดแนวคิดหรืออุดมการของพรรคคอมมิวนิสต์มาสอดแทรก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศทำสงครามที่จะล้มอมาตย์ อันนี้คือหนึ่งในอุดมการของพรรคคอมมิวนิสต์หรือไม่ แล้วคนเสื้อแดง กำลังดำเนินการตามอุดมการนี้ ของพรรคคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ?
ลุงธง : แกนนำสำคัญเขาปฏิเสธนะครับ เขาไม่ใช่พวกคอมมิวนิสต์ เขาต่อสู้แบบสันติ จุดที่เหมือนกันก็คือ เขาปลุกระดมประชาชนให้ลุกขึ้นมา คัดค้านระบอบอมาตยาธิปไตย คัดค้านระบอบไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน
ในแง่นี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไปที่ไม่ยอมรับ
เราไม่ยอมรับเรื่องนี้อยู่แล้ว เฉพาะฉะนั้นในแง่นี้เป็นด้านหลักทั่วไป
เราสามารถเป็นเพื่อนกันได้
จอม: ในกลุ่มคนเสื้อแดงเอง
ก็มองว่า ส่วนหนึ่งก็ต่อสู้เพื่อคุณทักษิณ
ส่วนหนึ่งก็ต่อสู้เพื่อการล้มอมาตย์ และก็ยังมีกลุ่มแดงสยาม
อย่างกรณีนี้หากวิเคราะห์กลุ่มแดงสยาม ฝ่ายเสื้อแดง
อันนี้คืออุดมการอันเดียวกันกับพรรคคอมมิวนิสต์หรือไม่ครับ ?
ลุงธง :
ในแง่เขา ในรูปแบบทั่วๆไป เดี๋ยวนี้ยังพูดไม่ได้ เราก็ยังดูว่า
ต่อไปจะร่วมมือกันได้ขนาดไหนเป็นเรื่องในอนาคต แต่ในปัจจุบันเขาไปในแนวนี้
เราก็ไม่ขัดขวาง
ในเมื่อเขากล้าต่อสู้กับอมาตย์ซึ่งเราเห็นเป็นศัตรูร่วมกัน
จอม :
แต่ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จะมีโอกาสเข้ามาร่วมกับคนเสื้อแดงไหมครับ ?
ลุงธง : มองในสภาพปัจจุบัน เขาคงจะไม่ต้อนรับ เขาคงต้องขัดขวาง
เพราะว่าภาพพจน์ของพวกเรา มันทำให้เขารู้สึกว่ามันร่วมด้วยไม่ได้
เพราะว่าเราต่อสู้ไปถึงขนาดชนชั้นปกครองตั้งฉายาว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่ง
มันทำให้เขาถูกป้ายสีหนักได้
จอม : คนเสื้อแดงในส่วนแดงสยาม
อย่างคุณสุรชัย แซ่ด่าน
อันนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ชัดเจนของคอมมิวนิสต์ ที่อยู่ในกระบวนการเสื้อแดง
ลุงธง : ที่จริงตัวคุณสุรชัยเคยเป็นคอมมิวนิสต์ ติดคุกเรื่องคอมมิวนิสต์มา
แต่แกออกมาเดี๋ยวนี้ร่วมกับเสื้อแดง เขาก็เคลื่อนไหวในรูปแบบกว้าง
ด้านกว้าง พากเราไม่ปฏิเสธ
จอม: พรรคไปร่วมกันเขา
ลุง
ธง: เราไม่ไปร่วม เขาไม่ได้มีส่วนในแง่ที่ว่าเป็นนโยบาย
เราไม่ได้ไปทำแบบนั้น เป็นเรื่องเอกชนเขาทำ
จอม :
ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค
ลุงธง : ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค
จอม : ถ้าบอกว่านี่ การต่อสู้ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ถ้าจะให้ลุงธงในฐานะที่เป็นอดีตเลขาธิการใหญ่พรรค จะเสนอทางออกของประเทศในตอนนี้อย่างไร กับปัญหาที่พยายามจะล้มอมาตย์ พยายามที่จะต่อสู้กัน จะมีทางออกเสนอทางออก ให้กับปัญหาสถานการณ์ของสังคมไทยตอนนี้ได้อย่างไร
ลุงธง : ปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน ปัญหาเด่น ปัญหาแรกที่สุด คือ ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งเป็นผลิตผลของพวกเผด็จการทำรัฐประหารซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด
ในแง่ของนักกฎหมายหลายคนบอกว่าเป็นการทำผิดกฎหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเมื่อต้องแก้ปัญหาจุดนี้กลับคืนไป
ก็จะต้องสร้างแนวร่วมอันกว้างใหญ่เพื่อมาสยบพวกกลุ่มอมาตย์ต่อไป ฟื้นประชาธิปไตยของประชาชนคืนมา อันนี้คงเป็นทิศทางเดียวที่จะก้าวไปทำให้สังคมพัฒนาไปได้
จอม : มองอีกด้านหนึ่งของสังคม คนที่อยู่ตรงข้ามกับคนเสื้อแดงที่พยายามต่อสู้กับทุนนิยมสามานย์ คุณลุงคิดว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หรือมองทิศทางนี้อย่างไร ?
ลุงธง : ความเป็นจริงประเทศไทยเดี๋ยวนี้เป็นทุนนิยม ไม่ว่าจะเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงปฏิเสธอันนี้ไม่ได้
จอม : โดยรูปแบบการปกครองควรเป็นระบอบประชาธิปไตย เราปฏิเสธไม่ได้
ลุงธง : แต่ เป็นประชาธิปไตยนายทุน เราพูดตรงๆ คือเป็นประชาธิปไตยนายทุน แต่การที่เขาอ้างประชาชนเพื่อที่จะหลอกคน หรือทำให้คนเห็นว่าสวยหรูเท่านั้น แต่แท้ที่จริงไม่เสมอภาค
แต่ว่าใช้เงื่อนไขที่ด้านดีของทุนนิยมคือ พยายามพัฒนาประเทศในการผลิตให้เจริญก้าวหน้าคือพลังการผลิตมันเจริญ แต่ส่วนความสัมพันธ์ทางการผลิตคนส่วนน้อยยังได้ประโยชน์ คนส่วนใหญ่ยังเสียเปรียบ
ด้านนี้ต้องเปลี่ยนแปลง ด้านนี้ยังต้องอาศัย เงื่อนไขประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน พัฒนาในด้านพลังของ ประชาชนให้เข้มแข็งเติบใหญ่ขึ้นเพื่อต่อรองในระบอบประชาธิปไตย
จอม : ซึ่งในภารกิจของอุดมการคอมมิวนิสต์นี่ ไม่ว่าทุนแบบไหนก็แล้วแต่สามานย์ทั้งสิ้นใช่ไหมครับ
ลุงธง: แน่นอน ทุนนิยมมันกดขี่ขูดรีดนี่ มันเอาเปรียบคน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นในแง่นี้ อย่างที่ว่านี้ถ้าได้กำไรสัก 5 % 10% ก็ครึกครื้นกันเหมือนปลาได้น้ำ แต่ถ้าได้กำไรร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วละก้อ (เอานิ้วมือปาดคอ) เชือดคอยก็ยอม ตายก็ยอม
จอม : เอาชีวิตเข้าแลก
ลุงธง : ใช่ ใช่
จอม: ถ้าถามว่า ถึงตอนนี้ เงื่อนไขปัจจัยต่าง ๆ เอื้อให้อุดมการของคอมมิวนิสต์ตื่นขึ้นอีกครั้งในสังคมไทยหรือไม่
ลุงธง: ผมคิดว่าความเป็นจริงจะสอนให้คนเราฉลาดขึ้น พวกเราก็เช่นกัน ด้านไหนที่เราทำพลาดหรือทำผิดไป เราก็ต้องแก้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคม
ในแง่นี้เป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป ที่สำคัญอยู่ที่อาศัยคนจำนวนมาก หมู่มาก เราเรียกว่า แนวทางมวลชน คืออาศัยประชาชนที่ตื่นตัวช่วยกันมาสร้าง
จอม : ถ้าเกิดมวลชนส่วนใหญ่ มวลชนส่วนมากมีความตื่นตัวและเห็นว่า แนวคิดบางส่วนของคอมมิวนิสต์น่าจะกลับมาอีกครั้งก็ขึ้นอยู่กับมวลชน ว่ามวลชนต้องการอย่างนั้นหรือไม่
ลุงธง : ใช่ ใช่ ถูกต้อง
จอม : นั่นก็คือการ สร้างสังคมที่เท่าเทียมกันอย่างที่ว่า
ลุงธง : ใช่ ใช่
จอม : คุณลุงธงเองได้มีโอกาสร่วมทำงานกับคุณลุงคำตัน สหายคำตันมาเวลาหนึ่งใช่ไหมครับ ท่านเป็นคนอย่างไร และมีแนวคิดอะไรที่ใกล้เคียง
ลุงธง : คุณคำตันท่านเป็นนักการทหาร ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ดูจากชีวิตของท่านที่อยู่ในฐานที่มั่น ท่านจะมีหม้อทหาร ท่านเรียกว่าหม้อแกงโฮะ เอาอาหารที่กินเหลือทุกอย่างลงไปอุ่นต้มกินได้ นี่สะท้อนถึงชีวิตของท่านที่มันเรียบง่าย
ท่านไม่เอาพวกเผด็จการ ท่านเป็นนักประชาธิปไตย หากไปศึกษาชีวิตของท่านจะเห็นถึงวิถีชีวิตของคนที่มีความรักชาติ รักประเทศชาติรักความยุติธรรมอย่างแท้จริง ท่านผ่านชีวิตสังคมมาหลายแบบ ต่อสู้แบบทหาร ใช้ชีวิตแบบทหาร เป็นนักการเมืองในสภา
ท่านก็เป็นมา ท่านผ่านมาเต็มที่แล้ว แต่ท่านเห็นว่า ระบอบรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ท่านจึงก้าวไปสู่อุดมการคอมมิวนิสต์ ในแง่นี้ที่แตกต่างจากนักการเมืองในปัจจุบัน
จอม : ลุงธงมองว่า สุดท้ายแล้วสถานการณ์บ้านเมืองไทย จะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไร การล้มอมาตย์จะสำเร็จหรือไม่ และสถานการณ์ของบ้านเมือง จะนำไปสู่การหาทางออกหรือคลี่คลายอย่างไร ?
ลุงธง : ปัญหานี้ เดี๋ยวนี้ยังมองไม่เห็น กำลังประชาชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นต่อต้านคัดค้านกลุ่มอมาตย์ พวกเผด็จการที่รัฐประหารกันมา ผมว่าจากพฤติการณ์การตื่นตัวของประชาชน จะเป็นการผลักดันให้ชนชั้นปกครองต้องพิจารณา สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ การลุกฮือขึ้นสู้ของประชาชน
จอม : แต่ประชาชนเองก็ขัดแย้งกันเอง พลังประชาชนไม่ได้เข้มแข็งเหมือนในอดีต
ลุงธง : ในข้อนี้เป็นเรื่องที่ชนชั้นปกครอง พยายามใช้หรือขยายให้มันเป็นประโยชน์ให้ประชาชนชนกัน เขาก็อยู่สบาย เขาไม่ถูกโค่น แต่ถ้าความเป็นจริงนั้น มนุษย์เรารู้ทันกัน
เขาไม่ได้กินแกลบ ไม่ได้กินรำ เพราะฉะนั้นในแง่ถูกกดมากๆ ถึงที่สุด ถึงจุดเดือดก็เกิดขึ้นมาวันหนึ่ง คิดว่าข้อนี้แหละ ชนชั้นปกครองมองข้าม
เพราะสรรพสิ่ง ถ้าศึกษาปรัชญาข้อหนึ่ง จะรู้ว่า การพัฒนาเปลี่ยนแปลงไม่ว่ารูปแบบไหน ถึงจุดที่มันเปลี่ยนผ่าน จากคุณภาพหนึ่งไปสู่คุณภาพหนึ่ง มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันรุนแรง
จอม : นี่ชัดเจนเป็นแนวคิดที่อาจจะไม่ได้รับฟังมุมมองเหล่านี้เท่าไหร่ แนวคิดมุมมองในแบบการเมืองแบบคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมที่ว่ากัน อย่างไรก็ตามในสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การแสดงออกในมุมมองการเมือง ความคิดหรือลัทธิการเมืองของสังคมนั้นก็กว้างมากขึ้นด้วย
ชมคลิปสัมภาษณ์ ได้ที่ voicetv
ที่มา บอร์ดไฟลามทุ่ง

