ไทยเปิดเสรีบริการเพิ่มอีก 143 รายการ ต่อประเทศสมาชิกกลุ่มอาเชี่ยน
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน อยู่ระหว่างการเสนอข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้า บริการชุดที่ 7 เพื่อเปิดเสรีธุรกิจภาคบริการให้แก่สมาชิกอาเซียนเพิ่มขึ้น
ตามกำหนดสมาชิกจะต้องส่งตารางข้อผูกพันภายในเดือน พ.ค.2552
แต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้
คาดว่าจะมีการยื่นตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดที่เพิ่มขึ้นภายในการประชุม
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ในเดือน ส.ค.นี้ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
สำหรับไทยมีการเสนอข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมต่อสภาผู้
แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 190
ได้รับความเห็นชอบแล้ว ขณะที่
ครม.มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการยื่นข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุด
ที่ 7 ต่อสำนักงานเลขาธิการอาเซียนได้ ซึ่งก็ได้ดำเนินการไปแล้ว
“ธุรกิจบริการในข้อผูกพันเปิดตลาดบริการชุดที่ 7 ประกอบด้วย สาขาบริการ 10 สาขา เป็นสาขาบริการย่อยทั้งหมด 143 รายการ ได้แก่ บริการ
ด้านธุรกิจ การสื่อสาร ก่อสร้าง การจัดจำหน่าย การศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว นันทนาการ วัฒนธรรมและการกีฬา
การขนส่งและบริการอื่น ๆ ที่ไม่จัดอยู่ในบริการข้างต้น
ซึ่งธุรกิจบริการทั้ง 143 รายการ อนุญาตให้ต่างชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียน
มีสิทธิถือหุ้นในนิติบุคคลที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยได้ไม่เกิน 49% ตาม
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดไว้” นางนันทวัลย์ กล่าว
นอกเหนือจากข้อจำกัดด้านการถือหุ้นแล้ว ยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ
ในการกำกับดูแลธุรกิจ เช่น ข้อกำหนดสัดส่วนเรื่องผู้ให้บริการ
ซึ่งเป็นบุคลากร การกำหนดให้ผู้บริหารในนิติบุคคล ต้องเป็นคนไทย
การกำหนดเรื่องทุนขั้นต่ำในการลงทุน
โดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับภายใต้กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง
กับการขออนุญาตในการประกอบกิจการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อไทยเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติม ประเทศในอาเซียนอื่น
ก็ต้องเปิดตลาดเพิ่มเช่นเดียวกัน
ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปลงทุนในธุรกิจบริการ
ตามที่สมาชิกอาเซียนได้ผูกพันไว้
การลงทุนของไทยจะได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาลของสมาชิกอาเซียนที่เป็นธรรม
รวมทั้งลดความเข้มงวดในการใช้มาตรการและกฎระเบียบต่างๆ ต่อการลงทุนของไทย
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า
ไทยน่าจะได้ประโยชน์ในการดึงดูดการลงทุนเข้ามาประเทศ
และเป็นการส่งสัญญาณด้านบรรยากาศการลงทุนที่ดีต่อประเทศนอกภูมิภาคอาเซียน
ด้วย เพราะข้อผูกพันของไทยแสดงให้เห็นถึงการดำเนินการของภาครัฐ
ในการเปิดให้มีการลงทุนจากต่างประเทศภายใต้ข้อผูกพันเป็นลายลักษณ์อักษร
มีความโปร่งใสและชัดเจน สร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

