นปก.ฝ่าแนวกั้นตร.ปะทะกลุ่มพันธมิตรฯ บาดเจ็บกว่า 34 คน สาหัส 4 เสียชีวิต 1 คน
ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า วันที่ 1 กันยายน 2551 กลุ่มนปก.เปิดเวทีปราศรัยเมื่อช่วงเย็นที่บริเวณท้องสนามหลวง โดย เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโจมตีพันธมิตรฯ ว่าเป็นเผด็จการ พร้อมรับไม่ได้กับแนวคิดการเมืองใหม่ ที่ให้ ส.ส.มาจากการแต่งตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์
พร้อมกับย้ำว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืนของประชาชนที่ต้องการปกป้องประชาธิปไตย และบนเวทีมีการประกาศด้วยว่า สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที จะมีการถ่ายทอดสดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวงด้วย โดยกลุ่ม นปก.ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะทยอยมาร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงในคืนนี้มากขึ้น ส่วนการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย เพราะหวั่นว่าอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
เนชั่นทันข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น.กลุ่มนปก.ได้เคลื่อนพลจากสนามหลวง ฝ่าแนวกั้นตำรวจจนมาถึงที่บริเวณแยกจปร. ระหว่างนั้นทางนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ประกาศบนเวที เพื่อขอกำลังการ์ดอาสาเพิ่ม เนื่องจากทางกลุ่มนปก.ได้เคลื่อนกำลังเข้ามาจำนวนหลายพันคน พร้อมกับเน้นย้ำให้การ์ดทำหน้าที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น
หลังจากนั้นเพียง 15 นาที ปรากฏว่าทางกลุ่มนปก.ที่เคลื่อนพลมาได้เกิดการประจันหน้ากับทางกลุ่มพันธมิตร ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าหากัน พร้อมกับมีการปาขวดน้ำ ขวดโซดา ขว้างก้อนหินใส่กัน พร้อมกับมีการถืออาวุธไม้วิ่งไล่ตีกัน
ระหว่างที่เกิดการปะทะกันนั้น ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมนปก.ล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นที่น่าสังเกตุว่าระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุนนั้นไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคอยดูแลแต่อย่างใด
ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 02.10 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
ให้สัมภาษณ์ในข่าวสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ถึงเหตุการณ์กลุ่ม
นปช. บุกมาทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า
รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมากและรู้สึกว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย
จุดยืนของทหารในขณะนี้ก็คือ ยังไม่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน
แต่จะเข้าไปช่วยดูแลสถานการณ์ดังกล่าวให้ดีขึ้น
ซึ่งขณะนี้ตนได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว
และก็ได้แจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว
ว่าทหารจะขอเข้าไปเป็นผู้ช่วยในการดูแลสถานการณ์ให้ดีขึ้น ทั้งนี้กำลังทหารที่ส่งไปช่วยดูแลสถานการณ์
ก็จะเป็นทหารจากกองร้อยปราบจลาจล จำนวน 4 กองร้อยเข้าไปในพื้นที่
ซึ่งทหารกลุ่มดังกล่าวจะไม่พกอาวุธใด ๆ ติดตัวไปนอกจากโล่และกระบองเท่านั้น
ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานได้รายงานสดจากพื้นที่เข้ามาเพิ่มเติมว่า
ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯ
ได้นำแผงเหล็กมาตั้งเป็นแนวป้องกันที่ด้านหลังกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณเชิง
สะพานมัฆวานเอาไว้แล้ว ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่ม นปช.
ก็อยู่ห่างกันไม่ถึง 200 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ากลุ่ม นปช. ที่มาบุกที่พันธมิตรฯ
ส่วนใหญ่อยู่ในอาการมึนเมา ซึ่งขณะที่เดินผ่านตัวผู้สื่อข่าวไป
ก็มีกลิ่นสุราโชยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการพกอาวุธ เช่นมีด และ
ไม้กันเกือบทุกคน
ด้านพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จงรักษ์ จุฑานนท์
รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งได้รับหน้าที่ให้ดูแลการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ
ได้มาถึงยังที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งก็กำลังหารือกันอยู่ และในเบื้องต้น
พล.ต.ต.สุชาติ กล่าวว่า ในขณะนี้ตำรวจทำได้เพียง
ควบคุมไม่ให้ทั้งสองฝ่ายปะทะกันเท่านั้น ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป
เวลา 02.41 น.ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีกลุ่มรถแท็กซี่ ของ นปก.ประมาณ 100 คัน มาจอดและลงจากรถ โดยโพกผ้าสีแดง พร้อมกับตะโกนขับไล่แกนนำพันธมิตรฯ โดยมีกำลังตำรวจคอยตรึงกำลังอยู่ตลอดเวลา
เวลา 02.43 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีรถทหารจาก พัน 1 รอ.บรรทุกทหารเต็มคันรถ ออกมาวิ่งรอบๆพื้นที่และพร้อมปฎิบัติงานโดยเข้าไปจอดภายในกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 10 คันรถ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นมีทหารกองร้อยปราบจราจล 4 กองร้อย เป็นรถ จีเอ็มซี 2 คัน รถฮัมวี่ 1 คัน โดยได้ตั้งแถวพร้อมปฎิบัติการควบคุมสถานการณ์
เวลา 03.00 น.นายแพทย์เพ็ชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์เอราวัณ เปิดเผยถึงยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่นำส่ง รพ.ศูนย์เอราวัณ ว่ามียอดผู้บาดเจ็บรวม 34 ราย โดยในจำนวนนั้นบาดเจ็บสาหัส 4 ราย โดยถูกยิงเข้าบริเวณทรวงอก 3 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมี 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อ นายณรงศักดิ์ เกาะไธสง อายุ 55 ปี เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายถูกกระแทกและทุบตีด้วยของแข็ง
ความเห็น
การที่กลุ่มนปก.เคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของตำรวจ ไปปะทะกับการ์ดของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณแยกจปร.ถนนราชดำเนิน ในสภาพที่ประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปก.จำนวนมากมีสภาพมึนเมา จนมีคนบาดเจ็บกว่า 34 คน สาหัส 4 เสียชีวิต 1 คนนั้น แม้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้แล้ว แต่ประชาชนทั่วไป คงต้องกังขาว่าทำไมแกนนำกลุ่มนปก. จึงขับเคลื่อนประชาชนที่ชุมนุม ไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ ???
ดังที่ได้มีนักวิชาการและองค์กรจำนวนมาก ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายตั้งสติ ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ตำรวจทุบตีประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมที่ทำเนียบฯเมื่อเร็วๆนี้ แต่ดูเหมือนว่าทั้ง 2 ฝ่าย หาได้รับฟังไม่
ความรุุนแรง ไม่อาจและไม่ควรใช้มาแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประชาชน 2 กลุ่ม สังคมไทยจึงต้องประนามกลุ่มนปก.และการ์ดของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีส่วนในการก่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น รัฐบาลและตำรวจ จะต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ สะกัดกั้นประชาชนทั้ง 2 กลุ่มอย่างเต็มที่และดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป


ณ เวลา 7.00 เช้าวันที่ 2 กันยายน