รายการMetro Lifeทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน ยั่วยุให้ทำร้ายร่างกายโชติศักดิ์ อ่อนสูง

tags:

วันพุธที่ 30 เมษายน 2551 รายการMetro Life ซึ่งออกอากาศทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน (FM 97.75 MHz) โดยมี ต่อพงศ์ เศวตามร์ วฤทธิ์ นิ่มนวลกุล และอำนาจ เกิดเทพ ร่วมกันเป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้จัดรายการ ได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้ฟังไปพบโชติศักดิ์  อ่อนสูง ในงานเสวนา “สิทธิมนุษยชนกับความเห็นที่แตกต่าง  ที่ จะจัดขึ้นที่ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2551 ซึ่งโชติศักดิ์ อ่อนสูงจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ร่วมกับ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประวิตร โรจนพฤกษ์ และสุภิญญา กลางณรงค์

ในตอนหนึ่งของรายการที่ออกอากาศในวันดังกล่าว ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวว่า งานนี้จะเป็นที่รวมของพวกสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราก็จะไปแสดงสิทธิของเราได้ด้วยการขว้างขวดน้ำ เพราะในกฎระเบียบของห้องนั้นมีแต่ห้ามสูบบุหรี่ หรือส่งเสียงรบกวนระหว่างการบรรยาย ถ้ามีขวดน้ำก็น่าจะใช้ได้ หรือยกมือทักท้วง โห่ ถ้าเขาพูดอะไรที่เราไม่เห็นด้วย

ผู้ดำเนินรายการคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า มีคนถามว่า ถ้าเราตีหัวคนแล้วเราต้องจ่าย 500 หรือเปล่า ก็มีการตอบกันว่าต้องจ่ายข้อหาทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย แต่เขาอาจจะตีความว่าพยายามฆ่า เพราะฉะนั้นต้องใช้หมัด อย่าใช้อาวุธ ต้องไม่ให้เกิดเลือด หรือถึงเลือดออกก็จ่าย 500 ค่าทำขวัญ ค่าเข็มเท่านั้น

ซึ่ง เมื่อมีการเปิดสายให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็น ก็มีคนโทรเข้ามาเสนอให้กำถ่านไฟฉายไปชกปากให้แตก ไม่ต้องเสียค่าเข็มด้วย เพราะคนเจ็บไม่กล้าเย็บ  เสียแค่ค่าพยาบาล กับค่าปรับ 500 บาท

นอกจากนี้ ตลอดทั้งรายการมีการกล่าวย้ำบ่อยครั้งว่า การร้องไห้ เจ็บแค้น นอนไม่หลับอยู่กับบ้าน ไม่ได้เป็นการช่วยปกป้องสถาบันฯ เราต้องมีการลงมือกระทำบ้างแล้ว หวังว่าประชาชนจะช่วยกันเองในการปกป้องสิ่งที่รัก จะคิดและหวังรอให้ทหารมาทำปฏิวัติไม่ได้อีกแล้วโดยเริ่มในวันศุกร์ที่ 2 และวันอาทิตย์ที่ 4 นี้ 

นึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551 ผู้ดำเนินรายการได้เชิญชวนให้ผู้ฟัง ไปชูป้ายประท้วงนายกฯ และรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่หน้าห้องส่งกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งนายกฯ จะต้องไปออกรายการนายกฯพบประชาชน ในเรื่องที่นายกฯ ไม่ทำอะไรเลยกรณีที่จัดให้คนที่ใส่เสื้อ ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรรม เห็นต่างไม่ใช่อาชญากร ไปออกรายการ

อย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายรายการ ผู้ดำเนินรายการได้ย้ำให้ประชาชนเคลื่อนไหวด้วยความสงบ มีสติ มีอารยธรรม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือ หรือทำให้กระบวนการในการต่อสู้เสียหาย ไฟล์เสียงของรายการเดิมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 อยู่ที่นี่

หลังจากมีคนออกมาวิพากษ์วิจารย์ ปรากฎว่าได้มีการลบไฟล์นี้ออกไป

แต่ก็มีมือดีเอาไปโพสต์ไว้ที่นี่ 

ฟังฟล์เสียงของวันที่ 29 เมษายน 2551 ประกอบได้ที่นี่

 

 

ที่มา - ประชาไท

 

สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล ได้เสนอความเห็นในบทความเรื่อง ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่ ที่ประชาไทว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ต้องจัดการด้วยการอภิปราย โต้แย้ง อย่างใช้เหตุผล ไม่ใช่ปลุกปั่น โดยอ้างสถาบันกษัตริย์ เพื่อนำไปสู่การใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้มีความเห็นแตกต่างกับตนอย่างที่กลุ่มผู้จัดการ-พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังทำอยู่

 

ระดับความบ้าคลั่งในการก่อกระส ละคอนแขวนคอยุคใหม่ ของคนกลุ่มนี้ ได้ถึงจุดที่อันตรายอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้ ร่วมกันประณามการเป็น ดาวสยาม-ยานเกราะ ยุคใหม่ของกลุ่มผู้จัดการ-พันธมิตร

 

รายการของวันที่ 29 รุนแรงกว่าค่ะ จากที่ฟังเทียบแล้วทั้งสองวัน

ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054449

แถลงการณ์สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
เรื่อง
ขออภัยต่อกรณีการใช้คำพูดไม่เหมาะสมในการจัดรายการ

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง แถลงการณ์สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ

ตามที่มีการกล่าวหาว่า รายการ Metro Life ของวิทยุผู้จัดการ
มีการส่งเสริมยุให้ประชาชนเข้าไปทำร้ายร่างกายของผู้เข้าร่วมการสัมมนาเรื่องสิทธิมนุษยชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น

สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ จึงขอแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

ประการแรก
จากการตรวจสอบของสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ พบว่า
ข้อความตามที่ถูกกล่าวหานั้น มีมูลความจริง
และเป็นคำพูดจากผู้ดำเนินรายการคนหนึ่งในรายการ Metro Life

ประการที่สอง
สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ ขอปฏิเสธว่า
คำพูดดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นนโยบายของทางสถานี
และไม่ได้เป็นการดำเนินการที่เป็นขบวนการ
หากแต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นโดยปัจเจกบุคคลในฐานะผู้ดำเนินรายการเท่านั้น
ไม่ได้เป็นไปตามนโยบายสื่อในเครือผู้จัดการ
หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ตามที่มีความพยายามหยิบยกประเด็นดังกล่าวเพื่อขยายผลทางการเมืองแต่ประการใด

ประการที่สาม
สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
มีความเชื่อบนพื้นฐานของข้อมูลโดยบริสุทธิ์ใจว่าการกระทำที่จาบจ้วง
และคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ได้เกิดขึ้นเป็น
“ขบวนการ” ต่างกรรมต่างวาระอย่างชัดเจน ทั้งปรากฏในรูปการนำเสนอผ่าน
เว็บไซต์, ใบปลิว, การกระทำผ่านสื่อสารมวลชน, แผ่นซีดี, นิตยสาร ฯลฯ
ที่ปราศจากการแก้ไขและดำเนินการใดๆ จากภาครัฐ

นอกจากนี้ “ขบวนการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”
กลับอำพรางแฝงเร้นตัวเองอยู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนักสื่อสารมวลชน นักวิชาการ
และนักการเมือง ที่ไม่กล้าแสดงตัวชัดเจน
เพราะทราบดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองนั้นเป็นคนส่วนน้อยในสังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้มีความเคารพ
รัก และเทิดทูนสถาบันนพระมหากษัตริย์ อย่างหาที่สุดมิได้

สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
จึงถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะประชาชนชาวไทยและผู้ดำเนินรายการทุกคนที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
จะปกป้อง พิทักษ์รักษา สถาบันพระมหากษัตริย์
ให้พ้นจากภัยคุกคามในครั้งนี้ภายใต้กรอบของกฎหมาย และเรายอมรับว่า
การดำเนินการของผู้ดำเนินรายการ Metro Life
ที่กระทำไปเพราะรู้ไม่เท่าถึงการณ์และเกินกรอบของกฎหมายไปนั้นเป็นความผิดพลาด
แต่ก็ได้กระทำไปด้วยเจตนาแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น

ประการที่สี่
สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
ขอแสดงความเสียใจและขออภัยจากคำพูดที่ไม่เหมาะสมในรายการ Metro Life
ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM
97.75 MHZ
และผู้ดำเนินรายการคนดังกล่าวต่างเห็นชอบพร้อมใจกันที่จะแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยุติการจัดรายการ
Metro Life ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2551
และเพื่อป้องกันการฉกฉวยโอกาสเพื่อทำลายการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่บริสุทธิ์ในช่วงระยะเวลาที่อ่อนไหวเช่นนี้

ประการที่ห้า
สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
ขอประกาศว่าจะยืนอยู่ฝ่ายที่ต่อต้านขบวนการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกรูปแบบตามรัฐธรรมนูญ
และเรียกร้องให้นักวิชาการ นักสื่อสารมวลชน และประชาชนโดยทั่วไป
ได้ช่วยกันตรวจสอบขบวนการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง
ตลอดจนแสดงความกล้าหาญในการที่จะประกาศจุดยืนต่อสถานการณ์ดังกล่าวให้มีความชัดเจน

ประการที่หก
สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ
ขอเรียกร้องให้กลุ่มนักวิชาการทั้งหลายที่ได้ตรวจสอบสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า
FM 97.75 MHZ นั้นอย่าได้ละเลยการตรวจสอบสื่อสารมวลชนในระบอบทักษิณ เช่น
สถานีวิทยุชุมชน คนแท็กซี่ 92.75 MHZ และวิทยุชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ
ที่มีพฤติกรรมในการยุยง คุกคาม
ให้ทำร้ายร่างกายประชาชนที่สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเป็นเวลาหลายปีแล้วเช่นเดียวกัน


ขอแสดงความนับถือ

สถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ

 

ตอบแถลงการณ์ของสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHZ

ประการแรก ที่ยอมรับว่าข้อกล่าวหามีมูลความจริงนั้น ถูกต้องแล้วเพราะ หลักฐานประจักษ์อยู๋โทนโท่ ขืนไม่รับสารภาพ ก็ต้องรับไปเต็มๆ เรียกว่า รับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นเหตุให้ลดโทษ

ประการที่สอง ที่ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นนโยบายของทางสถานีฯ ไม่ได้เป็นไปตามนโยบายของสื่อในเครือผู้จัดการหรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นั้น ขอบอกว่า เรื่องเลวๆ ชั่วๆ ถ่อยๆ นั้น เป็นธรรมดาที่คนต้องปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับตัว หน้าโง่ที่ไหนจะด้านหน้ามารับ เพียงขอถามว่า เครือผู้จัดการหรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มอบอำนาจให้มาแถลงการณ์หรืออย่างไร จึงทำเป็นรู้ดีไปปฏิเสธแทนพวกเขา

ประการที่สาม  ที่อ้างว่า มี“ขบวนการ”จาบจ้วง คุกคามสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นสิทธิของทางสถานีฯที่จะปกป้อง พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พ้นจากภัยคุกคามภายใต้กรอบของกฎหมาย นั้น ถ้อยแถลงนี้ ได้เปิดเผยตัวตนธาตุแท้ของสถานีว่า คือ สถานียานเกราะยุคดิจิตอล นั่นเอง พวกนี้เป็นพวกบ้าคลั่งเจ้า (ultra royalist) ทุกประเทศที่เจ้าพัง เหตุสำคัญก็เพราะฝีมือของพวก"เกินกว่าราชา"นี้เอง

ที่อ้างว่า ผู้ดำเนินรายการ Metro Life ผิดพลาดเพราะรู้ไม่เท่าถึงการณ์แต่ทำไปด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบยุยงส่งเสริมให้ทำร้ายคนด้วยความจงรักภักดี สังคมไทยไม่อาจยอมรับเหตุผลของพวกคลั่งเจ้า เช่นนี้ได้

ประการที่สี่ ที่อ้างว่า สถานีฯ ขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยุติการจัดรายการMetro Life ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2551 นั้น เห็นว่า รายการปลุกระดมยั่วยุของคณะผู้จัดรายการที่บ้าคลั่งเช่นรายการ Metro Life นั้น ไม่ควรมีในสถานีฯและในสังคมไทยตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งสถานีฯควรต้องสอดส่องดูแลปลดพวกพวกคลั่งเจ้าออกจากรายการอื่นๆ ของสถานีฯด้วย

ประการที่ห้า ที่ประกาศว่า จะยืนอยู่ฝ่ายที่ต่อต้านขบวนการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกรูปแบบตามรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้คนอื่นทำเช่นเดียวกันนั้น เห็นว่า ดังที่ได้ตอบไว้ในประการที่สาม ถ้าสถานีฯจะโฆษณาความบ้าคลั่งเจ้าต่อไป ยัง"ดึงฟ้าให้ต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน"ต่อไป โดยการใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับศัตรูทางการเมืองของตัว แม้ครั้งนี้ สถานีฯ จะรอดไปได้ แต่ครั้งต่อไป ไม่รอดแน่นอน

ประการที่หก เป็นข้อเรียกร้องแบบหมาหางด้วน คือ อย่ามาไล่ตีเฉพาะข้า(ที่หางด้วน) ขอให้ไปไล่ตีหมาตัวอื่น(ที่หางด้วน)ด้วย 

อพิโธ่ อภิถัง อ้างว่าใช้ธรรมนำหน้า คิดเหตุผลออกมาได้แค่นี้ ยังเอามาออกเป็นแถลงการณ์

น่าจะเปลี่ยนข้ออ้างใหม่เป็นว่า ใช้กิเลสคือโมหะจริต หลงมัวเมาบ้าคลั่งเจ้านำหน้า ก็จะเป็นการแสดงความซื่อตรงและไม่ทำให้ธรรมของพระพุทธเจ้ามีมลทินไปด้วย

ประการสุดท้าย คือ ควรเลิกอ้างว่าทำเพื่อประชาธิปไตยได้แล้ว และควรเอาคำว่าประชาธิปไตยออกจากทุกกลุ่มที่คลั่งเจ้าด้วย เพราะความเสมอภาคและนิติรัฐ เป็นหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย

การทำตัวเป็นไพร่ที่ปล่อยไม่ไป แถมยังโฆษณายุยงส่งเสริมให้คนไทยทำตัวแบบไพร่ต่อไป เรียกร้องและยอมรับให้ทหารทำรัฐประหาร เรียกร้องและยอมรับให้สถาบันฯเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เหล่านี้ ล้วนตรงข้ามกับหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั้งสิ้น

ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 75 ปีกว่าแล้ว ถึงวันนี้หลัก 6 ประการของคณะราษฎรก็ยังไม่บรรลุผล

ปวงชนชาวไทยผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ขอจงต่อสู้และพยายามให้มากขึ้นเถิด !!!

 

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้