กกต.มีมติส่งสำนวนยุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว

tags:

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงมติ 4 ต่อ 1 เห็นชอบตามที่นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอให้ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค โดยมติเสียงข้างน้อย 1 เสียง คือ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายกิจการสอบสวนสอบสวน

พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ถูกพิจารณายุบพรรค เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการทุจริตซื้อเสียง นั่นคือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตว่าที่ ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และรองเลขาธิการพรรคชาติไทย ที่ถูก กกต. มีมติให้ใบแดงเมื่อ 7 ม.ค.51 หลังพบหัวคะแนนของ นายมณเฑียร เก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน และเตรียมจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน้าหน่วยเลือกตั้งกลางในการเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่ นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูก กกต.มีมติให้ใบแดง เมื่อ 8 ม.ค.51 เนื่องจากมีพฤติการณ์แจกทรัพย์สิน

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงว่า พรรคยังเชื่อมั่นกระบวนการไต่สวนในชั้นศาล ที่ต้องนำสืบและมีรายละเอียด ขั้นตอนการไต่สวนมากกว่า กกต. รวมถึงขั้นตอนการพิจารณา ของอัยการสูงสุดก็ยังไม่มีมติจะเห็นด้วยกับมติของ กกต.หรือไม่ ดังนั้น จึงเร็วเกินไปที่จะพูดถึง การหาพรรคสังกัดใหม่

นาง อนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงว่า พรรคยอมรับในมติของ กกต. และเชื่อว่า กกต.คงลำบากใจในการตัดสิน และตนคงจะหารือกับสมาชิกอีกครั้งหลังสงกรานต์ โดยยืนยันว่ายังมีกำลังใจดีและมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นที่พึ่งให้ความเป็นธรรมในการตัดสินยุบพรรคหรือไม่

ทั้งนี้ จากการสังเกตน้ำเสียงของหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เป็นไปอย่างสั่นเครือและค่อนข้างตกใจกับผลการตัดสินของ กกต.
ที่มา -สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ข่าว1 ข่าว 2 และข่าว3
ความเห็น
เสียงส่วนใหญ่ของกกต.เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปอย่างเดียว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ลองคิดดูว่า พปช.จะเสียวสันหลังไหม?

เกมเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ม.237 พปช.และพรรคร่วมรัฐบาล จึงน่าจะเร่งผลักดันต่อไป ไม่ว่าใครจะต่อต้านและทักท้วงอย่างไร

ฝั่งพันธมิตรฯ นักวิชาการและผู้สนับสนุน ก็ยืนกรานว่า การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237เพื่อให้พรรคพปช.และพรรคร่วมรัฐบาลพ้นผิด ไม่ถูกยุบหรือไม่ต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เป็นการทำลายหลักการปกครองโดยกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย
ดังนั้น สังคมไทย จึงไม่อาจยอมให้พรรคพปช.และพรรคร่วมรัฐบาล ใช้เสียงข้างมากในสภา ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตนโดยพลการไม่ได้เป็นอันขาด
ดูท่า เกมนี้ คงจะประนีประนอมยาก
ถ้าสังคมไทย ไม่อาจหาทางออกที่รอมชอมและถูกต้องเหมาะสมในเรื่องนี้ได้ 
วิกฤติความแตกแยกและการเผชิญหน้าครั้งใหม่ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2551 นี้ ก็คงระเบิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่พ้น
ที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่า ผลจาการระเบิดที่ว่า จะรุนแรงแค่ไหนและเสียหายเพียงใด
นี่คือความไม่แน่นอนที่ร้ายกาจกว่าความเสี่ยงปกติมากนัก

 

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้