เอไอเอสเปิดตัวอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายใช้ HSPA 6 พฤษภาคม 2551
เอไอเอส ประกาศเปิดตัว อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย ใช้ HSPA เป็นรายแรกของไทย ภายใต้ แบรนด์ 3GSM advance พร้อมให้บริการได้ 6 พฤษภาคม ศกนี้ ที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก และ 15 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯ
นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้เราจึงยินดีที่จะประกาศว่า เอไอเอสพร้อมเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายและมือถือเห็นหน้าได้ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ เป็นรายแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ 3GSM advance”
“จากความต้องการใช้งานข้อมูลของประชาชนที่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส จึงเดินหน้าสรรหาเทคโนโลยีที่จะมาตอบสนองความต้องการดังกล่าว อาทิ 3G บนความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ตซ์ หรือ HSPA (High Speed Packet Access) บนคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ตซ
ดังนั้นในระหว่างรอความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับแนวทางให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ตซ์ เราจึงนำเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ปัจจุบันมาให้บริการ และเชื่อว่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี โดยถือเป็นการทำงานบนสัญญาที่รับสิทธิอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TOT และ เอไอเอส ที่ได้ทำ MOU ร่วมกันในการพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย
ซึ่งเอไอเอสได้รับสิทธิจาก TOT ในการปรับปรุงโครงข่ายจากที่ได้ให้บริการอยู่ปัจจุบัน เพื่อที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่บนความถี่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ TOT เองก็ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้ทำการปรับปรุง โครงข่ายโดยใช้เทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดเอไอเอส กล่าวว่า “3GSM advance เป็นระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน Generation ที่ 3 บนมาตรฐาน WCDMA (Wide Band CDMA) ที่คลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ หรือที่เรียกกันว่า 3G ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง (HSPA) ขนาด 7200 กิโลบิทต่อวินาที ซึ่งแตกต่างจาก GPRS หรือEDGE ปัจจุบันที่ให้ความเร็วเพียง 160 กิโลบิทต่อวินาทีหรือต่างกันถึง 45 เท่า
ดังนั้น จึงทำให้สามารถให้บริการต่างๆได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก อาทิ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ (High Speed Internet), โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (Video Call) หรือ บริการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะของ Video Clip, Video Streaming, Full Song, Music Video, ฯลฯ ซึ่ง 3GSM advance พร้อมที่จะเปิดให้บริการดังกล่าวทั้งหมด”
“เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย ของบริการนี้คือ กลุ่มที่มีการใช้งาน Data สูง ในเบื้องต้นเราจึงเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดหรือ GSM advance ก่อน โดยลูกค้าปัจจุบันสามารถเปลี่ยนมาใช้ 3GSM advance ได้โดยใช้เบอร์เดิม เพียงซื้อเครื่องโทรศัพท์และเปลี่ยนเป็นซิม 3GSM advance ทั้งนี้โปรโมชั่น Voice Call จะเป็นโปรโมชั่นเดิมที่ใช้งานอยู่ ส่วนโปรโมชั่นการใช้งาน Data จะคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้งานจริง ดังนี้
สำหรับลูกค้าที่จดทะเบียน 3GSM advance ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2551 รับฟรี 500 MB/เดือน ภายใน 6 เดือนแรก
โทรศัพท์รุ่นที่รองรับการใช้งานปัจจุบัน ประกอบด้วย Nokia 6121, PhoneOne 3GM602, PhoneOne 3GE500 (USB Modem)
นายวิกรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเตรียมงบประมาณในการเปิดให้บริการ 3GSM
advance ไว้ราว 600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นงบที่อยู่ในส่วนของการพัฒนาเครือข่ายปี 2551 ที่เตรียมไว้ราว
16,000 ล้านบาท”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์เซ็นเตอร์ 1175 หรือ ที่ www.gsmadvance.ais.co.th
ที่มา -บอร์ดพันทิพ
ความเห็น
โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (hi-speed wireless broadband) โดยการใช้เทคโนโลยี HSDPA บนคลื่นความถี่เดิม ที่ข่าวเก่าระบุว่า จะสำเร็จใน 6-12 เดือนนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่มาก และจะส่งผลกระทบมากทั้งต่อแวดวงไอทีและต่อสังคมไทยโดยรวม
เรายังเสนอด้วยว่า รัฐควรต้องให้ความสำคัญกับ
1.ความรวดเร็วในการขยายโครงข่ายให้บริการไปครอบคลุมทั่วประเทศ
2.ราคาค่่าบริการแบบสาธารณูปโภคที่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้บริการได้ เช่นเดียวกับ น้ำ ไฟ ฯ และ
3.การป้องกันการผูกขาด โดยการส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการหลายราย ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ในการใช้โครงข่ายของระบบโทรศัพท์มือถือเดิม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของทศท.และ กสท.
ทั้งนี้เพื่อลดความแตกต่างของโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศ(Digital Divide) ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่โตมากๆของสังคมไทย
โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย นั้น นอกจากสามารถแก้ปัญหาเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายของ The last mile ในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมและโทรศัพท์ของประชาชนที่อยู่ห่างไกลในชนบท แล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนส่วนใหญ่อีกด้วย(digital divide )
ที่ต้องจับตาต่อไป คือ พื้นที่การให้บริการจะครอบคลุมทั่วประเทศเร็วแค่ไหน และอัตราค่าใช้บริการ นั้น ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้ได้หรือไม่ เพียงใด
ดูข่าวเก่าและความเห็น เรื่อง ‘มั่น’ดันบรอดแบนด์ไร้สาย HSDPA (ปรับปรุง 2)
มาบัดนี้ เอไอเอส ได้ประกาศให้บริการเป็นรายแรกตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม ศกนี้ ที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก และ 15 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเร็วมากกว่าที่หลายคนคาดคิด นั่นคือ อีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้ คนไทยก็จะได้ใช้ 3 G กันแล้ว
ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ คือ ดีแทค ทรูมูฟ ฮัทช์ ก็คงจะรอช้าไม่ได้แล้ว เพราะเท่ากับตลาด 3 จีเปิดแล้ว ถ้าขืนช้า เอไอเอสก็จะกวาดลูกค้าชั้นดีไปหมด
ดูราคาโปรโมชั่นเปิดตัวของเอไอเอสแล้ว เป็นการคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ในราคาประมาณ 5M ต่อ 1 บาท ซึ่งแม้ว่ายังไม่ถูกแบบเหมาจ่ายรายเดือน แต่ก็ไม่นับว่าสูงจนใช้ไม่ไหว เมื่อเทียบกับค่าบริการของระบบ GPRS หรือ EDGE ในปัจจุบัน
ในระยะแรก เอไอเอส คงพุ่งเป้าไปที่ลุกค้าชั้นดีก่อน ดังนั้นผลกระทบจึงอาจยังไม่มาก แต่เมื่อมีคู่แข่งรายอื่นเปิดให้บริการ การแข่งขันจะขยายตัวไปสู่ตลาดข้างเคียง กลุ่มที่จะถูกคุกคามและได้รับผลกระทบมาก 2 กลุ่มใหญ่ คือผู้ให้บริการโทรศัพทบ้าน (fixed-line) และ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไป (Internet Service Provider :ISP)โดยเฉพาะผู้ให้บริการที่ปรับตัวช้า เช่น ทศท. กสท.และ ISP ที่ไม่มีผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายถือหุ้นและสนับสนุน
ว่าแต่ โครงการเครือข่ายไร้สายภาคประชาชน (Palawat Wireless Network)เมื่อไหร่จะทดสอบเสร็จสักที มีคนรอใช้กันอยู่หลายคน เผื่อว่า จะประหยัดค่าใช้ 3G ได้บ้างก็ยังดี


++++++เอไอเอสรุกฆาตบริการมือถือ 3G เปิดตัวเชียงใหม่ก่อนบุกยึดกทม.++++++
เอไอเอสเตรียมเปิดบริการ 3G
ที่เชียงใหม่แห่งแรกประเดิม 6 พ.ค. นี้ ตามด้วย กทม. 15 มิ.ย.
ลั่นปลายปีให้บริการได้ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวมือถือ 3 รุ่นรองรับบริการ
3G เผยเลือกเชียงใหม่เพราะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2
แต่บริการตลอดจนการเข้าถึง ADSL หรือบรอดแบนด์ทางสายยังน้อย
ตั้งเป้าปลายปีมีลูกค้าใช้บริการไม่น้อยกว่า 8 หมื่นราย
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท
แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอส กล่าวว่า
เอไอเอสจะเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ภายใต้แบนด์ 3
GSM advance
โดยจะประเดิมให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่แรกซึ่งจะเริ่มให้บริการในวันที่
6 พ.ค.นี้
“สาเหตุที่เลือกให้บริการที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก
เพราะเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 รองจากกทม.
และมีจำนวนลูกค้าใช้งานประเภทดาต้าประจำจำนวน 3,800 ราย และไม่ประจำจำนวน
60,000 รายประกอบกับเชียงใหม่มี ADSL ใช้งานน้อยกว่ากรุงเทพฯ
จึงมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายเป็นอย่างมาก”
หลังจากนั้นเอไอเอสก็จะเปิดให้บริการ 3 GSM advance
ในพื้นที่กทม.เป็นแห่งที่ 2 ในวันที่15 มิ.ย.
โดยมีเป้าหมายให้บริการทั่วประเทศในปลายปีนี้
แต่จะยังไม่สามารถใช้บริการได้ทุกจังหวัด โดยจะใช้งานได้จำนวน 20
จังหวัดที่มีความต้องการใช้งานก่อนและคาดว่าจะมีผู้ใช้งานปลายปีนี้ 7-8
หมื่นราย
อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นเอไอเอสได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่สามารถให้บริการ
3G ได้จำนวน 3 รุ่นรองรับการใช้งานระบบ 3G บนคลื่น 900 MHz ได้แก่ โนเกีย
6121 มีกล้อง 2 ตัว รองรับการใช้งาน 3Gได้ทั้งในย่านความถี่ 900 MHz และ
2.1 GHz , โฟนวัน TGM 602 และโฟนวัน 3G E500
โดยจะเปิดให้ลูกค้าที่มีความสนใจใช้งานสั่งจองเครื่องที่ร้านเทเลวิซและร้านสาขา
ที่เชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ค.51 และกรุงเทพฯสั่งจองตั้งแต่วันที่
1-14 มิ.ย.51 และคาดว่าจนถึงปลายปีจะมีมือถือ 3G ย่านความถี่ 900 MHz
ออกมาวางจำหน่ายประมาณ 10 รุ่น
“3GSM advance
เป็นระบบโทรศัพท์มือถือใน Generation ที่ 3 บนมาตรฐาน WCDMA (Wide Band
CDMA) ที่คลื่นความถี่ 900 MHz หรือที่เรียกกันว่า 3G
ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง (HSPA) ขนาด 7,200
กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งแตกต่างจาก GPRS หรือEDGE
ปัจจุบันที่ให้ความเร็วเพียง 160 กิโลบิตต่อวินาทีหรือต่างกันถึง 45 เท่า
ดังนั้นจึงทำให้สามารถให้บริการต่างๆได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ (High Speed Internet),
โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (Video Call) หรือ
บริการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะของ Video Clip, Video Streaming,
Full Song, Music Video ซึ่ง 3GSM advance
พร้อมที่จะเปิดให้บริการดังกล่าวทั้งหมด
ส่วนค่าบริการยังอยู่ในอัตราเดิมกับเทคโนโลยี EDGE ส่วนบริการ ดาต้า
เซอร์วิสหากต้องการความเร็วมากกว่า 500 MB คิดราคาเพิ่ม 10 บาท/50 MB”
นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า
สำหรับงบประมาณในการติดตั้ง 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ในปีนี้จะใช้งบประมาณ
600 ล้านบาทจากงบขยายเครือข่ายปีนี้ที่ตั้งไว้ 16,000 ล้านบาท
โดยเงินดังกล่าวใช้สำหรับค่าแรงวิศวกรในการติดตั้งอุปกรณ์
ส่วนอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งนั้นเวนเดอร์ให้นำมาทดลองใช้จำนวน 4 ราย
ได้แก่ หัวเว่ย อิริคสัน โนเกีย-ซีเมนส์ และเอ็นอีซี
สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น เอไอเอส ได้ติดตั้งอุปกรณ์ HSPA จำนวน
20 สถานีฐาน โดยอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้เป็นของหัวเว่ย
“สำหรับความเร็วของ 3G นั้นมีความเร็วสูงกว่าเทคโนโลยี EDGE ถึง 45
เท่าโดย EDGE มีความเร็ว 160 กิโลบิต/วินาที ในขณะที่ 3G
มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงถึง 7,200 กิโลบิต/วินาที
สำหรับความสามารถของคลื่นความถี่ 900 MHz
ที่เด่นกว่าคลื่นความถี่อื่นคือมีความสามารถในการส่งสัญญาณได้ไกลเหมาะแก่การขยายเครือข่ายในต่างจังหวัด”
http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000042549