แด่ มาตุภูมิ

จาตุรนต์ ฉายแสง คุณและเพื่อนๆ เป็นบ้าหรือเปล่า?

tags:
  • เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พร้อมด้วยกลุ่มคนเดือนตุลาที่เคยร่วมกับพรรคไทยรักไทย เช่น นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ นายวรรณชัย ไตรแก้ว นายกุลชีพ วรพงษ์ นายอำนาจ สถาวราฤทธิ์ นายสมบูรณ์ สิมะแสงยาภรณ์ ได้เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมเรดิสัน เวลา 10.00 น. ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าเห็นผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียวในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
  • นายจาตุรนต์กล่าวว่า ในฐานะ กรรมการกลางศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และ นายกสโมสรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในขณะนั้น การที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า เห็นคนตายเพียงคนเดียว ตนเห็นว่าเป็นการพูดที่เป็นปัญหา ถึงแม้ในวันนั้นท่านเห็นคนตายเพียงคนเดียว แต่ก็น่าจะสามารถหาข้อมูลที่ศึกษารวบรวมมาแล้วว่ามีคนตายจำนวนมาก และยังมีการจับกุมคุมขังนักศึกษาประชาชนอีกจำนวนมาก การพูดว่าเห็นคนตายเพียงคนเดียว แม้อาจเป็นข้อเท็จจริงส่วนตัว   แต่ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น... และว่า อยากเห็นนายกรัฐมนตรีศึกษารวบรวมข้อมูลจากสื่อมวลชน จากนักวิชาการ จากผู้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ แล้วแสดงออกถึงการรับรู้รับทราบว่ามีคนตายมากจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสรุปบทเรียนของสังคมไทยให้เป็นไปอย่างถูกต้องมากขึ้น
  • นอกจากนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวซักว่า แสดงว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษ นายจาตุรนต์ย้อนว่า ขอโทษในประเด็นไหน ถ้าในประเด็นที่ออกมาพูดอย่างนั้น เมื่อแก้แล้วก็อาจพูดว่าที่พูดไปไม่ได้มีเจตนา แสดงความเสียใจ หรือขออภัยที่อาจทำให้คนเข้าใจผิด  ก็เป็นเรื่องทำได้ แต่ที่เป็นประเด็นกันอยู่ตนเข้าใจว่ามันเกินจากนั้น เวลานี้ฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์โดยหยิบยกประเด็นขึ้นมาในสภา นอกสภา หรือที่จ้องทำประเด็นกันต่อ ตนเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการแค่ขอโทษ แต่ต้องการใช้มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และหวังผลมากกว่านั้น ซึ่งตนก็ไม่เห็นด้วยที่จะมาไล่เรียงดูว่าใครเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือพฤษภา อะไรก็ตาม แล้วจะต้องมาทำลายล้างคิดบัญชีกัน
  • สุดท้าย นายจาตุรนต์ก็ได้เปิดเผยทรรศนะทางการเมืองของตนออกมาอย่างชัดเจนดังนี้ "...เมื่อตนเห็นว่าต้องการต่อสู้ให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องอาศัยพรรคพลังประชาชนและหัวหน้าพรรค  ก็หวังว่าพรรคและนายสมัครจะทำตามที่แถลงไว้ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง แต่ถ้ามาติดปัญหานี้จนกระทั่งนายสมัครอยู่ในสถานะลำบากขึ้น ก็จะทำเรื่องที่สัญญากับประชาชนไว้ไม่ได้ ที่วิจารณ์คืออยากให้ปรับแก้คำพูดเสีย ปัญหานี้จะได้ลดน้อยลงไป แล้วจะได้มีเวลาไปทำเรื่องที่สัญญาไว้กับประชาชน
  • รายละเอียดทั้งหมดอ่านได้จาก ไทยโพสต์ออนไลน์ 24 ก.พ. 2551                               http://www.thaipost.net/index.asp?bk=sunday&post_date=24/Feb/2551&news_id=154983&cat_id=110100

 

  • ในขณะที่ นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะคนเดือนตุลา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประวัติศาสตร์เหตุการณ์ 6 ตุลาอีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ก.พ.) ว่า ต้องขอบคุณองค์กรต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้อง ทำถูกต้องแล้ว เพราะหากผู้นำทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องออกมาขอโทษ เพราะตนยืนยันได้ว่าเกิดเหตุรุนแรงจริงๆ มีการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง คนอื่นไม่ออกมาพูดเรื่องนี้ไม่เป็นไร แต่ตนในฐานะคนเดือนตุลา ถ้าไม่มี 6 ตุลา 19 ก็ไม่มีนายอดิศรวันนี้
  • แต่ในที่สุด นายอดิศรก็ได้ลงท้ายด้วยการห้ามปรามพรรคประชาธิปัตย์ว่า "...ฝ่ายค้านเองก็ต้องเตือนว่าอย่าฉกฉวยโอกาสทางการเมือง ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยพูด ไม่มีความคิดอยู่ในหัวที่จะชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลา แต่กลับมีความพยายามจะใช้ประเด็นนี้ในการโค่นล้มรัฐบาล ตรงนี้ต้องเตือนว่าอย่าทำให้ประวัติศาสตร์มัวหมอง..."
  • รายละเอียดทั้งหมดอ่านได้จาก ไทยโพสต์ออนไลน์ 23 ก.พ. 2551                                     http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=23/Feb/2551&news_id=154953&cat_id=501

 

  • ศรศิลป์ จะต้องกราบขอบคุณ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไหม? ในการที่นายจาตุรนต์ ผู้ที่แสดงออกตลอดมาว่ามีความรักประชาธิปไตยอย่างซาบซึ้ง และต่อต้านการทำรัฐประหาร ได้กรุณาออกมาชี้ทางออกของกรณีนายสมัครให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศสองแห่ง บิดเบือนการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่ลือลั่นสองครั้ง (6 ตุลา 2519 และ ตากใบ) ด้วยการแนะนำให้นายสมัครศึกษารวบรวมข้อมูลจากสื่อมวลชน และนักวิชาการประวัติศาสตร์ แล้วแสดงออกถึงการรับรู้รับทราบว่ามีคนตายมากจริง
  • นายจาตุรนต์ ฉายแสง ช่างไร้เดียงสาขนาดนั้นเลยหรือ? เมื่อ 6 ตุลา 2519 นายจาตุรนต์เป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรรมการศูนย์นิสิตฯ นายจาตุรนต์ซึ่งเป็นแกนนำผู้นำขบวนการนศ.คนหนึ่งในเวลานั้น ไม่ทราบหรือว่านายสมัครเป็นบุคคลระดับนำในกลุ่มกองหน้าของฝ่ายขวาจัด ที่ระดมมวลชนจัดตั้งของฝ่ายขวาเข้ามาปิดล้อมทั้งธรรมศาสตร์และทำเนียบนายกฯ เพื่อเตรียมการสังหารหมู่ขบวนการนร.นศ. และประกาศคำขวัญ "ฆ่าสามรัฐมนตรีประชาธิปัตย์คอมมิวนิสต์" จน นายดำรง นายสุรินทร์ และ นายชวน ต้องพากันหนีออกจากทำเนียบแทบไม่ทัน
  • นายจาตุรนต์คิดยังไง? ถึงบังอาจแนะนำให้นายสมัครไปศึกษารวบรวมข้อมูลกรณี 6 ตุลา 2519 จากสื่อมวลชนและนักวิชาการประวัติศาสตร์ ทั้งๆ ที่นายสมัครเป็นบุคคลระดับนำในกลุ่มกองหน้าของฝ่ายขวาจัด ที่ก่อสถานการณ์นองเลือดเพื่อทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกฯ และนายสมัครนี่แหละที่ยืนเคียงข้างนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ในรัฐบาลหอยที่มาจากการรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 ซึ่งได้ทำการปราบปรามสื่อมวลชนและประชาชนอย่างเอาการเอางาน
  • แล้วนายจาตุรนต์กล้าดียังไง? ไปสั่งสอนให้นายสมัครนำพรรคพลังประชาชนไปต่อสู้ให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่นายสมัครไม่เคยแสดงความสำนึกเสียใจ หรือสำนึกผิดขอโทษเกี่ยวกับบทบาทการทำลายประชาธิปไตยในอดีตของเขาเลยแม้แต่น้อย
  • ศรศิลป์ จึงคาดว่า ถ้าท่านอดีตนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรรมการศูนย์นิสิตฯ และบรรดาเพื่อนๆ ที่แบกป้ายคนเดือนตุลาไปร่วมแถลงข่าว ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ยศฐาบรรดาศักดิ์และอนาคตส่วนตน ไม่ได้เป็นไอ้ขี้โกหก-ตลกบริโภคแล้ว ก็น่าจะต้องรีบไปตรวจสมองโดยด่วน เพราะพวกท่านได้เสนอสิ่งที่คนธรรมดาที่มีสติสัมปชัญญะ และมีความละอาย เขาไม่เสนอกัน
  • เปิดจดหมาย พระสุรินทร์ มาศดิตถ์ 24 ต.ค. 2520 และใครเป็นใครบ้างใน 6 ตุลา 19 http://www.prachatai.com/05web/th/home/11272

 

  • เจริญพร 
  • (1) จดหมายของอาตมา ฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม 2520 แจ้งผลการทอดผ้าป่าสามัคคีและเล่าเรื่องก่อนการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน คือ การที่รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งขึ้นมา แล้วถูกยึดอำนาจให้ทราบบ้างแล้ว ตอนท้ายได้กล่าวไว้ว่า ความลับในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เท่าที่ประสบด้วยตนเองต่อ ดังนี้  วันที่ 6 ตุลาคม 2519 อาตมามาถึงตึกบัญชาการ สำนักนายกรัฐมนตรี เวลาประมาณ 7.00 น.เศษ มีนักหนังสือพิมพ์มาคอยอยู่ที่บันไดและลานก่อนเข้าลิฟท์หลายคน ต่างก็ถามถึงการที่มีภาพแขวนคอหน้าคล้ายเจ้าฟ้าชาย อาตมาตอบว่า ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินคดี และกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาบางคนเข้ามอบตัวแล้ว ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย  แล้วอาตมารีบขึ้นไปชั้น 4 ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี พบ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ได้ดูภาพในหนังสือพิมพ์ดาวสยามและบ้านเมือง จึงเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีว่า ให้รีบประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามชุมนุมทั่วประเทศ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ฯพณฯ นายกเห็นด้วย และว่าเดี๋ยว 9 โมงเช้า ประชุมคณะรัฐมนตรี จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  
  • (2) อาตมาจึงลงไปห้องทำงานชั้น 3 เห็นหนังสือด่วนไม่กี่ฉบับ เวลา 9.00 น.เศษ จึงรีบลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ไปถึงคณะรัฐมนตรีเปิดประชุมไปแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวกับอาตมาว่า กำลังพิจารณาเรื่องประกาศภาวะฉุกเฉิน อาตมาว่า ก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย และจำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันเหตุร้ายในบ้านเมือง ปรากฏว่าพลตรีชาติชาย ชุณหะวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีอื่นฝ่ายพรรคชาติไทย คัดค้านไม่ให้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ไม่ให้ห้ามการชุมนุม โดยอ้างเหตุผลว่าหากห้ามการชุมนุม ลูกเสือชาวบ้านจำนวนมากที่นัดมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า เดินทางเข้ามาชุมนุมมากแล้วและกำลังเดินทางมา ก็จะเดือดร้อน ชุมนุมไม่ได้ แล้วจะหันมาเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล  เหตุผลการคัดค้านของพลตรีชาติชาย ชุณหะวัน อ่อน รัฐมนตรีส่วนมากนั่งเฉย แสดงว่าเห็นด้วยในการประกาศภาวะฉุกเฉิน พลตรีชาติชายจึงได้ไปนำเอาพล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน ผู้เป็นหัวหน้าลูกเสือชาวบ้านคนหนึ่งของฝ่าย ตชด. เข้ามาในคณะรัฐมนตรี มาคัดค้านการประกาศภาวะฉุกเฉิน และกล่าวว่า จะต้องปราบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้สิ้นซาก  
  • (3) นายกรัฐมนตรีพูดว่าไม่ได้ หากเกิดจลาจลเป็นหน้าที่ของตำรวจทหาร บ้านเมืองมีขื่อมีแป คุณจะเอาประชาชนไปฆ่าประชาชนไม่ได้ พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์บังอาจโต้นายกรัฐมนตรีต่อไปว่า ลูกเสือชาวบ้านก็มีวินัยรวมกับตำรวจทหารได้ ดูเหตุการณ์จากการกระทำของรัฐมนตรีฝ่ายพรรคชาติไทยและที่ไปนำพล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ เข้ามาโต้เถียงกับนายกรัฐมนตรีแล้ว  อาตมาเข้าใจได้ทันทีว่าพวกนี้ต้องวางแผนการปฏิวัติไว้แล้ว และเชื่อแน่ของพวกเขาแล้วว่าต้องสำเร็จแน่ ตำรวจยศพลตำรวจตรี ยังกล้าเถียงนายกรัฐมนตรีถึงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลตรีประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคชาติไทย รมต.เกษตรฯ แสดงความเห็นในคณะรัฐมนตรีว่า เป็นจังหวะและโอกาสดีที่สุดแล้วที่จะปราบปราม ให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ถูกลบชื่อหายไป  
  • (4) ก่อนเที่ยงที่กำลังโต้กันเรื่อง จะประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ โดยรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปัตย์ให้ประกาศ รัฐมนตรีฝ่ายพรรคชาติไทยไม่ยอมให้ประกาศ ทั้งๆ ที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการ่างประกาศไว้แล้ว ยังไม่เป็นที่ยุตินั้น พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ รองอธิบดีกรมตำรวจ ได้เข้ามารายงานในคณะรัฐมนตรี พร้อมกับร้องไห้โฮๆ ว่า ฝ่ายนักศึกษามีอาวุธปืนสงครามร้ายแรง ระดมยิงตำรวจบาดเจ็บและตายจำนวนมาก ฝ่ายนักศึกษาก็ตายแยะ พูดพลางร้องไห้พลาง ตำรวจนครบาลสู้ไม่ได้จึงส่งตำรวจพลร่มและ ตชด.เข้าไปปราบปราม  
  • (5) ต่อมา พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ เข้าไปรายงานเหตุการณ์ว่า ควบคุมสถานการณ์ในธรรมศาสตร์ไว้ได้แล้ว มีความสงบเรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีถามว่า ตำรวจตายกี่คนท่านอธิบดีอธิบดีกรมตำรวจตอบว่า ตำรวจไม่ตาย แต่บาดเจ็บไม่กี่คนรัฐมนตรีจึงแสดงสีหน้าสงสัย  อธิบดีกรมตำรวจหันไปมอง พล.ต.ท.ชุมพล นั่งเช็ดน้ำตา จึงไม่รู้ว่าก่อนนั้นเขารายงานกันว่าอย่างไร อธิบดีกรมตำรวจจึงเดินออกจากที่ประชุมไป ต่อไป พล.ต.ต.กระจ่าง ซึ่งเป็นหัวหน้านำ ตชด.เข้าไปทำการควบคุมนักศึกษา 3,000 คนเศษไว้แล้วนั้น เข้ารายงานเหตุการณ์ในคณะรัฐมนตรี ท่านผู้นี้อาตมาไม่ทราบนามสกุล และอาตมายกย่องเขาอยู่จนบัดนี้ว่า เขาเป็นตำรวจอาชีพ ผู้บังคับบัญชาสั่งไปทำงานก็ไปทำ แล้วมารายงานคณะรัฐมนตรีตามความเป็นจริง แต่สังเกตดูไม่เป็นที่พอใจของรัฐมนตรีฝ่ายที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์  พล.ต.ต.กระจ่าง รายงานว่า ปืนที่ยึดจากนักศึกษาเป็นปืนพกเพียง 3 กระบอก คุณเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ รองนายกรัฐมนตรี ถามว่าปืนอะไร ที่เสียงดังมาก ดังปุดๆ ปึงๆ ใครยิง ฝ่ายเรายิง หรือฝ่ายนักศึกษายิง พล.ต.ต.กระจ่าง ตอบว่า ปืนอย่างนั้นนักศึกษาจะเอามาจากไหน ตำรวจยิงทั้งนั้น  
  • (6) จนกระทั่งเที่ยงปัญหาจะประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ ยังตกลงกันไม่ได้ อาตมาจึงตัดบทด้วยการเสนอว่ามอบอำนาจนายกรัฐมนตรีก็แล้วกัน ท่านจะประกาศภาวะฉุกเฉินเวลาใด แล้วพักรับประทานอาหาร อาตมาถาม พล.ต.ต.กระจ่าง เป็นการส่วนตัวนอกที่ประชุมว่า ยึดอาวุธจากนักศึกษาได้เพิ่มหรือไม่ พล.ต.ต.กระจ่าง วิทยุถามไปที่ควบคุมนักศึกษาบางเขน ซึ่งเป็นศูนย์ ได้รับตอบมาทางวิทยุว่าได้ปืนจากนักศึกษาในธรรมศาสตร์เพียง 3 กระบอก เป็นปืนพกขนาด .22 
  • (7) ตอนบ่ายประชุมคณะรัฐมนตรี มีการพิจารณาร่างแถลงการณ์ ได้มีการแถลงการณ์บางตอนไม่ตรงตามความจริง อาตมาเป็นผู้คัดค้านไม่ให้ออกแถลงการณ์เท็จ ต่อมา พล.ต.ชาติชาย รมต.อุตสาหกรรม ออกไปนอกห้องประชุมแล้วพูดว่า ลูกเสือชาวบ้านที่ชุมนุม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าเริ่มอึดอัดแล้วเพราะไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล  นายกรัฐมนตรีถามว่า เหตุการณ์สงบแล้วยังไม่กลับบ้านอีกหรือ พล.ต.ชาติชายตอบว่า ยังไม่กลับ และเตรียมเดินขบวนมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอทราบคำตอบจากรัฐบาลตามข้อเรียกร้อง จึงมีรัฐมนตรีคนหนึ่งจำไม่ได้ว่าใคร ถามว่าลูกเสือชาวบ้านเรียกร้องอะไร  
  • (8) นายกรัฐมนตรีตอบว่า กลุ่มแม่บ้านได้ยื่นข้อเรียกร้องมาเมื่อวันก่อน พร้อมกับล้วงซองขาวออกจากอกเสื้อ แล้วอ่านให้ฟังถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มแม่บ้าน จำได้ว่ามีข้อเรียกร้องให้นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ นายชวน หลีกภัย นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ ออกจากรัฐมนตรี ให้จับ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นายแคล้ว นรปติ และกรรมการพรรคสังคมนิยมทุกคน ให้ใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์โดยเด็ดขาด  เมื่ออ่านข้อเรียกร้องจบ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเป็นสิ่งที่มากไป นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะรัฐมนตรีได้รับพระกรุณาแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ การออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากเห็นว่าไม่เหมาะสม ส.ส.ก็อาจลงมติไม่ไว้วางใจได้ การแถลงนโยบายในวันมะรืนนี้ (8 ตุลาคม) เพื่อรับรองความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร ก็มีสิทธิที่จะลงมติไม่ไว้วางใจได้ ประชาชนเพียงบางส่วนจะมาเรียกร้องแบบนี้ เห็นว่าไม่ถูกต้อง  
  • (9) อาตมาประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยความอดทน สิ่งที่จะพูดหลายครั้งแต่ไม่พูด แต่เฉพาะข้อเรียกร้องของแม่บ้านกลุ่มหนึ่งนั้น อาตมาเห็นว่าจะต้องพูด เพราะมีรัฐมนตรีบางคนในพรรคชาติไทยเป็นผู้ร่วมก่อเรื่องนี้ขึ้นด้วย อาตมาจึงพูดว่า  อาตมาถูกใส่ร้ายป้ายสีมากมายด้วยความโกหกมดเท็จของนักการเมืองบางพวก บางคน เป็นการสาดโคลนใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างน่าละอายที่สุด โดยมีหนังสือพิมพ์บางฉบับ สถานีวิทยุบางแห่ง เป็นผู้ร่วมสร้างข่าวเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีอาตมาด้วยความเท็จมาโดยตลอด แต่อาตมาทนหวังให้ผลงานเป็นสิ่งพิสูจน์ แต่เมื่อมาถึงขั้นให้กลุ่มคนส่วนน้อยที่ไม่ทราบความจริงมามีหนังสือบีบบังคับเช่นนี้ อาตมาไม่ออก อาตมาจะสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง  
  • (10) แล้วอาตมาพูดต่อไปว่า อาตมาเป็นรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งปี 2519 นี้ พออาตมาได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์แล้ว อาตมาได้พูดกับนายกรัฐมนตรีต่อหน้าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า หากผมไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ขอให้หัวหน้า (หมายถึง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี) กราบบังคมทูลเอาผมออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีได้ทุกเวลา  และต่อมาในสมัยเสนีย์ 2 เมื่อหัวหน้าลาออกจากนายกรัฐมนตรี และสภาซาวเสียงให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก อาตมาก็พูดกับนายกรัฐมนตรีอีกว่า ตั้งผมเป็นรัฐมนตรีอาจยุ่งยากมาก ขออย่าแต่งตั้งผมเลย แม้ไม่เป็นรัฐมนตรี ผมก็จะช่วยพรรคเหมือนเดิม นี่ย่อมแสดงว่าอาตมาไม่ได้หวงตำแหน่งรัฐมนตรี ยอมทำตามมติพรรค คำสั่งพรรค และดำเนินแนวนโยบายของพรรคอย่างเคร่งครัดทุกประการ  แต่เมื่อมาบีบบังคับกันด้วยเล่ห์การเมืองที่สกปรกแบบนี้ ผมไม่ลาออก ผมจะสู้ สู้เพื่อศักดิ์ศรีของผม เป็นคำพูดของอาตมาในวันนั้น หลังจากนั้น พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร พูดขึ้นว่าการใส่ร้ายป้ายสีกันมันก็มีทั้งนั้นละ นี่ก็มีข่าวว่าคุณดำรงไปพูดที่ขอนแก่น   
  • (11) หลังจากนั้น พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัน ก็ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่นาน ลูกเสือชาวบ้านและพวกเขาที่เตรียมไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีนายธรรมนูญ เทียนเงิน นายสมัคร สุนทรเวช นายส่งสุข ภัคเกษม และพวกได้ไปร่วมอยู่ด้วยนั้น ก็เคลื่อนขบวนมาทั้งรถยนต์ และเดินมาล้อมทำเนียบรัฐบาล  
  • (12) ขณะนั้นฝนกำลังตกหนัก การประชุมคณะรัฐมนตรีเลิกประมาณ 15.00 น.เศษ อาตมานั่งรถยนต์จากตึกไทยคู่ฟ้าไปตึกบัญชาการ ตั้งใจว่าจะทำงานอยู่ตามปกติ เพราะถือว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร แต่นายตำรวจคนหนึ่งยืนกรำฝนรออยู่และเตือนว่า ท่านรัฐมนตรีรีบออกจากทำเนียบรัฐบาลเร็วที่สุด มิเช่นนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต  อาตมาก็ได้คิดและสั่งคนขับรถออกจากทำเนียบไปได้อย่างปลอดภัย ความจริงยังมีอีกมาก ปฏิวัติแล้วเขาว่าจะมีเลือกตั้ง เราต้องพบกันอีก ขอพวกเราจงสามัคคีกัน อย่าเอาคนทรยศต่อพรรคเข้ามาอีก การอยู่รวมตัวกันเป็นพรรคการเมือง ต้องเลือกเอาคนที่มีแนวความคิดเดียวกัน แม้แต่คนละพรรคก็น่าจะร่วมกันได้ นักการเมืองทุกฝ่าย ควรจะได้ร่วมกันเพื่อชาติจริงๆ ไม่ใช่เพื่ออำนาจและเงิน หรือผลประโยชน์ในกิจการส่วนตัว  การรวมพรรคการเมืองที่มีแนวความคิด นโยบาย ใกล้เคียงกัน เป็นปึกแผ่น สามารถที่จะเอาชนะเผด็จการได้ หากแตกแยกกัน เผด็จการจะครองเมือง เหมือนที่เป็นมา ขอให้ทุกคนประสบความสุขและโชคดี  
  • เจริญพรด้วยความรัก นับถือ
  • สุรินทร์ มาศดิตถ์
  
  • ใครเป็นใครในสมัย 6 ตุลา 2519
  • อธิบดีกรมตำรวจ                พล.ต.อ.ศรีสุข  มหินทรเทพ
  • รองอธิบดีกรมตำรวจ           พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ
  • พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม(ตำรวจปราบจลาจลเป็นแผนกหนึ่ง (แผนก 5) ของกองกำกับการ 2 กองปราบปราม)  
  • นายตำรวจระดับแถวหน้ามี อาทิ พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ พล.ต.ต.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ พล.ต.ต.ยุทธนา วรรณโกวิท 
  • ผู้บังคับการกองปราบปราม   พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต
  • หัวหน้าลูกเสือชาวบ้าน        พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์  จำรัสโรมรัญ
  • หัวหน้ากระทิงแดง     พล.ต.สุดสาย หัสดิน ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ กอ.รมน. นายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ           
  • ผู้นำสงฆ์ต่อต้านฝ่ายซ้าย     กิตติวุฑโฒภิกขุ
  • ผู้นำนวพล                        นายวัฒนา เขียววิมล 
  • ลักษณะของกองกำลังติดอาวุธที่ลงมือปราบปรามนักศึกษาประชาชน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีแต่ตำรวจไม่มีทหาร เช่น นครบาล, แผนกอาวุธพิเศษ (สวาท), สันติบาล, กองปราบปราม, ตำรวจแผนกปราบจลาจล (คอมมานโด), ตำรวจพลร่มตระเวนชายแดน จากค่ายนเรศวร หัวหิน  
  • ผู้บัญขาการทหารสูงสุด       พลเรือตรีสงัด ชะลออยู่
  • ผบ.ทบ.                           พลเอกเสริม ณ นคร (รับตำแหน่งต่อจากพลเอกบุญชัย บำรุงพงศ์)
  • ผบ.ทร.                           พลเรือเอกอมร ศิริกายะ
  • ผบ.ทอ.                          พลอากาศเอกกมล เตชะตุงคะ 
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์
  • นายก อมธ.                     นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ
  • นายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ      นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์
  • นายกองค์การนักศึกษารามคำแหง     นายมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม
  • เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ   นายสุธรรม แสงประทุม 
  • นายวิโรจน์ ตั้งวานิขย์ และนายอภินันท์ บัวหภักดี 2 นศ. มธ. ผู้แสดงละครล้อเลียนการกลับเข้าประเทศไทยของสามเณรถนอม กิตติขจร และถูกนำไปกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมฯ อันนำไปสู่การปราบปรามนักศึกษาและประชาชนด้วยอาวุธร้าย 
  • รายชื่อคณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 ของไทย (20 เมษายน พ.ศ.2519 - 23 กันยายน พ.ศ. 2519)
  • ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็น นายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ 
  • 1. พลตรี ประมาณ อดิเรกสาร เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 2. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 3. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 5. นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 6. พลเอก กฤษณ์ สีวะรา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 7. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 8. นาย พิชัย รัตตกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 9. นาย พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 10.นายทวิช กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 11.นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • 12.หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 13.นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • 14.พลตรีศิริ สิริโยธิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 15.พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • 16.พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • 17.นายนิพนธ์ ศศิธร เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
  • 18.พลเอกทวิช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 19.นาวาอากาศโททินกร พันธุ์กระวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • 20.นายเล็ก นานา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 21.นายไกรสร ตันติพงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 22.นายอนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 23.นายบุญเกิด หิรัญคำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 24.นายประชุม รัตนเพียร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 25.นายคล้าย ละอองมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิช
  • 26.นายขุนทอง ภูผิวเดือน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 27.นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 28.นายสมบุญ ศิริธร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 29.นายชูสง่า ฤทธิประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 30.นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • 31.นายสิดดิก สารีฟ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 32.นายดาบชัย อัคราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 33.นายปรีชา มุสิกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • 34.นายแผน สิริเวชชะพันธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • 35.นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 
  • รายชื่อคณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 ของไทย (ครม.ก่อน 6 ตุลา 19)(25 กันยายน พ.ศ. 2519 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519) 
  • ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็น นายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2519 สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ 
  • 1. พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 2. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 3. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • 5. นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายนิธิพัฒน์ ชาลีจันทร์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 7. พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 8. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 9. นายพิชัย รัตตกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 10.พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 11.นายทวิช กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 12.นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • 13.หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 14.นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • 15.พลตรีศิริ สิริโยธิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 16.พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • 17.พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • 18.นายนิพนธ์ ศศิธร เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
  • 19.นายนิธิพัฒน์ ชาลีจันทร์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 20.นาวาอากาศโททินกร พันธุ์กระวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • 21.นายเล็ก นานา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 22.นายไกรสร ตันติพงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 23.นายอนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • 24.นายบุญเกิด หิรัญคำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 25.นายประชุม รัตนเพียร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 26.นายคล้าย ละอองมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • 27.นายขุนทอง ภูผิวเดือน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 28.นายแผน สิริเวชชะพันธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 29.นายดาบชัย อัคราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 30.นายชูสง่า ฤทธิประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 31.นายสิดดิก สารีฟ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 
  • ข้อมูลบางส่วนมาจากวิกิพีเดีย สาราณุกรมเสรี

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้