<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Mark to the Market</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market</link>
 <description>Mark to the Market</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>เกาะติดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080505/441</link>
 <description>&lt;p&gt;
เรายังคงเกาะติดการเคลื่อนย้ายกระแสเงินทุนของฝูงทุนเก็งกำไรโลกต่อไป บทความนี้จึงนับเป็นส่วนขยายและต่อเนื่องจากบทความเรื่อง &lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080419/432&quot;&gt;ระบบทุนโลกยังคงทรงพลัง กระแสเงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายอีกครั้ง&lt;/a&gt; เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551 
&lt;/p&gt;
&lt;b&gt;1. &lt;u&gt;ทรรศนะต่อแนวโน้มราคาทองคำตลาดโลก&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; โปรดดูภาพชาร์ต ราคาทองคำรายสัปดาห์ในตลาดโลก ถึงวันที่ 2 พค. 2551( &lt;a href=&quot;/files/Gold%20OHLC%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot;&gt;Gold Prices OHLC weekly chart&lt;/a&gt; ) 
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/Gold%20OHLC%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากภาพการเคลื่อนไหวของรายสัปดาห์ของราคาทองคำตลาดโลกล่าสุด แม้ว่าจะมีแรงหนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน จากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ที่ยังคงครอบงำระบบเศรษฐกิจโลกตลอดระยะหลายปีข้างหน้า แต่ระดับราคาที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง &lt;b&gt;สี่เท่าตัว&lt;/b&gt; ภายในเวลาเพียง 7 ปี นับแต่เริ่มวงจรขาขึ้นครั้งใหม่ในปี 2001 ได้กระตุ้นเย้ายวนให้เกิดแรงขายทำกำไรยิ่งขึ้นกว่าทุกรอบที่ผ่านมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก ซึ่งเราสามารถมองย้อนไปในอดีต ด้วยภาพราคารายสัปดาห์ข้างต้น สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของผู้คนทั่วโลก ที่เข้ามั่วสุมในวงจรขาขึ้น หากแต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้กันระหว่างกำลังของฝ่ายต่างๆ ในตลาดค้าทองคำ (นับตั้งแต่ เหมือง ผู้ค้า อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทองคำเป็นวัตถุดิบ ฝูงกองทุนเก็งกำไร ธนาคารกลางและองค์กรโลกบาลที่ถือทองคำในมือเป็นสำรอง ปวงชนผู้ถือทองคำเป็นการลงทุนและสินทรัพย์กู้ภัย เป็นต้น) 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
เราเห็นได้ว่า ระดับของการแกว่งตัวผันผวน จากการต่อสู้ของแรงเทขายทำกำไรและแรงรับซื้อ ณ ระดับ 700 เหรียญ/ออนซ์ มีความรุนแรงและแถบราคากว้างกว่าที่เกิด ณ ระดับราคาบริเวณ 300 หรือ 400 เหรียญ/ออนซ์มาก  นอกจากนี้ &lt;b&gt;การวิ่งขึ้นในหนึ่งเท่าตัวแรกของราคาทองคำจบแล้ว &lt;/b&gt;จากบริเวณระดับ 250 เหรียญ/ออนซ์ สู่บริเวณระดับ 500 เหรียญ/ออนซ์นั้น กินเวลายาวนานของการต่อสู้และปรับฐานราคาถึง 4 ปี แต่ใน&lt;b&gt;การพุ่งขึ้นระลอกหลังสุด&lt;/b&gt; จากบริเวณระดับ 550 เหรียญ/ออนซ์สู่บริเวณระดับ 1000 เหรียญ/ออนซ์นั้น ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น นั่นคือ &lt;b&gt;ความลาดชันของทางโน้มราคาอยู่ในระดับสูงอย่างยิ่ง&lt;/b&gt;  
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
จากสภาพการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนจึงมีทรรศนะส่วนตัวว่า ไม่ว่าราคาทองคำตลาดโลกจะสามารถสร้างยอดสูงใหม่อีกครั้งได้หรือไม่ สิ่งที่มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งคือ เราจะได้เห็นราคาทองคำที่ระดับ 700 กว่าเหรียญ/ออนซ์อีกครั้งในระยะต่อไป และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่า การปรับฐานราคารอบนี้ จะกินเวลายาวนานกว่าที่เกิดขึ้นในปี 2006 ด้วย  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม พึงเข้าใจว่า นี่ยังมีความแตกต่างระหว่าง &lt;b&gt;แนวโน้มราคาทองคำตลาดโลก&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ราคาทองคำในประเทศ&lt;/b&gt; ที่อาจมีบางช่วงบางขณะที่อาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตัวแปรแห่งความแตกต่างนี้ก็คือ &lt;u&gt;&lt;b&gt;ความแปรเปลี่ยนของค่าบาทไทย&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; ซึ่งเรายังมีเวลาพิจารณาแง่มุมดังกล่าวโดยเฉพาะในระยะต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2. ทรรศนะต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลก&lt;/b&gt; โปรดดูภาพชาร์ต ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกรายสัปดาห์ ถึงวันที่ 2 พค. 2551( &lt;a href=&quot;/files/Light%20Crude%20Oil%20EOD%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot;&gt;Light Crude Oil EOD Index weekly chart&lt;/a&gt;) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/Light%20Crude%20Oil%20EOD%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ราคาน้ำมันดิบโลกนั้น กลับแตกต่างจากแบบแผนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำตลาดโลก จากภาพราคารายสัปดาห์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า ระดับราคาสร้างฐานที่บริเวณ 50-80 เหรียญ/บาร์เรล อยู่ประมาณสามปี ก่อนที่จะพุ่งทำลายสถิติประวัติศาสตร์ตลอดกาลบริเวณ 100 เหรียญ/บาร์เรล   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแนวโน้มราคาในปัจจุบันได้สร้างฐานราคาระยะสั้นบริเวณเหนือ 110 เหรียญ/บาร์เรล โดยมีแนวโน้มที่จะทะยานสร้างสถิติสูงใหม่ในประวัติศาสตร์ ที่บริเวณ 130 เหรียญ/บาร์เรลต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่การพุ่งขึ้นจากระดับราคา 50 เหรียญ/บาร์เรลเมื่อต้นปี 2006 สู่ระดับเหนือ 110 เหรียญ/บาร์เรลในเวลา 1 ปี ก็จะกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรครั้งใหญ่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กระนั้นก็ตาม ราคาน้ำมันดิบโลกไม่อาจคืนกลับสู่ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรลได้อีกแล้ว ในระยะหลายปีข้างหน้า ทางโน้มที่เป็นไปได้คือการปรับฐานราคาบริเวณ 85-90 เหรียญ/บาร์เรล ภายหลังจากการปรับตัวออกทางด้านข้างเริ่มต้นขึ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พื้นฐานที่หนุนหลังแรงรับของราคาน้ำมันดิบโลกที่ระดับดังกล่าวก็คือ &lt;b&gt;แหล่งน้ำมันสำรองใหม่ขนาดใหญ่ของโลก&lt;/b&gt; (อาทิเช่น ในอาร์คติคเมื่อโลกร้อนขึ้นในกาลข้างหน้า) ยังคงรอการบุกเบิก แต่ &lt;b&gt;มหาอำนาจเถื่อนดิบเกิดใหม่&lt;/b&gt; กลับเสพย์ติดพลังงานฟอสซิลอย่างหนักบนเส้นทางพัฒนาตามหนทางทุนนิยม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ยังคงดำรงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะทำลายล้าง &lt;b&gt;ระบอบปกครองรัฐศาสนาอิหร่าน&lt;/b&gt; และมุ่งเข้ายึดครอง &lt;b&gt;ช่องแคบเฮอร์มุซ&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมันโลก ตลอดจนยังยึดกุมกลยุทธ์ที่มุ่งใช้ตะวันออกกลางเป็น &lt;u&gt;&lt;b&gt;กระดานหก&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; เข้าแผ่อิทธิพลเหนือ &lt;b&gt;เอเชียกลาง&lt;/b&gt; และเพื่อหนุนหลัง &lt;b&gt;เขตปกครองตนเองอิสลามของจีน&lt;/b&gt; (เฉกเช่นที่ &lt;b&gt;พันธมิตรนาโต้&lt;/b&gt; หนุนหลัง &lt;b&gt;&lt;u&gt;การปฏิวัติสี&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ที่่&lt;b&gt;ยูเครน&lt;/b&gt; &lt;b&gt;จอร์เจีย&lt;/b&gt; และล่าสุด &lt;b&gt;โคโซโว&lt;/b&gt; เพื่อตอกลิ่มให้เกิดการพังทลายปราการดึกดำบรรพ์ของรัสเซีย)  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากเหตุปัจจัยพื้นฐานดังกล่าว การปรับฐานราคาของน้ำมันดิบโลกซึ่งอาจรุนแรงในบางระยะในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จึงเป็นไปเพื่อการสร้างฐานราคา ณ ระดับใหม่ หลังจากที่ได้สร้างฐานราคาครั้งสำคัญที่ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรล เพื่อรอ &lt;b&gt;เหตุปัจจัยใหม่ๆ &lt;/b&gt;ที่ฝูงทุนเก็งกำไรโลก จะใช้ประโคมโหมอ้างอิงในการขับเคลื่อน &lt;b&gt;วงจรขึ้นรอบใหม่&lt;/b&gt; เมื่อโลกเข้าสู่ทศวรรษแห่งความหวาดกลัว &lt;b&gt;Peak Oil&lt;/b&gt; หลังปี 2010 ที่จะมาถึง&lt;b&gt; &lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3.ทรรศนะต่อแนวโน้มค่าดอลลาร์สหรัฐฯ &lt;/b&gt;โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงวันที่ 2 พค. 2551(&lt;a href=&quot;/files/US%20Dollar%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot;&gt; US Dollar Index weekly chart&lt;/a&gt; ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/US%20Dollar%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
บัดนี้ ดัชนีค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เริ่มต้นวงรอบการดีดกลับครั้งล่าสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากภาพ ในระยะสองปีครึ่งมานี้ แม้ดัชนีค่าดอลลาร์สหรัฐฯ จะดีดกลับหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยปรากฏวงรอบของการดีดกลับที่มีนัยสำคัญ 
&lt;p&gt;
เหตุปัจจัยพื้นฐานสำคัญของ &lt;b&gt;การเก็งกำไรวงจรขาลงค่าดอลลาร์ &lt;/b&gt;ในรูปแบบ &lt;b&gt;one way bet&lt;/b&gt; นอกจากจะเป็นกลยุทธ์ของอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกที่ใช้อุบายค่าเงินอ่อนเพื่อลดมูลค่าหนี้สินรวมแห่งชาติแล้ว ยังเป็นการ&lt;b&gt;&lt;u&gt;ลั่นไก&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;ส่งสัญญาณให้กระแสเงินทุนของโลก ซึ่งมีฝูงทุนเก็งกำไรแห่งวอลสตรีทถือบังเหียน กระโจนเข้าเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์หลักๆ อาทิ โลหะมีค่า น้ำมันดิบ เพื่อชดเชยทรัพย์สินในรูปดอลลาร์ที่มีมูลค่าลดลง อันเป็นกลวิธีพื้นฐานในการรักษา &lt;b&gt;ระดับอัตรากำไรเฉลี่ย&lt;/b&gt; ของระบบทุนนิยมให้คงอยู่ในระดับสูง แม้ประสิทธิภาพทางการผลิตที่แท้จริง ก้าวหน้าไปน้อยมาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม เพื่อคลี่คลายวิกฤตฟองสบู่อสังหาฯ ที่แตกสลายลง ซึ่งฉุดลากเอากลุ่มทุนการเงินใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ และประเทศทุนนิยมศูนย์กลางอื่นๆ พังพินาศลง จากการหลอมละลายของบรรดา&lt;b&gt;&lt;u&gt;สินค้าการเงินจินตภาพ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; สหรัฐฯ และยุโรปจำต้องเปิดประตูให้กระแสเงินทุนจากบรรดา &lt;b&gt;กองทุนอธิปไตยเพื่อความมั่งคั่ง&lt;/b&gt; &lt;b&gt;SWF&lt;/b&gt; ของประเทศเกิดใหม่ที่มั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เข้าไปถือหุ้นหรือควบคุมธุรกิจการเงินที่หลอมละลายและซื้อสินทรัพย์ที่ราคาดิ่งลง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเข้าซื้อธุรกิจและสินทรัพย์ในสหรัฐฯ เริ่มต้นระลอกแรกขึ้นแล้ว และเป็นไปได้อย่างมากว่า น่าจะมีระลอกใหม่ตามมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนในยุโรป การหลอมละลายกำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ซึ่งก็เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ &lt;b&gt;ค่าเงินยูโร&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ปอนด์สเตอริงค์&lt;/b&gt; ได้&lt;b&gt; สร้างจุดสูงสุด&lt;/b&gt;ในรอบนี้เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว นี่คือ&lt;b&gt;&lt;u&gt;แบบแผนความสัมพันธ์ภายใน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ที่ชี้ถึงทางโน้มความสัมพันธ์ระหว่างสกุลเงินสำคัญ อันเป็นปรากฏการณ์ภายนอก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กระนั้นก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุนนิยมโลก ยังคงเหวี่ยงไปมา ระหว่าง &lt;b&gt;ภาวะหดหู่สิ้นหวัง&lt;/b&gt; กับ&lt;b&gt;ความโอหัง-ละโมบ&lt;/b&gt; อันเป็นสัญชาตญาณดิบของทุนนิยม นับตั้งแต่สิงหาคม 2550 ความตื่นตระหนกและหดหู่ ได้รับบทบาทเป็นตัวเอกอย่างโดดเด่นไปหลายตอนแล้ว มาบัดนี้ ความละโมบและยโสโอหัง ได้มายืนรอข้างเวทีแล้ว เพื่อรอแสดงบทบาทของตน อย่างไรก็ตาม อย่าได้ลุ่มหลงในการละเล่นเช่นนี้ให้มากนัก ในตลาดทุนโลกที่บรรลุวุฒิภาวะแล้วนั้น ทั้งในวงจรขาขึ้นและขาลง ล้วนแต่เก็งกำไรได้อย่างสมบูรณ์ทั้งสิ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;4.&lt;u&gt; ดัชนี S&amp;amp;P 500 ขึ้นมายืนรอข่าวดี&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีS&amp;amp;P 500 ถึงวันที่ 2 พค. 2551 ( &lt;a href=&quot;/files/S&amp;amp;P%20500%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot;&gt;S&amp;amp;P 500 Index weekly chart&lt;/a&gt; ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img border=&quot;0&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/S&amp;amp;P%20500%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ภาพชาร์ตรายสัปดาห์ของดัชนี S&amp;amp;P 500 ข้างต้น คงพอทำให้เราซาบซึ้งถึงคำสอนโกหกพกลมของ &lt;b&gt;ศาสนาบูชาตลาด&lt;/b&gt; ที่ยังมีผู้คนว่าง่ายจำนวนไม่น้อยหลงใหลจนหัวปักหัวปำอยู่ ท่ามกลางข่าวร้ายของการหลอมละลายของ &lt;b&gt;5 เสาหลักสถาบันการเงินวอลสตรีท&lt;/b&gt; จากผลของการลงทุนถือครอง &lt;u&gt;&lt;b&gt;สินทรัพย์การเงินจินตภาพ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; ที่อ้างอิงอย่างคลุมเครือและซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับตลาดอสังหาฯ ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีสำคัญต่างๆ ที่ทรุดโทรมลง ซึ่งทยอยประกาศต่อสาธารณชนเป็นระยะๆ ดัชนีหลักๆ ของวอลสตรีทค่อยกระเตื้องขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สวนทางแรงขายตื่นตระหนกที่เทออกมาเป็นระลอกเมื่อข่าวร้ายทยอยปรากฏ  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ไม่เดียงสาบางท่าน อรรถาธิบายอาการเช่นนี้ว่า เป็นเรื่องของความกล้าหาญในการกระทำสวนตลาด บางท่านก็เชื่อนิทานทำนองนั้นจริงๆ และบรรดาจอมยุทธ์ผู้กล้าเหล่านั้น ก็ได้หลอมละลายสินทรัพย์และแม้แต่ชีวิตของตนไปแล้วในวงจรตลาดขาลงอันยาวนาน (ในไทย เช่น ตั้งแต่หลังรัฐประหาร รสช. จนถึงวงจรขาขึ้นใหม่ในยุคทักกี้สมัยแรก) และในหุ้นเน่าๆ ที่เจ้าของขายทิ้งในตลาดหรือถูกไล่ออกจากตลาด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตลาดในโลกปัจจุบันเป็นกลไกสำคัญของระบบทุนในการ&lt;b&gt;&lt;u&gt;รวมศูนย์ความมั่งคั่ง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; เป็นสนามที่ใช้ในการล่าและเข้าเขมือบสินทรัพย์ของผู้อ่อนแอกว่า ด้วยความทรงอิทธิพลและเหนือชั้นกว่าในสายสนกลในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านกลไกควบคุม ระเบียบกฏเกณฑ์ การควบคุมการไหลหมุนเวียนของข่าวสาร ความสามารถในการระดมเม็ดเงินเพื่อทุ่มซื้อทุ่มขาย ซึ่งคาร์เทลที่ไร้รูปการของกลุ่มทุนใหญ่ต่างๆ ได้เข้าควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ทุนไม่ได้ปล้นคุณ มันแค่ทำให้คุณเชื่อ และคุกเข่าลงส่งมอบสินทรัพย์ของคุณให้มันอย่างยินยอมพร้อมใจ&lt;/b&gt; มิหนำซ้ำ หลังจากนั้น คุณยังต้องกลับไปจมอยู่ในความระทมใจกับการลงโทษตนเองอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตามรูปการของดัชนีรายสัปดาห์ S&amp;amp;P 500 ที่นำมาแสดงไว้ ดัชนีหลักนี้คงเดินทางสู่การดีดกลับระดับ 200 จุดที่บริเวณ 1450 จุดดัชนีเป็นอย่างน้อย และไม่เกิน 250 จุด ที่ระดับ 1500 จุด ก่อนที่จะเปิดเวทีการแสดงให้แก่บทบาทของความตื่นตระหนกอีกครั้ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;5. ภาพดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯไทยรายสัปดาห์&lt;/b&gt; โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงวันที่ 2 พค. 2551 (&lt;a href=&quot;/files/SET%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot;&gt; SET Index weekly chart&lt;/a&gt; ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/SET%20Index%20weekly%20chart_May%2002,%202008.gif&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สองสามปีมานี้ ชนชั้นกลางไทยที่ติดตามข่าวสารของตลาดหุ้นโลก แทบต้องเอาหัวโขกฝาผนัง เนื่องจากตลาดหุ้นในบรรดาประเทศเกิดใหม่ทั่วโลก พากันทำสถิติดัชนีสูงใหม่ประวัติศาสตร์กันเป็นว่าเล่น มีแต่ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ยังจมปลักอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดที่เคยสร้างไว้ในช่วงทศวรรษ 2530  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยผู้คนน่ารักเช่นนี้ เหตุใดตลาดหุ้นจึงได้จมปลักดักดานอยู่กับที่ถึงร่วมยี่สิบปี ช่างน่าพิศวงจริงๆ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทำไม? วิมานทรายของชนชั้นกลางไทยจึงได้ล่มสลายพังครืนไปตั้งแต่หลังยุครัฐบาลบุพเฟต์คาบิเนตชาติชาย แล้วไม่หวนกลับมาอีกเลย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
น่าสงสารสุดๆ เพื่ออธิบายเกี่ยวกับปัญหานี้โดยคร่าวๆ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงก่อนว่า ในตลาดหุ้นเถื่อนดิบแบบไทยนี้ ดัชนีตลาดฯ ซึ่งเป็นเสมือน &lt;b&gt;&lt;u&gt;สัญญาณนกหวีด&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; สั่งบุกหรือสั่งถอยของบรรดาผู้เล่นทั้งปวงในตลาดนั้น ถูกควบคุมโดยหุ้นบิ๊กแค๊ปขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว (อันที่จริง &lt;b&gt;ซุปเปอร์บิ๊กแค๊ป&lt;/b&gt;) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในยุคกระทิงของตลาดหุ้นนับตั้งแต่สมัย &amp;quot;&lt;b&gt;โชติช่วงชัชวาล&lt;/b&gt;”&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ในปลายสมัย &lt;b&gt;รัฐบาลจารีต-อำมาตยาเปรม&lt;/b&gt; เมื่อก๊าซพุ่งขึ้นจากหลุมขุดเจาะอ่าวไทย เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก &lt;/span&gt;&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ต่อเนื่องถึงสมัยนโยบาย &lt;/span&gt;“&lt;b&gt;เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า&lt;/b&gt;” ของ&lt;b&gt;รัฐบาลตลกหลังคารถ บุพเฟต์คานิเนตของชาติชาย&lt;/b&gt; หุ้นบิ๊กแค๊ปที่ถูกกลุ่มทุน &lt;b&gt;&lt;u&gt;เลือกใช้ขับเคลื่อนดัชนีตลาดฯ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; พุ่งสู่วงจรขึ้นขนาดใหญ่ จากระดับ 200 จุดสู่ระดับ 1,500 จุด ก็คือ &lt;b&gt;ผาแดงอินดัสตรี&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ปูนซีเมนต์ไทย&lt;/b&gt;  หลังจากจบวงจรฟองสบู่ตลาดหุ้นและที่ดินในสมัยของรัฐบาลชาติชายแล้ว ตลาดหุ้นก็เข้าสู่วงจรขาลงขนาดใหญ่ และถูกตอกตะปูฝาโลงด้วยวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลทุนเก็งกำไรทักกี้สมัยแรก ขบวนอภิชนทุนทักกี้ได้พยายามปลุกปั้น &lt;b&gt;หุ้นซุปเปอร์บิ๊กแค๊ปรุ่นใหม่&lt;/b&gt; ที่ใช้ขับเคลื่อนดัชนีตลาดฯ เพื่อนำตลาดหุ้นเข้าสู่วงจรขาขึ้นวงจรใหม่ ซึ่งหุ้นที่ถูกเลือกก็คือ &lt;b&gt;หุ้นเครือ ปตท.&lt;/b&gt; ที่มี &lt;b&gt;ปตท.&lt;/b&gt;เป็น &lt;b&gt;&lt;u&gt;เรือธง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; แน่นอนว่า คนไทยเรามักเลี้ยงช้างเพื่อกินขี้ช้างด้วย หุ้นใน &lt;b&gt;&lt;u&gt;กลุ่มชิน&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; จึงโลดแล่นอย่างเต็มไปด้วยสีสันและนิทานแสนอัศจรรย์ แต่กลับจบลงอย่างฉับพลันด้วย &lt;b&gt;&lt;u&gt;วิบากกรรมแห่งการกินรวบ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม หลังการหวนกลับสู่อำนาจของขบวนจารีต-อำมาตยา มีแต่หุ้นมหัศจรรย์กลุ่มชินที่ถูกสำเร็จโทษ แต่เครือปตท.อันเป็นเสาหลักของวงจรขาขึ้นขนาดใหญ่วงจรใหม่นี้ยังคงรุดหน้าต่อไป ทั้งนี้เพราะไม่ว่าขบวนทุนเก็งกำไรทักกี้หรือขบวนจารีต-อำมาตยา ก็ล้วนแต่สมาทานระบอบทุน เกี่ยงกันแค่ใครจะกุมบังเหียนและเป็นเจ้ามือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ด้วย &lt;b&gt;&lt;u&gt;ความอ่อนเปลี้ย&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ของขบวนจารีต-อำมาตยา ที่เกิดจาก &lt;b&gt;&lt;u&gt;การพยายามลากสังขารเปื่อยผุพังคลานผ่านยุคสมัย&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ทำให้ต้องสร้างแนวร่วมชั้นสูงกับ &lt;b&gt;ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม&lt;/b&gt; เพื่อร่วมกันโค่นล้มขบวนทุนเก็งกำไรทักกี้ แต่แนวร่วมนี้ ได้กลับกลายเป็นพิษต่อระเบียบของทุน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม นำคดีการแปรรูปอย่างผิดปกติที่บกพร่องโดยสุจริตของปตท.ขึ้นสู่ศาลตามเส้นทางกฎหมาย เท่านั้นเอง ป่าช้าก็แตกทันที ต่างชาติที่ถูกชักนำให้เข้ามามั่วสุมกันอยู่ในหุ้นปตท.แตกกระเจิง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ &lt;b&gt;การพักตัวครั้งใหญ่เพื่อสร้างฐานราคา&lt;/b&gt; จนกว่าขบวนอภิชนกาฝากจะเกี้ยเซี้ยกันเป็นการภายในต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เรื่องการปะทะระหว่างสองขบวนทางการเมือง ดูเป็นจริงเป็นจัง จะวินาศกันไหมนี่?&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศไทยไม่ใช่ฝรั่งเศสสมัยปลายราชวงศ์บรูบรองซ์ สุนัขสองฝูงเห่ากรรโชกใส่กันก็เพื่อนาย สุดท้ายอยู่ที่มือผู้ยึดกุมสายโซ่ปลอกคอ คนไทยบางส่วนอาจคลุ้มคลั่งกับการปลุกปั่นได้สักพัก แต่สโมสรทั่วประเทศแบบ ที่หลายฝ่ายพยายามทำอยู่เพื่อฉุดดึงปวงชนมาใช้ก่อความรุนแรงไม่มีทางได้รับสำเร็จในไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คนไทยนั้นนิยม “&lt;b&gt;ศรีธนญชัย&lt;/b&gt;” ฉะนั้นพวกตีฝีปาก พ่นนามธรรม บ้าทฤษฎี จึงมักมีคนห้อมล้อม แต่ก็เป็นแค่ลมเพลมพัด เพราะคนไทยไม่เคยรักและเกลียดใครจริง รักแป๊บเดียว เกลียดชั่ววูบ เพียงไม่นานก็ลืม นี่เป็นนิสัยประจำชาติ คนดังและวีรบุรุษจึงถูกลืมอยู่เสมอ อย่างเก่งก็แค่เคารพนับถือกันแต่ปาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;มีแต่ปืนเท่านั้นที่เป็นของจริงแท้&lt;/b&gt; เห็นได้จากทั้งสองขบวนอภิชนกาฝากต่างแย่งกันเข้าไปโยกย้ายทหาร ปืนลั่นเมื่อไหร่ ขบวนตลกหลังคารถและศาสดาท่าจะบ๊องส์ทั้งหลาย ก็จะแย่งกันเก็บของลงจากเวที 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น แม้ดัชนีตลาดฯ จะพุ่งขึ้นสู่&lt;b&gt; ด่านแรกที่บริเวณ 900 จุด&lt;/b&gt; และอาจ &lt;b&gt;ทดสอบระดับสำคัญที่บริเวณ 960 จุด&lt;/b&gt; ในครึ่งปีแรกนี้ โดยที่ ปตท.ไม่อาจสร้างระดับราคาสูงใหม่ เนื่องจาก &lt;b&gt;&lt;u&gt;ปัญหาชีวิต&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ของ ปตท.เสาหลักของวงจรขาขึ้นรอบใหม่ยังแก้ไม่ตก ดัชนีตลาดฯ จึงมีโอกาสทรุดตัวในครึ่งปีหลังอย่างแรง สอดคล้องกับสถานการณ์การแต่งตั้งโยกย้ายทหารใหญ่ประจำปีในเดือนกันยายน ถึงเวลานั้น กรุณาติดตามเส้นทางเดินของดัชนีตลาดฯ กันใหม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
	&lt;p&gt;
	&amp;nbsp;
	&lt;/p&gt;
	&lt;b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080505/441#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/Gold OHLC weekly chart_May 02, 2008.gif" length="23070" type="image/gif" />
 <pubDate>Mon, 05 May 2008 01:16:56 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">441 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ตลาดหุ้นจีน: บ่อนเถื่อนดิบแบบบรรพกาลแห่งที่สองของเอเซียที่ถูกทุนเก็งกำไรโลกชำเรา</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080422/433</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เมื่อครึ่งหลังของปีที่แล้ว ตลาดหุ้นเวียตนามตกสวรรค์ลงจากระดับดัชนีเหนือหนึ่งพันจุดลงมาถึงระดับสี่ร้อยจุด นั่นคือลงเกินครึ่งหนึ่ง หลังจากบรรดานักวิเคราะห์เชียร์แขกตลาดหุ้นทั่วโลกและฝูงทุนเก็งกำไรโลกได้พากันประโคมโหมศักยภาพในการเติบโตของประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ ชนชั้นกลางรุ่นใหม่และบรรดาผู้มีทรัพย์ชาวเวียตทั้งหลาย พากันมัวเมาคลั่งไคล้และทุ่มเม็ดเงินของตนเข้าสู่บ่อนเถื่อนดิบสมัยใหม่กลางเมืองหลวง &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ผู้คนใต้ร่มธงแดงที่เคยคลั่งไคล้เคารพรูปสักการะวีรชนแห่งชาติ &amp;quot;&lt;strong&gt;โฮจิมินห์&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่นำพาเวียตนามทั้งประชาชาติเอาชนะอภิมหาอำนาจทุนนิยมหนึ่งเดียวของโลกในสงครามประชาชนอันลือลั่น (ซึ่งเป็นแบบอย่างของสงครามสมัยใหม่ ที่นักรบนุ่งผ้าเตี่ยวเอาชนะมหาอำนาจแห่งเทคโนฯ สงคราม)  และนำเวียตนามเข้าสู่เส้นทางสังคมนิยม มาบัดนี้ ได้พากันสมาทานเอาเส้นทางทุนเป็นสรณะ เชิดชูการลงทุนจากต่างประเทศเป็น &amp;quot;&lt;strong&gt;พระผู้ช่วยให้รอด&lt;/strong&gt;&amp;quot; แฟชั่นพึ่งตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวที่เคยประโคมโหมกันทั่วประเทศทุกเมื่อเชื่อวันเหลือเพียงคราบน้ำลายเหม็นบูด แฟชั่นวิ่งไล่ตามเทรนด์บริโภคโลกกลายเป็นสุดยอดวิถีชีวิตตามอุดมคติ &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เมื่อจิตสำนึกของสาธารณชนถูกพิชิตโดยอุดมคติและ &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของระบบทุนโลกแล้ว การโจมตีปล้นชิงครั้งใหม่ๆ ด้วยจรวดกระสุนเคลือบน้ำตาลก็ย่อมพิชิตอาณาจักรที่เคยยืนหยัดอย่างทรหดนี้ ฝูงทุนเก็งกำไรโลกจึงเข้าร่วมกับกลุ่มเชียรแขกตลาดหุ้นท้องถิ่นปั่นราคาหุ้นในตลาดเถื่อน-ดิบเล็กๆ แห่งนี้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลายเท่าตัว ท่ามกลางการรู้เห็นเป็นใจของอำนาจรัฐเวียตซึ่งศิโรราบแก่ระบอบทุนโลก &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ปลายไตรมาสสามปีที่แล้ว ตลาดหุ้นจีนก็เริ่มประสบชะตากรรมชนิดเดียวกัน หลังจากการสรรเสริญเยินยอต่อเนื่องมาหลายปีของบรรดานักวิเคราะห์เชียร์แขกตลาดหุ้นโลก การประโคมโหมของบรรดาเชียร์แขกตลาดหุ้นระดับด็อกเตอร์เศรษฐศาสตร์เหล่านี้ไปไกลถึงขั้นเสนอ &amp;quot;&lt;strong&gt;ทฤษฎีไร้สาระ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ซึ่งไม่เคยสอนกันในสถาบันการศึกษาใดๆ (แต่ก็มีผู้ที่คิดว่าตนมีการศึกษาสูงจำนวนมากหลงเชื่อและอ้างอิงไปขยายความ) อย่างเช่น ทฤษฎีที่ว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;ก่อนโอลิมปิคจีนในสิงหาคม 2008 ตลาดหุ้นจีนไม่มีทางตก&lt;/strong&gt;&amp;quot; ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดแต่อย่างใด เพราะระบบการศึกษาในบรรดาประเทศเกิดใหม่ทั้งหลายที่จัดตั้งขึ้นนั้นก็ล้วนมีเป้าหมายแอบแฝงเดียว ก็คืออัดฉีด &amp;quot;&lt;strong&gt;โลกในจินตภาพ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ของระบอบทุน และ &amp;quot;&lt;strong&gt;จิตวิญญาณไพร่-ทาส&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่ &lt;strong&gt;บูชาอภิชน-บูชาตะวันตก&lt;/strong&gt; เข้าฝังรากในสมองของปัญญาชนท้องถิ่น &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;จากภาพรายสัปดาห์ของ &lt;strong&gt;ดัชนีตลาดเซี่ยงไฮ้-เอ&lt;/strong&gt; (ซึ่ง ศรศิลป์ ใช้เป็นดัชนีหลักในการพิจารณาสถานการณ์ในตลาดหุ้นจีนในยุคที่จีนสมาทานระบบทุนโลกเป็นสรณะ) เพื่อนๆ ผู้อ่านจะเห็นได้ชัดว่า หลังจากเริ่มทรุดลงในปลายไตรมาสสามของปี 2550 ต้นปีนี้ดัชนีตลาดเซี่ยงไฮ้-เอ ได้ทิ้งร่มลงอย่างหาแนวรับไม่ได้ด้วยความรวดเร็ว &lt;strong&gt;โดยล่าสุด ได้ทรุดลงจากยอดสูงสุดที่ฝูงทุนเก็งกำไรโลกร่วมกับเชียร์แขกตลาดหุ้นท้องถิ่นจีน-ฮ่องกง ลากขึ้นไปแขวนไว้ที่ระดับ 6,400 จุด ถึงครึ่งหนึ่งแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ก่อนหน้านี้ ผู้ที่เคยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนอันเติบโตอย่างแดกด่วนร้อนแรง ย่อมเคยได้รับรู้ถึงความชุลมุนอลหม่านในตลาดหุ้นจีน ที่ฝูงชนคนชั้นกลางรุ่นใหม่เบียดเสียดยัดเยียดกันนำเงินฝากสะสมที่ถอนออกจากธนาคารเข้าไปเผชิญโชคกันรายวันในบ่อนชนิดใหม่นี้ ที่ประหลาดมหัศจรรย์จนน่าจะใช้เป็นกรณีศึกษาก็คือ ข่าวที่บรรดานักศึกษามหาวิทยาลัย-อนาคตปัญญาชนรุ่นใหม่จีน พากันหมุนเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อนำไปซื้อหุ้น โดยพากันติดค้างค่าเทอมกันเป็นดอกเห็ด &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;น่าหัวร่อนัก ในประเทศเถื่อนดิบที่ครั้งหนึ่งคนหนุ่มสาวเคยคลั่งไคล้เสื้อสีตุ่นๆ พากันเดินไปตามถนน ชูคติพจน์เล่มแดงของ &amp;quot;&lt;strong&gt;ศาสดาพระเจ้าชาวนา-เหมาเจ๋อตง&lt;/strong&gt;&amp;quot; และทำการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม วิพากษ์วิจารณ์ความคิดทุนนิยมทุกชนิดแบบหมูหมากาไก่ (อะไรก็เป็นความคิดทุนนิยมไปหมด) และเห็นผู้คนที่แปลกเพี้ยนไปจากศาสดาของเขาล้วนเป็นไส้ศึกของทุนนิยมโลก มาบัดนี้ คนหนุ่มสาวในประเทศเถื่อนดิบนี้กลับวิ่งไล่ตามกระแสบริโภคแห่งทุน คลั่งไคล้วิถีชีวิตบันเทิงทางเพศ-ยาเสพติดแบบฮอลลีวูด อุดมคติหนึ่งเดียวที่เทอดไว้เหนือเกล้าก็มีแต่รวย-รวย-รวย วีรชนแบบอย่างในวันนี้ของพวกเขาก็มีแต่เพียง &lt;strong&gt;นายบิลเกต&lt;/strong&gt; เท่านั้น &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ปี 2551 อันเป็นปีโอลิมปิคจีนนี้ จีงเป็นปีที่ฝูงทุนเก็งกำไรโลกอาศัยความร่วมมือของเชียร์แขกตลาดหุ้นจีน เข้าลงมือกระทำชำเราชนชั้นกลางจีนที่หลงไหลใน &amp;quot;&lt;strong&gt;จินตภาพไร้สาระ&lt;/strong&gt;&amp;quot; ที่ถูกกระพือต่อเนื่องมาหลายปีที่ว่า &amp;quot;&lt;strong&gt;ก่อนโอลิมปิคจีน หุ้นจีนไม่มีทางตก&lt;/strong&gt;&amp;quot; และ &amp;quot;&lt;strong&gt;พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่กล้าปล่อยให้หุ้นตกเด็ดขาด&lt;/strong&gt;&amp;quot;   &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ตาม นี่คือการปล้นชิงของระบบทุนโลกที่สำเร็จลงครั้งแรก หลังชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากนี้ไปอีกระยะหนึ่งหลังจากทรมานจนผู้ติดหุ้นสูงยอมมอบตัวจนหมด ฝูงเก็งกำไรตลาดทุนโลกและเชียร์แขกตลาดหุ้นท้องถิ่นจีน-ฮ่องกง จะลากดัชนีตลาดหุ้นจีนกลับขึ้นท้องฟ้าเพื่อกระทำการปล้นชิงรอบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะ &amp;quot;&lt;strong&gt;ฟองสบู่มหัศจรรย์เศรษฐกิจจีน-อินเดีย&lt;/strong&gt;&amp;quot; นั้นยังไม่เคลื่อนเข้าสู่ &amp;quot;&lt;strong&gt;ระยะบ้าคลั่ง&lt;/strong&gt;&amp;quot; หรือ &amp;quot;&lt;strong&gt;ระยะเชื่อมั่นสุดขีด&lt;/strong&gt;&amp;quot;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;คนตัวเล็กๆ ในประเทศเล็กๆ อย่างพวกเรา ก็ได้แต่ติดตามคอยชม &lt;strong&gt;เส้นทางสู่สวรรค์ทุนนิยม&lt;/strong&gt; ของ มหาอำนาจใหม่เถื่อน-ดิบ อย่างจีนต่อไปด้วยใจลุ้นระทึก คงจะเป็นเฉกเช่นคน &lt;strong&gt;เชคโก-ฮังการี-โปแลนด์ &lt;/strong&gt;ในสมัยก่อนสงครามโลก ที่จับตามมองยุคสมัยของ &lt;strong&gt;นาซีเยอรมัน&lt;/strong&gt; ด้วยความอกสั่นขวัญแขวน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080422/433#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/Shanghai A-Share Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif" length="23061" type="image/gif" />
 <pubDate>Tue, 22 Apr 2008 14:55:15 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">433 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ระบบทุนโลกยังคงทรงพลัง กระแสเงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายอีกครั้ง</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080419/432</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;ห้าภาพ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; ซึ่ง ศรศิลป์ แนบมาในงานเขียนนี้ เป็นดั่งคำคมของคนโบราณที่ว่า &amp;quot;&lt;b&gt;หนึ่งภาพเหนือหมื่นคำบรรยาย&lt;/b&gt;&amp;quot; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ได้พินิจพิจารณากันตาม &lt;b&gt;ปัญญา-บารมี&lt;/b&gt; ของแต่ละท่าน ซึ่งขึ้นกับ &lt;b&gt;พื้นเพ &lt;/b&gt;และ &lt;b&gt;ภูมิหลัง &lt;/b&gt;ของแต่ละคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห้าภาพดังกล่าว แม้จะไม่สามารถครอบคลุมสถานการณ์การแปรเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกได้ครบถ้วน แต่ก็นับว่าแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงทางโน้มของการเปลี่ยนแปลงในระยะใกล้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ตาม ศรศิลป์ ก็ขอร่วมแสดงทรรศนะส่วนตนในการพิจารณาภาพสำคัญทั้งห้า ซึ่ง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
บ่งชี้ &lt;b&gt;ทิศทางของกระแสเงินทุนโลก &lt;/b&gt;ที่ถูกกุมทิศทางโดย &lt;b&gt;ฝูงทุนเก็งกำไร&lt;/b&gt; อันเป็นทุนนิยม   เวอร์ชั่นล่าสุดที่ครอบโลกเน่าๆ ใบนี้อยู่ ณ ปัจจุบันสมัย ไว้ดังต่อไปนี้ โดยหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อท่านผู้ติดตามอ่านบ้างไม่มากก็น้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;  &lt;b&gt;ภาพที่ 1 ราคาทองคำรายสัปดาห์ในตลาดโลก &lt;/b&gt;Gold Prices OHLC weekly chart&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img border=&quot;3&quot; vspace=&quot;3&quot; align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/Gold%20Prices%20OHLC%20weekly%20chart_Apr%2018,%202008.gif&quot; hspace=&quot;3&quot; height=&quot;300&quot; /&gt;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ประการแรก&lt;/b&gt; การชุลมุนเก็งกำไรในราคาทองคำของฝูงทุนเก็งกำไรโลก ได้เดินทางมาถึง &lt;b&gt;ระยะพักตัวชั่วคราว &lt;/b&gt;แล้ว นับแต่นี้ราคาทองคำโลก &lt;b&gt;แม้จะไม่มีทางกลับลงไปสู่ระดับ 400-500 เหรียญ/ออนซ์อีกในระยะหลายปีข้างหน้า&lt;/b&gt; แต่ก็กล่าวชี้ชัดได้ว่า &lt;b&gt;กำลังเข้าสู่การปรับตัวสร้างฐานราคาครั้งใหญ่&lt;/b&gt; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
หลังการวิ่งขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่อง นับแต่ปี 2001 จากระดับราว 250 เหรียญ/ออนซ์ จากภาพราคารายสัปดาห์ระยะ 7 ปี &lt;b&gt;Gold Prices OHLC weekly chart&lt;/b&gt; ที่นำมาแสดงนี้ จะเห็นได้ชัดว่าคลื่นพุ่งขึ้นระลอกล่าสุดนี้ ซึ่งเริ่มต้นในครึ่งหลังของปี 2006 จากระดับราว 550 เหรียญ/ออนซ์ ได้มี &lt;b&gt;&lt;u&gt;ความลาดชันอย่างสูง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2007 ซึ่งสามารถพิจารณาเทียบเคียงได้กับการเก็งกำไรในลักษณะเดียวกัน ในช่วงต้นปี 2006 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความลาดชันที่มีองศาสูงนี้ เป็นพฤติกรรมธรรมดาของฝูงทุนเก็งกำไร ในการผลักดันราคาให้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้น &lt;b&gt;&lt;u&gt;ความโลภอย่างบ้าคลั่ง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ของผู้คน เพื่อที่จะได้ทำการเทขายทำกำไรให้ได้ &lt;b&gt;&lt;u&gt;ทั้งราคาและปริมาณ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า ปัจจุบันราคาทองคำโลกสร้างพีค (จุดสูงสุด) ของรอบที่ระดับ 1,000 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสี่เท่าของฐานราคาในปี 2001 หาใช่อยู่ที่ระดับ 700 เหรียญ/ออนซ์ ณ ระดับพีคของรอบต้นปี 2006 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น การเทขายทำกำไรในรอบนี้จึงมีความเป็นไปได้อย่างมาก ที่จะรุนแรงและยาวนานกว่าการปรับตัวในปี 2006 มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ &lt;b&gt;องค์กรโลกบาลไอเอ็มเอฟ &lt;/b&gt;ประกาศจะนำทองคำสำรองออกขายเพื่อนำเม็ดเงินมารับมือกับปัญหาเศรษฐกิจโลก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฝูงทุนเก็งกำไรโลกที่สุดแสนจะ &lt;b&gt;&lt;u&gt;นกรู้&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ย่อมรู้จักฉวยประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ศรศิลป์ จึงมีทรรศนะว่า &lt;b&gt;ราคาทองคำจะปรับตัวออกทางด้านข้างเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อสร้างฐานราคาในระดับ 800-1,100 เหรียญ/ออนซ์&lt;/b&gt; &lt;b&gt;โดยเห็นว่ายังไม่หมดโอกาส ที่ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นสร้างยอดสูงสุดใหม่อีกยอดหนึ่ง แต่ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นอีกรอบไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็เป็นไปเพื่อลงเท่านั้น&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;  &lt;b&gt;ภาพที่ 2 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกรายสัปดาห์&lt;/b&gt; Light Crude Oil EOD Index weekly chart&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img border=&quot;3&quot; vspace=&quot;3&quot; align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/Light%20Crude%20Oil%20EOD%20Index%20weekly%20chart_Apr%2018,%202008.gif&quot; hspace=&quot;3&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ประการที่สอง&lt;/b&gt; ราคาน้ำมันดิบโลกกำลังจะสร้างพีค นั่นก็คือกำลังเดินหน้าสู่การปรับตัวเข้าสู่ระยะการสร้างฐานราคาครั้งใหม่ &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
จากภาพราคารายสัปดาห์ &lt;b&gt;Light Crude Oil EOD Index weekly chart&lt;/b&gt; คาดว่าราคานำมันดิบกำลังจะสร้างพีคของรอบที่ระดับ 120-130 เหรียญ/บาร์เรลในเร็วๆ นี้ โดยจะเริ่มเข้าสู่การปรับตัวออกทางด้านข้างที่มีแบบแผนการปรับตัวในรูปแบบ &lt;b&gt;head and shoulder&lt;/b&gt; โดยมีหัวอยู่ที่พีคบริเวณ 120-130 เหรียญ ไหล่ที่ระดับ 100 เหรียญ &lt;b&gt;เส้นคอ (neckline) ที่ระดับ 85-90 เหรียญ&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยระยะแรกการปรับตัวคงยังไม่หลุดจากระดับเส้นคอ &lt;b&gt;แต่ในที่สุด ณ บั้นปลายของการปรับตัวระยะ 1 ปี ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสตกลงไปถึงระดับเจ็ดสิบเหรียญปลายๆ ได้&lt;/b&gt;  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การปรับตัวสร้างฐานราคาของน้ำมันดิบรอบใหม่นี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวด สำหรับ &lt;b&gt;การตระเตรียมระยะ 1-2 ปี &lt;/b&gt;เพื่อให้เศรษฐกิจโลกพร้อมที่จะเข้าสู่ระยะ &lt;b&gt;วงจรบ้าคลั่ง&lt;/b&gt; ของ &lt;b&gt;ฟองสบู่มหัศจรรย์เศรษฐกิจจีน-อินเดีย &lt;/b&gt;หรือ &lt;b&gt;Chindiamonia&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นฟองสบู่หลักที่ระบบทุนโลกใช้ในการ &lt;b&gt;&lt;u&gt;ยืดคลื่นวงจรเฟื่องฟู&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ของวงจรเศรษฐกิจโลกให้ทอดยาวออกไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับฐานราคาจะทำให้ภยันตรายของเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่รับได้ เพื่อแสดงถึงสมรรถนะของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน (ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูและขยายตัว) ว่าแข็งแกร่งเชื่อมั่นได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในอีกทางหนึ่ง ราคาที่สลับกันไต่สูงขึ้นของ &lt;b&gt;แร่ธาตุ ทรัพยากร ธัญพืช&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ปศุสัตว์&lt;/b&gt; ก็เพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ระบบเศรษฐกิจของ &lt;b&gt;ประเทศเกิดใหม่ (Emerging Countries)&lt;/b&gt; ทั้งปวง ทั้งยังเป็นโอกาสทองให้ฝูงทุนเก็งกำไรโลกได้ &lt;strong&gt;&lt;u&gt;ต่อทุน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; จากการหมุนเวียนเข้าปั่นราคาโภคภัณฑ์ต่างๆ เป็นระลอกๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ภาพที่ 3 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รายสัปดาห์&lt;/b&gt; US Dollar Index weekly chart&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img border=&quot;3&quot; vspace=&quot;3&quot; align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/US%20Dollar%20Index%20weekly%20chart_Apr%2018,%202008.gif&quot; hspace=&quot;3&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ประการที่สาม&lt;/b&gt; ดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังบ่ายหน้าเข้าสู่วงจรฟื้นตัว จากภาพ &lt;b&gt;US Dollar Index weekly chart&lt;/b&gt; วงจรขาลงล่าสุดระยะสองปีของดัชนีดอลลาร์กำลังใกล้สิ้นสุดลง ด้วยการเริ่มต้นสร้างฐานราคาเพื่อเข้าสู่วงจรฟื้นตัวชั่วคราว ด้วยปัจจัยหลากประการดังนี้ &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
(1) ความเสียหายของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ด้วยการหลอมละลายเปลี่ยนเจ้าของ (และต่อไปคงเปลี่ยนชื่อสถาบันอีกด้วย) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดเงินสดใหม่จาก &lt;b&gt;กองทุนอธิปไตยเพื่อความมั่งคั่ง (SWF) &lt;/b&gt;ของบรรดาประเทศเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากวิถีทางของทุนนิยมโลกในสองทศวรรษที่ผ่านมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(2) ราคาอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ตกต่ำลงรุนแรงจนเย้ายวนใจผู้มั่งคั่งใหม่จากภายนอก ในอีกทางหนึ่งมาตรการช่วยเหลือครัวเรือนชาวสหรัฐฯ ก็ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในปีของการเลือกตั้งประธานาธิบดี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(3) ปีแห่งการรณรงค์เลือกตั้งทำให้การใช้จ่ายภายในของสหรัฐฯ ไม่ทรุดต่ำดังที่กังวลกัน และแน่นอนว่า นี่เป็นปีแห่งความหวัง &amp;quot;&lt;b&gt;ความหวังในการเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&amp;quot; ของชาวมะกันอีกด้วย ด้วยแวดวงชาวทุนในมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกนี้ได้นำเสนอสินค้าเทรนด์ใหม่ &amp;quot;&lt;b&gt;จินตภาพแห่งความเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&amp;quot; มาให้ชาวมะกันได้เลือกทั้งในรูปลักษณ์ของ &lt;b&gt;ผู้นำผิวสีหัวปฏิรูป ผู้นำสตรี&lt;/b&gt; และ   &lt;b&gt;ผู้นำอนุรักษ์นิยมหัวปฏิรูป&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(4) ที่สำคัญที่สุด ราคาหุ้นของบริษัทหลักๆ ในตลาดวอลสตรีทได้ปรับตัวลงมาในระดับน่าสนใจ ด้วยการทุบขายตามด้วยปฏิบัติการณ์จิตวิทยาโดยบทวิเคราะห์ของเชียร์แขกวอลสตรีทประเภท &amp;quot;&lt;b&gt;เล็งการณ์ร้าย&lt;/b&gt;&amp;quot; ที่ซัดกระหน่ำใส่สมองนักลงทุนตลอด 9 เดือนนับแต่สิงหาคม 2550 
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ภาพที่ 4 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 รายสัปดาห์&lt;/b&gt; &lt;small&gt;S&amp;amp;P 500 Index weekly chart&lt;/small&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img border=&quot;3&quot; vspace=&quot;3&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/S&amp;amp;P%20500%20Index%20weekly%20chart_Apr%2018,%202008.gif&quot; hspace=&quot;3&quot; height=&quot;300&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ประการที่สี่&lt;/b&gt; นั่นคือที่มาของภาพอันน่าอัศจรรย์ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข่าวคราวในด้านดีใดๆ ดัชนีหลักของวอลสตรีทโดยเฉพาะ &lt;b&gt;S&amp;amp;P 500 Index&lt;/b&gt; ได้ดีดกลับขึ้นมาจ่อใกล้ระดับ 1,400 จุดอีกครั้งหลังจากที่ทรุดตัวลงไปใกล้ 1,250 จุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ภาพที่ 5 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์&lt;/b&gt; SET Index weekly chart&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;img border=&quot;3&quot; vspace=&quot;3&quot; align=&quot;absMiddle&quot; width=&quot;450&quot; src=&quot;/files/SET%20Index%20weekly%20chart_Apr%2018,%202008.gif&quot; hspace=&quot;3&quot; height=&quot;300&quot; /&gt; 
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ประการที่ห้า&lt;/b&gt; เมื่อเพื่อนๆ นำภาพดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์ &lt;b&gt;SET Index weekly chart&lt;/b&gt; ไปเปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นในประเทศทุนนิยมศูนย์กลางสองฟาก แอตแลนติค ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป จะพบว่า &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ดัชนีในบ่อนเถื่อนดิบในไทยนี้ช่างแข็งแกร่งเสียนี่กระไร?&lt;/b&gt; ความนัยของภาพดังกล่าว ได้บ่งชี้ถึงยุทธศาสตร์ของฝูงทุนเก็งกำไรโลกว่า หลังจากตีหุ้นชเลียร์ &lt;b&gt;Takky Come Back&lt;/b&gt; ของมาเฟียการเงินไทยแล้ว ไม่ว่าการชิงชาติของ &amp;quot;&lt;b&gt;ศึกสองอภิชนไทย&lt;/b&gt;&amp;quot; ในยกสุดท้ายจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใด ฝูงทุนเก็งกำไรโลกมี &lt;u&gt;&lt;b&gt;ความมุ่งมั่นทางยุทธศาสตร์&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; ที่จะขับเคลื่อนดัชนีตลาดให้กลับไปทดสอบ &lt;b&gt;พีคประวัติศาตร์ ณ บริเวณ 1,200&lt;/b&gt; ที่เกิดขึ้นในสมัย &lt;b&gt;รัฐบาลบุฟเฟต์คาบิเนตชาติชาย&lt;/b&gt; อีกครั้ง &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;อย่างไรก็ตาม แผนการเป็นของคน แต่ลิขิตเป็นของฟ้า ศรศิลป์ ยังยืนยันทรรศนะให้ &lt;b&gt;&lt;u&gt;ปิดงาน ณ ระดับ 900-920 จุด&lt;/u&gt; &lt;/b&gt;ต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วค่อย&lt;b&gt;&lt;u&gt;พิจารณาสถานการณ์ทั่วไป&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;ทั้งในและนอกประเทศอีกครั้งใน&lt;b&gt;&lt;u&gt;ไตรมาสที่สามของปี&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;นี้ ก่อนทำการ&lt;b&gt;&lt;u&gt;ตัดสินใจทางยุทธศาสตร์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; ครั้งต่อไป &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080419/432#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/Light Crude Oil EOD Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif" length="31335" type="image/gif" />
 <pubDate>Sat, 19 Apr 2008 15:13:44 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">432 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>หัวขบวนทักกี้เหยียบแผ่นดิน ปรับเลื่อนเป้าหมายปิดงานสู่ระดับ 900 จุดดัชนี</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080305/401</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;หลังชัยชนะทางการเมืองของขบวนอภิชนทุนทักกี้ในการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว นำมาซึ่งกำเนิดของ &amp;quot;&lt;strong&gt;รัฐบาลสมัคร 1&lt;/strong&gt;&amp;quot; ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาถอยร่นกำลังรบ&lt;strong&gt;กลับเข้าถ้ำ&lt;/strong&gt; โดยได้จัดวาง&lt;strong&gt;เครื่องกีดขวาง-ขวากหนามทางการเมือง&lt;/strong&gt;จำนวนมากไว้เบื้องหลัง และได้แสดงท่าทีทางการเมืองที่&lt;strong&gt;สำรวม-เงียบงัน&lt;/strong&gt; อันเป็นการส่งสัญญาณให้ขบวนอภิชนทุนทักกี้ดำเนินการทางการเมืองไปได้ตามชอบใจ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ขบวนอภิชนทุนทักกี้ซึ่ง&lt;strong&gt;ฮึกเหิม&lt;/strong&gt;จากชัยชนะทางการเมืองครั้งสำคัญ (ที่เกิดจากแรงสนับสนุนของชนรากหญ้าเหนือ-อีสานที่ติดตามธงทางการเมืองประชานิยม) ได้ฉลองชัยด้วยการ&lt;strong&gt;อวยยศให้รางวัล&lt;/strong&gt;กลุ่มการเมืองต่างๆ และประกาศประชานิยมเร่งด่วนขั้นแรกอัดฉีดเม็ดเงินด้วยมาตรการทางภาษีต่อกลุ่มธุรกิจและปวงชนกลุ่มต่างๆ ในอีกทางหนึ่งก็ลงมืออย่างรวดเร็วในการปลดโยกย้ายกองหน้าอำมาตยาในตำแหน่งหลักหลายจุด&lt;strong&gt;ด้วยความระมัดระวังอย่างสูง&lt;/strong&gt; ทั้งยังใช้ท่าทีที่&lt;strong&gt;นิ่มนวลเป็นพิเศษ&lt;/strong&gt;ต่อกองหน้าอำมาตยาในกองทัพ และท่ามกลางชัยชนะทางการเมืองนี้ &lt;strong&gt;หัวขบวนอภิชนทุนทักกี้&lt;/strong&gt;ก็หวนคืนเหยียบแผ่นดินไทยภายใต้บรรยากาศการต้อนรับอันครึกครื้น เพื่อ&lt;strong&gt;ส่งสัญญาณต่อสาธารณชน&lt;/strong&gt;ว่า ขบวนของตน&lt;strong&gt;กุมสภาพ&lt;/strong&gt;ทางการเมืองเอาไว้ได้แล้ว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เป็นที่แน่ชัดว่า ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยาซึ่งเพลี่ยงพล้ำในศึกยกที่ผ่านมา ด้วยความ&lt;strong&gt;ขาดเอกภาพ&lt;/strong&gt;ภายในขบวนและความ&lt;strong&gt;ไร้สมรรถนะ&lt;/strong&gt;ของขบวนแถวกองหน้า ได้ตัดสินใจเปิด&lt;strong&gt;พื้นที่ทางการเมือง&lt;/strong&gt;ให้ขบวนอภิชนทุนทักกี้ได้มีเวลา&lt;strong&gt;วาดลวดลายแสดงลีลาในระยะที่แน่นอนหนึ่ง&lt;/strong&gt; เพื่อแก้ปัญหาภายในขบวนของตน ทั้งในด้านการปรับปรุงด้านการนำและรูปขบวน ด้านกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจกันดีว่า &lt;strong&gt;เส้นที่ไม่อาจก้าวข้ามของระยะสันติชั่วคราวนี้ &lt;/strong&gt;คือ การแตะต้องตำแหน่งหลักๆ ในกองทัพบก โดยเฉพาะ &lt;strong&gt;ราบ-ม้า-ปืน ร.อ.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ภายใต้ภูมิทัศน์ทางการเมืองเช่นนี้ของช่วงเวลาพิเศษที่กำลังสองฝ่ายอภิชนยังดุลย์กันอยู่ การดีดกลับของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงทอดยาวออกไปอีกระยะหนึ่ง ในด้านหนึ่ง ก็เพื่อรอ&lt;strong&gt;การดีดกลับระลอกใหญ่&lt;/strong&gt;ของตลาดหุ้นในประเทศทุนศูนย์กลางสองฟากสมุทรแอตแลนติค ในวอลสตรีทและยุโรป ในอีกทางหนึ่ง ก็เพื่อให้การเฉลิมฉลองชัยทางการเมืองของขบวนอภิชนทุนทักกี้ครั้งนี้ &lt;strong&gt;ประทับใจชนชั้นนายทุนและชนชั้นกลางไทยไปไม่รู้ลืม&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เมื่อ ศรศิลป์ ได้พิจารณาลีลา &amp;quot;&lt;strong&gt;ปรับฐานราคาไล่กุ๊ย&lt;/strong&gt;&amp;quot; หลายระลอกของมาเฟียการเงิน ทั้งในระดับต่ำกว่าและเหนือ&lt;strong&gt; 820 จุดดัชนีตลาดฯ &lt;/strong&gt;ด้วยระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนตลอดเดือนกุมภาพันธ์ต่อต้นมีนาคม ส่อให้เห็นชัดเจนว่า การพยุงดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไว้อย่างแข็งแกร่งกว่าดัชนีตลาดหุ้นหลักทั่วโลกนั้น &lt;strong&gt;มีความนัยแฝงอยู่ &lt;/strong&gt;ในขณะที่ตลาดหุ้นในประเทศทุนศูนย์กลางสองฝั่งแอตแลนติค และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ได้ทรุดกลับลงไปเกือบถึงจุดต่ำสุดที่ทำไว้ในเดือนมกราคม แต่ดัชนีตลาดฯ ของไทยกลับเพียงแค่ปรับออกทางข้างในขาขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;จากการเฝ้าแกะรอยทางเดินรอบนี้ของมาเฟียการเงินตลาดทุนไทย นับตั้งแต่ &lt;strong&gt;ซื้อหุ้นไทยปลายสัปดาห์นี้ รออั่งเปาตรุษจีน เมื่อเฟดลดดอกเพื่อปั่นหุ้นอีก &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080115/334&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080115/334&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;เมื่อ 15 มกราคม 2008 ต่อเนื่องจนถึง &lt;strong&gt;มาเฟียการเงินในตลาดหุ้นไทยจะเริ่มงาน &amp;quot;ชเลียร์นายใหม่&amp;quot; ปลายสัปดาห์นี้ &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080122/345&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080122/345&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;เมื่อ 22 มกราคม 2008 และล่าสุดใน &lt;strong&gt;อดทนและอดกลั้น เพื่อปิดงานเหนือ 850 จุด &lt;/strong&gt;&lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080208/361&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080208/361&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2008 ทุกท่านพึงได้กลับไปย้อนทบทวนการแกะรอยเหล่านี้ เพื่อจะได้แลเห็น &lt;strong&gt;ส่วนทั้งหมดของสถานการณ์ &lt;/strong&gt;ในตลาดทุนไทย อันไม่อาจแยกออกจากสถานการณ์ในชาติและระดับโลก&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;จากภาพดัชนีตลาดฯ รายวันที่แนบมานี้ &lt;strong&gt;จินตภาพ&lt;/strong&gt;ที่เกิดขึ้นในสมอง ศรศิลป์ คือ มี&lt;strong&gt;มือที่มองไม่เห็น&lt;/strong&gt; (อาจจะหลายมือ) กำลังปั้นแต่งดัชนีตลาดฯ หนึ่งเดือนเศษนี้ ในรูปแบบ&lt;strong&gt;ปรับออกด้านข้างในขาขึ้น (side way up)&lt;/strong&gt; โดยบ่งชี้เจตนาว่าหลังจากสิ้นสุดระลอกปรับตัวออกทางข้างนี้ ดัชนีตลาดฯ มีแนวโน้มที่จะ&lt;strong&gt;หัก&lt;/strong&gt;กรอบพุ่งสู่ระดับ &lt;strong&gt;900-920 จุดดัชนี &lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ขอให้เราจงร่วมกันติดตามแกะรอยมาเฟียการเงินในตลาดหุ้นไทยต่อไป และร่วมกันปิดงาน ณ ระดับเป้าหมายใหม่นี้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080305/401#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/SET Index daily_12.30 Mar 05, 2008.jpg" length="115078" type="image/pjpeg" />
 <pubDate>Wed, 05 Mar 2008 15:39:05 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">401 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>อดทนและอดกลั้น เพื่อปิดงานเหนือ 850 จุด (เพิ่มคอมเมนท์ใหม่)</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080208/361</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;เพื่อให้การแกะรอยมาเฟียการเงินในชิ้นงาน &lt;strong&gt;มาเฟียการเงินในตลาดหุ้นไทยจะเริ่มงาน &amp;quot;ชเลียร์นายใหม่&amp;quot; ปลายสัปดาห์นี้&lt;/strong&gt; ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 จนถึงความเห็นเพิ่มเติมสุดท้ายในวันที่ 4 ก.พ. 2551 &lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080122/345&quot;&gt;&lt;strong&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080122/345&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; ได้เสร็จสิ้นลง ศรศิลป์ จึงต้องปิดงานนี้ด้วย &lt;strong&gt;การคาดหมายสถานการณ์ระยะสองสัปดาห์ข้างหน้า&lt;/strong&gt; ไว้ดังนี้&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ในที่สุด &lt;strong&gt;ละครแนวต้าน 820 จุดดัชนีฯ&lt;/strong&gt; ก็น่าจะจบตอนลงใน &lt;strong&gt;ปลายสัปดาห์หน้า&lt;/strong&gt; (ละครสยองขวัญ ณ แนวต้านดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อเป็น &lt;strong&gt;การไล่กุ๊ย&lt;/strong&gt; ที่คอยร่วมเก็งกำไรตอดเล็กตอดน้อยตามรายทาง) มาเฟียการเงินจะทำงาน &lt;strong&gt;ชเลียร์นายใหม่&lt;/strong&gt; ในขั้นตอนต่อไปด้วยการลากดึงหุ้นบิ๊กแคปด้วยพลังเม็ดเงินมหาศาล ให้ดัชนีตลาดฯ ทะลุผ่านบริเวณระดับ 820 จุดดัชนีขึ้นไปอย่างรุนแรง&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;สถานการณ์ภายนอกในตลาดทุนศูนย์กลางก็จะเอื้ออำนวย ด้วยดัชนีหลักๆ โดยเฉพาะ ดัชนี S&amp;amp;P 500, FTSE 100, EXTRADAX ในตลาดสหรัฐฯ-ยุโรปจะดีดกลับต่อเนื่องเกือบ 10% ราคาน้ำมันดิบก็เช่นกัน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ช่วงเฉลิมฉลองชัยชนะขั้นต้นของ &lt;strong&gt;ขบวนอภิชนปีกทักกี้&lt;/strong&gt; นั้นไม่อาจทอดเวลาให้เนิ่นนานได้มากนัก เพราะสถานการณ์ในระดับโลกในปีนี้ไม่อำนวย ศึกชิงชาติขั้นตอนต่อไปในประเทศก็เช่นกัน อีกชั่วพริบตาเดียว &lt;strong&gt;การโยกย้ายใหญ่เดือนเมษาในกองทัพ&lt;/strong&gt; ก็จะมาถึงแล้ว แม้ต่างฝ่ายอภิชนไทยจะพากันประโคมโหมเชิดชูประชาธิปไตยในแบบของตน (&lt;strong&gt;ประชาธิปไตยจารีตนิยม VS ประชาธิปไตยตลกหลังคารถ&lt;/strong&gt;) แต่แท้ที่จริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายอภิชนไทยต่างตระหนักชัดว่ามีแต่ต้อง &lt;strong&gt;กุมปืนในมือไว้ให้มั่น&lt;/strong&gt; เท่านั้น อำนาจรัฐเผด็จการโดยอภิชนของพวกตนจึงจะตั้งมั่นอยู่ได้ ดังนั้น นอกเหนือจากการแย่งชิงกันอย่างเมามันในการแต่งตั้ง-เลือกตั้งวุฒิสมาชิกในเร็วๆ นี้แล้ว  การต่อสู้ที่แท้จริงซึ่งจะชี้ขาดสถานะทางยุทธศาสตร์ของสองฝ่ายอภิชนไทยก็คือ การเข้ากุมภูมิประเทศที่ได้เปรียบในปริมณฑลกองทัพ &lt;strong&gt;ในระดับกองพัน&lt;/strong&gt; (ที่สำคัญชี้ขาดคือกองทัพบก กล่าวอย่างรวมศูนย์คือ &lt;strong&gt;ม้า-ราบ-ปืน ร.อ.&lt;/strong&gt;) &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ศรศิลป์ จึงมุ่งหวังว่า เมื่อประดาสาระพัด &lt;strong&gt;ข่าวดี&lt;/strong&gt; ท่วมท้นตลาด สาธุชนทุกท่านจะได้ &lt;strong&gt;ลด-ละ-เลิกอาการคัน&lt;/strong&gt; ทั้งมวล และได้ทวีความระมัดระวังสู่ระดับสูงสุด ประจำอยู่ในที่มั่นของตน จงอย่าได้เข้าออกตลาดหุ้นไทยอีก ตราบจนกระทั่ง เมื่อท่านได้เห็น &lt;strong&gt;จุดต่ำใหม่ในดัชนีตลาดฯ&lt;/strong&gt; ในการลงระลอกต่อไปในไตรมาสข้างหน้า จึงค่อยมาพิจารณาประเมินสถานการณ์ทั่วไปร่วมกันอีกครั้ง &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;สุดท้ายนี้ ขอยกเอาตอนท้ายของ &lt;strong&gt;ความเห็น&lt;/strong&gt; ที่ได้ให้เพิ่มเติมไว้เมื่อวันที่ &lt;strong&gt;4 ก.พ. 2551&lt;/strong&gt; มาย้ำเตือนกันอีกครั้ง ก่อน &lt;strong&gt;พายุแห่งความโลภ&lt;/strong&gt; จะโหมกระหน่ำ และหวังให้สาธุชนชนชั้นกลางไทยทุกท่านสามารถเอาชนะศัตรูร้ายกาจที่สุด &amp;quot;&lt;strong&gt;จิตใจของตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;quot; ได้ในที่สุด&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;จงจำไว้เสมอว่า &lt;strong&gt;ดอกไม้งามย่อมมิอาจเบ่งบานได้ทุกวัน&lt;/strong&gt; โอกาสสวยงามก็เช่นกัน ยิ่งในสภาวะที่เงาทมึนมืดดำของตลาดหมีระยะปานกลางที่กำลังค่อยๆ แผ่ขยายเข้าครอบงำตลาดสินค้าทางการเงินต่างๆ ทั่วโลก &lt;strong&gt;ท่านพึงอดใจกับการดีดกลับระลอกเล็กๆ ที่จะทยอยเกิดขึ้นข้างหน้า และรักษากำลังน้อยนิดของท่านไว้ให้จงดี&lt;/strong&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ท่านสาธุชนชาวไทยทั้งหลาย พวกเราทั้งปวงนั้นก็เป็นแค่เพียง &lt;strong&gt;เรือแจวน้อยในห้วงสมุทรกว้างใหญ่&lt;/strong&gt; จงอย่าได้เอาไข่ไปกระแทกหิน จงอย่าได้เอา &lt;strong&gt;เม็ดเงินสะสมไม่กี่ล้านอันน้อยนิด &lt;/strong&gt;ของท่าน มาทำการ &lt;strong&gt;ดวลรายวันหรือรายสัปดาห์&lt;/strong&gt; ใน &lt;strong&gt;บ่อนเถื่อน-ดิบชายขอบ&lt;/strong&gt; แห่งนี้เลย &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จงใช้กำลังน้อยนิดของท่านในสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น&lt;/strong&gt; &lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080208/361#comments</comments>
 <pubDate>Fri, 08 Feb 2008 11:20:21 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">361 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>มาเฟียการเงินในตลาดหุ้นไทยจะเริ่มงาน &quot;ชเลียร์นายใหม่&quot; ปลายสัปดาห์นี้ </title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080122/345</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;ศรศิลป์ ยังคงยืนยัน &amp;quot;&lt;b&gt;การแกะรอย&lt;/b&gt;&amp;quot; ฝูง &amp;quot;&lt;b&gt;มาเฟียการเงิน&lt;/b&gt;&amp;quot; ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งกำลังสร้าง &lt;b&gt;Panic Sell&lt;/b&gt; หลังการดีดกลับอย่างมีเลศนัย จากการจัดทำกลลวงก่อนทุบขายทำลายขวัญ ทั้งที่สัญญาณจาก &lt;b&gt;ตลาดวอลสตรีท&lt;/b&gt; ส่งสัญญาณชัดเจนมาสองสัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ดู &lt;b&gt;ซื้อหุ้นไทยปลายสัปดาห์นี้ รออั่งเปาตรุษจีน เมื่อเฟดลดดอกเพื่อปั่นหุ้นอีก&lt;/b&gt; และ &amp;quot;&lt;b&gt;คอมเมนท์ล่าสุด 21 ม.ค.&lt;/b&gt;&amp;quot; &lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080115/334&quot;&gt;&lt;b&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080115/334&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;และ &lt;b&gt;&amp;quot;ฉันทามติวอลสตรีท&amp;quot; ส่งสัญญาณให้ตลาดหุ้นโลกดำดิ่ง สู่ระยะปรับตัวใหญ่ แบบ &amp;quot;ตกท้องช้าง&amp;quot; ระดับ 1-2 ปี &lt;a href=&quot;/mark-to-market/20080108/330&quot;&gt;http://www.arayachon.org/mark-to-market/20080108/330&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;นี่คือ &amp;quot;&lt;b&gt;คอมเมนท์ล่าสุด 21 ม.ค.&amp;quot;&lt;/b&gt; เลศนัยแฝงเร้นสุดยอกย้อนของ &amp;quot;&lt;b&gt;มาเฟียการเงิน&lt;/b&gt;&amp;quot; ในตลาดหุ้นไทย ได้เผยตัวออกมาแล้วอย่างล่อนจ้อนในบ่ายวันนี้ (21 ม.ค.) เป้าหมายเพื่อให้เกิด &lt;b&gt;Panic Sell&lt;/b&gt; ในระยะสุดท้ายของการลงระลอกนี้ หลังจากการค่อยๆ ทรุดตัวลงยาวนานมาระยะหนึ่ง จุดประสงค์เพื่อให้เกิด &lt;b&gt;แรงดีดกลับอย่างแรง&lt;/b&gt; เนื่องจากการลงอย่างหนักในระยะเวลาอันสั้น &lt;b&gt;ก่อนที่ตลาดจะทรุดตัวลงระลอกต่อไป ในหลายเดือนข้างหน้า&lt;/b&gt; ซื้อ &lt;b&gt;หุ้นบิ๊กแคป&lt;/b&gt; ให้หนักในสัปดาห์นี้ 22-25 &lt;b&gt;ณ ระดับดัชนี 750 ลงไป&lt;/b&gt; เป้าหมายการดีดกลับระยะปานกลาง 1-2 เดือนของตลาดหุ้นทั่วโลก ช่วงวิ่งในตลาดไทย&lt;b&gt; 100 จุดดัชนี&lt;/b&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;จากภาพ &lt;b&gt;ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์&lt;/b&gt; 12.25 น. ของวันที่ 22 ม.ค. ที่แนบมานี้ จะพบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทิ้งร่มลงสู่ระดับเส้นคอแล้ว ด้วยการดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ชั่วเวลาสามสัปดาห์เศษ อาการดังกล่าวปรากฏกับดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วสหรัฐฯ-ยุโรป- เอเชีย ณ ระดับเส้นคอที่บริเวณ 700 ต้นๆ อาจจะ 740-730 จะเป็นก้นบึ้งของการลง ระลอกนี้ ก่อนจะฟื้นตัวเป็นวงจรดีดกลับระยะปานกลางระดับ 1-2 เดือน &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;กล่าวสำหรับ &lt;b&gt;ภูมิทัศน์การเมือง-เศรษฐกิจเฉพาะหน้าในไทย ขบวนอภิชนทุนปีกทักษิณ&lt;/b&gt; ได้ฝ่าฟันเอาชนะการปิดล้อมทางการเมืองของ &lt;b&gt;ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา&lt;/b&gt; ด้วยการสนับสนุนของปวงชนรากหญ้าเหนือ-อีสาน และกำลังเร่งจัดตั้ง &lt;b&gt;รัฐบาลเฉพาะกิจ&lt;/b&gt; ของตนขึ้นเถลิงอำนาจปกครองชั่วคราว บนสถานการณ์พิเศษที่พิลึกพิลั่น &lt;b&gt;รัฐบาลเฉพาะกิจ &lt;/b&gt;นี้มีภาระหน้าที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการ พลิกฟื้นสถานะทางการเมือง-การทหาร ซึ่งเคยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและถอยร่นอย่างหนัก ให้กลับมาตั้งยันให้จงได้ และตระเตรียมการสำหรับการรุกเพื่อชิงชาติในขั้นต่อไป&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา&lt;/b&gt; เสแสร้งสงบเสงี่ยมเจียมตนรักษากำลังอยู่ในที่มั่น ด้วยไม่อาจกระทำการ &lt;b&gt;หักด้ามพร้าด้วยเข่า&lt;/b&gt; พันธมิตรทั้งปวงก็พากันหุบปากสงบคำเช่นกัน &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;สถานการณ์พิเศษอันพิลึกพิลั่นนี้ จะยังคงตรึงยันกันสร้างความตึงเครียดที่ยืดเยื้อปกคลุม ทั่วสังคมไทยต่อไป อย่างไรก็ดี ในวาระเฉลิมฉลองการเขยิบเข้าใกล้อำนาจรัฐอีกครั้ง ของขบวนอภิชนทักษิณ &lt;b&gt;มาเฟียการเงินแห่งตลาดหุ้นไทย&lt;/b&gt; ได้ตระเตรียมพื้นที่ และอุปกรณ์ทั้งปวง สำหรับงานเฉลิมฉลอง &lt;b&gt;เพื่อชเลียร์นายขบวนใหม่ของตน&lt;/b&gt; ไว้พรักพร้อมแล้ว เช่นเดียวกับที่พวกมันได้เคยทำการ &lt;b&gt;ชเลียร์ชัยชนะของ ขบวนอภิชนจารีต-อำมาตยา&lt;/b&gt; หลังการรัฐประหารและจัดตั้งรัฐบาลขิงแก่&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ฝูงมาเฟียการเงินแห่งตลาดหุ้นไทยนั้น นับว่ารู้งานและช่ำชองงานชเลียร์เช่นนี้ยิ่งนัก เพราะในตลาดหุ้นเล็กๆ ชายขอบที่เถื่อน-ดิบ-มืดสลัวแห่งนี้ ไม่มีอะไรสนุกสนานเท่ากับ &lt;b&gt;เกมเชือดรายย่อยความจำสั้น&lt;/b&gt; ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกันไปกับการก้มหัว แสดงความเคารพ แก่นายใหม่รุ่นแล้วรุ่นเล่า ที่เข้ามาอุปถัมภ์คุ้มครอง &lt;b&gt;บ่อนเถื่อน-ดิบใหญ่ที่สุดในประเทศ&lt;/b&gt; แห่งนี้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080122/345#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/SET Index Weekly_Jan 22, 2008.jpg" length="155602" type="image/pjpeg" />
 <pubDate>Tue, 22 Jan 2008 13:08:11 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">345 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ซื้อหุ้นไทยปลายสัปดาห์นี้ รออั่งเปาตรุษจีน เมื่อเฟดลดดอกเพื่อปั่นหุ้นอีก</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080115/334</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ณ บริเวณดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ระดับ 760 จุด&lt;/b&gt; นักลงทุนไทยควรเข้าซื้อ &lt;b&gt;หุ้นบิ๊กแคป&lt;/b&gt; ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ที่ตกลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรอการดีดกลับ ระลอกใหม่ในครึ่งหลังของเดือนมกราคมนี้ &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;เนื่องจากในระดับโลก &lt;b&gt;ธนาคารกลางสหรัฐฯ&lt;/b&gt; ใต้การนำของ &lt;b&gt;นายเบอร์นานเก้&lt;/b&gt; จะยังคงมุ่งลดดอกเบี้ยมาตรฐานระลอกต่อไป ตามแรงบีบของกลุ่มอภิชนทุนสหรัฐฯ &amp;quot;&lt;b&gt;วอลสตรีท&lt;/b&gt;&amp;quot; ในอีกทางหนึ่ง &lt;b&gt;กองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ &lt;/b&gt;ของบรรดาเศรษฐีใหม่ ชาวตะวันออกกลางและเอเซียก็ได้ทยอยหลั่งไหลเข้าซื้อทรัพย์สินต่างๆ ที่กำลังเสื่อมค่าลง อย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ ซึ่งถึงแม้ว่าในทางเป็นจริงจะไม่สามารถชะลอ การดิ่งเหวของมูลค่า สินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่บรรดาผู้ถือกำลังเทขายหนีตายได้แต่อย่างใด แต่ก็เป็นแรงใจ ด้านจิตวิทยาที่ทำให้บรรดานักเก็งกำไร (ซึ่งยังมีกำลังอยู่หลงเหลืออยู่ในระยะแรกๆ ของการพังทลายของตลาดสินทรัพย์) ได้เข้ามาเล่นรอบดีดกลับของตลาด&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ในไทยเอง อภิชนไทยสองฝ่ายภายใต้การสนับสนุนของปวงชนที่มี&lt;b&gt;กำลังก้ำกึ่งกัน &lt;/b&gt;ไม่อาจเอาชนะคะคาน กันได้ อย่างเด็ดขาด แม้อภิชนจารีต-อำมาตยาจะกุมอำนาจรัฐ และมีเครือข่ายทางสังคมในระดับสูง ที่เหนือกว่า แต่ก็มิอาจกล้าหักด้ามพร้าด้วยเข่า ด้วยการท้าทายพลังปวงชนรากหญ้าเหนือ-อีสาน ที่ยังคงติดตามธงของ ขบวนทักษิณ อย่างเหนียวแน่น สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลจึง&lt;b&gt;ยันตรึงกันอย่างยืดเยื้อ&lt;/b&gt; ผิดกับหลัง เลือกตั้งทุกครั้งในประวัติศาสตร์ ซึ่งที่สุดแล้ว ก็คงต้อง&lt;b&gt;ประนีประนอมกันชั่วคราว&lt;/b&gt;ในรัฐสภา และจำต้องยินยอมให้มีการจัดตั้ง &lt;b&gt;รัฐบาลหัวมงกุฏท้ายมังกร&lt;/b&gt; ที่ประกอบด้วยส่วนผสม ที่น่าสมเพช ขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อเลื่อนเวลาหักโค่นกันให้เด็ดขาดออกไปในจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสมต่อไป&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ดังนั้น &lt;b&gt;หุ้นไทย&lt;/b&gt;จึงต้องดีดกลับ ณ ระดับ 760+- 10 จุด เพื่อต้อนรับรัฐบาลใหม่ ที่เป็น เสมือนความหวัง ของคนจมน้ำ ซึ่งยังไม่อาจเห็นได้ชัดในเวลานี้ว่าจะเป็น &lt;b&gt;ฟาง &lt;/b&gt;หรือ &lt;b&gt;ซากสุนัขเน่า&lt;/b&gt; ที่ลอยน้ำมาให้เกาะจับ&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;การดีดกลับดังกล่าว พึงระลึกว่าเป็น &lt;b&gt;การดีดกลับระยะชั่วคราวไม่เกินสามเดือน&lt;/b&gt; เพื่อการปรับตัวลง ในระยะต่อไปในรูปแบบการปรับตัวลงยาวนานแบบ &lt;b&gt;ตกท้องช้าง&lt;/b&gt; ซึ่งสลับกันด้วยการลงแบบตื่นตระหนก และการดีดกลับเป็นระยะ&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;อันที่จริงแล้ว หากเฟดไม่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยปั่นหุ้นระลอกใหญ่เมื่อไตรมาสสี่ปีที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยก็เข้าสู่วงจรลงตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี &lt;b&gt;การปั่นหุ้นของเฟดจึง ไม่ได้มีผลใดเลยกับการตกต่ำลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผลที่ได้อย่างแท้จริง คือ การยืดโอกาสให้บรรดาเฮดจ์ฟันด์และสถาบันการลงทุนได้โอกาสออกจากตลาด&lt;/b&gt; ด้วยราคาและปริมาณที่พอสมควร เมื่อตลาดดีดกลับอีกครั้งด้วยเวลาถึงหนึ่งไตรมาส&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;หากพิจารณาจากภาพดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์ที่แนบไฟล์มาด้วยนี้ ผู้เขียนคาดว่า &lt;b&gt;ดัชนีจะเคลื่อนไหวปรับตัวลงเป็นชามอ่างขนาดใหญ่สู่ระดับ 700 จุดในปีนี้&lt;/b&gt; โดยมีลักษณะ สลับฟันปลาระหว่างคลื่นตื่นตระหนกและคลื่นดีดกลับ โดย &lt;b&gt;หุ้นกลุ่ม พลังงาน ซึ่งทำหน้าที่นำดัชนีตลาดฯ ทะลุ 900 จุดขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว จะกลับมา ทำหน้าที่ตรงกันข้าม&lt;/b&gt; ด้วยเหตุปัจจัยการปรับตัวลดลงของ ราคาน้ำมันดิบโลก หลังทำลายสถิติที่ระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรลเรียบร้อยแล้ว และปัจจัยภายในเองซึ่งก็คือ คดีอำนาจใหม่ในองค์กรเพื่อผู้บริโภค   ฟ้องปตท. ที่เพิ่งจบยกแรกจะยังยืดเยื้อไปอีกนาน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ชนชั้นกลางไทยพึงระวังทรัพย์สินของตนเป็นอย่างดีต่อไป &lt;/b&gt;ด้วยเพิ่มความระมัดระวัง ให้สูงกว่า  ความโลภ พึงสังเกตว่า ในขณะที่รายงานและบทวิจัยจำนวนมากของ &lt;b&gt;บรรดาเชียร์แขกตลาดหุ้นชาวต่างชาติ&lt;/b&gt; ซึ่งพากันประโคมโหมความเลอเลิศ ของตลาดเกิดใหม่ในเอเซีย ว่าจะสามารถฝ่าคลื่นลมแรงของเศรษฐกิจถดถอยสหรัฐฯ อย่างราบรื่น &lt;b&gt;กลับพากันเทกระจาดขายหุ้นทั่วตลาดเอเซียอย่างต่อเนื่อง&lt;/b&gt; ตั้งแต่เกาหลีใต้จรดอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในไทย ซึ่งต่างชาติเคยมีเม็ดเงินลงทุนสุทธิ ถึงกว่าแสนสองหมื่นล้านเมื่อกลางปีที่แล้ว กลับเหลือสุทธิราวสองหมื่นล้านในปัจจุบัน ทั้งยังเร่งมือขายไม่หยุดหลังเทศกาลปีใหม่&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;อย่าได้หลงลืมว่า นี่คือช่วงวงจรตลาดขาลง&lt;/b&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://arayachon.org/mark-to-market/20080115/334#comments</comments>
 <enclosure url="http://arayachon.org/files/SET Index Weekly_15.12 Jan 15, 2008.jpg" length="156248" type="image/pjpeg" />
 <pubDate>Tue, 15 Jan 2008 15:40:33 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ศรศิลป์</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">334 at http://arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>&quot;ฉันทามติวอลสตรีท&quot; ส่งสัญญาณให้ตลาดหุ้นโลกดำดิ่งสู่ระยะปรับตัวใหญ่แบบ &quot;ตกท้องช้าง&quot; ระดับ 1-2 ปี</title>
 <link>http://arayachon.org/mark-to-market/20080108/330</link>
 <description>&lt;ul&gt;
	&lt;li&gt;&lt;b&gt;ธนาคารกลางสหรัฐฯ&lt;/b&gt; ได้ตัดสินใจกระทำการปั่นหุ้นด้วยการลดดอกเบี้ยนโยบาย หลายระลอกครั้งใหญ่ เมื่อวิกฤตฟองสบู่อสังหาฯ ที่เริ่มแตกตั้งแต่ปี 2006 ปะทุฝีหนองออก เป็น &lt;b&gt;อาการไข้ซับไพรม์ &lt;/b&gt;จนตลาดหุ้นโลกในเดือนสิงหาคม 2007 เกิดแรงขายแบบ ตื่นตระหนก ทรุดฮวบกันเป็นลูกระนาด จนส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินขนาดยักษ์ทั้งปวง ที่เป็นเสาหลักของทุนนิยมยุคทุนการเงินอิเลคทรอนิคส์ครอบโลก และบานปลาย เกิดสภาวะสินเชื่อตึงตัวจนธนาคารกลางของโลกทุนนิยมทั้งมวลต้องร่วมลงขันให้ออกซิเจน&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ข้ออ้างของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการต่อยืดอายุฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และปกปิด การปั่น ราคาสินทรัพย์อย่างไร้พื้นฐานต่อเนื่องยาวนาน กว่าทศวรรษของทุนการเงิน วอลสตรีท ก็คือเพื่อป้องกันเศรษฐกิจสหรัฐฯ มิให้ลื่นไถลสู่ &lt;b&gt;ภาวะถดถอย Recession&lt;/b&gt; หรือพูดง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อปกป้องชาวอเมริกันทั้งมวล&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ท่ามกลางข้ออ้างสวยเก๋เท่ห์หรูประเภทนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่สะท้อนออกโดยดัชนีหลัก ที่เป็น &lt;b&gt;ดัชนีชี้นำ &lt;/b&gt;ทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกทุนนิยม อันได้แก่ &lt;b&gt;ดัชนีดาวโจนส์ถัวเฉลี่ย 30 อุตสาหกรรม (DJIA)&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 (S&amp;amp;P 500)&lt;/b&gt; จึงพุ่งขึ้น อีกครั้งในช่วงไตรมาสสี่ เพื่อให้กลุ่มทุนใหญ่ทั้งหลายที่ &amp;quot;&lt;b&gt;ออกของไม่ทันหรือไม่ได้ราคา&lt;/b&gt;&amp;quot; เมื่อช่วงตลาดแห่ &amp;quot;&lt;b&gt;เทกระจาดขาย&lt;/b&gt;&amp;quot; กันในเดือนสิงหาคม ได้โอกาสค่อยๆ บรรจงระบาย ของออกอย่างได้ทั้งราคาและได้ทั้งปริมาณ ในขณะที่มะริกันชนรายย่อย ต่างมัวละเมอ เพ้อพก ฝันหวานกับ &amp;quot;&lt;b&gt;อภิมหาโครงการอุ้มผู้ผ่อนบ้าน&lt;/b&gt;&amp;quot; ของระบอบปกครองบุช (ซึ่งเข็นออกมาเรียกคะแนนเสียง ให้พรรครีพับลิกันที่กำลังหืดจับจากหล่มสงคราม อิรักและอัฟกัน) จนอ้าปากค้างน้ำลายยืดทำให้ลืมกลัวลืมตายและลืมขายหุ้น&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;อาการเช่นที่ว่าก็เกิดในตลาดหุ้นไทย &lt;b&gt;แรงโลภ &lt;/b&gt;จากการอยากลดภาษีเล็กๆ น้อยๆ ที่บรรดากองทุนระยะยาวทั้งหลายประโคมกรอกหูชนชั้นกลางไทย และนิทานปรำปราเรื่อง &amp;quot;&lt;b&gt;หลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะฟื้น&lt;/b&gt;&amp;quot; ที่บรรดานักวิเคราะห์กระแสหลักประสานคอรัส เห่กล่อมวันละห้าเวลา นักลงทุนต่างชาติร่วมกับนักลงทุนสถาบันก็ได้ดันตลาดหุ้นไทย กลับขึ้นมาสร้าง &amp;quot;&lt;b&gt;ยอดเขาสามลูก&lt;/b&gt;&amp;quot; ขนาดใหญ่ ซึ่งมีหัวอยู่ทีระดับ 928 จุด และไหล่สองข้างที่ระดับ 800 ปลายๆ &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;อานิสงค์จากกุศลดังกล่าวที่ &lt;b&gt;สองกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่&lt;/b&gt; ได้กระทำไว้ จะทำให้ &lt;b&gt;ชนชั้นกลางไทย&lt;/b&gt; ที่ออมเงินไว้ในตลาดหุ้น ต้องโลดแล่นโต้คลื่นลมใน &lt;b&gt;ตลาดขาลง&lt;/b&gt; ที่มีรูปแบบ &lt;b&gt;สลับฟันปลา ยืดเยื้อ&lt;/b&gt; ที่มี &lt;b&gt;ระยะตื่นตระหนกสลับกับฟื้นตัว&lt;/b&gt; โดยมีรูปลักษณ์แบบ &lt;b&gt;ชามอ่างขนาดใหญ่&lt;/b&gt; หรือที่เรียกกันแบบชาวบ้านว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ตกท้องช้าง&lt;/b&gt;&amp;quot; ยาวนานระดับ 1-2 ปี&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;น่าสังเวชใจนักที่จนป่านนี้ ชนชั้นกลางไทยยังไม่เข้าใจ &lt;b&gt;สถานการณ์ที่มีลักษณะ พิเศษแห่งยุคสมัย&lt;/b&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ในระดับโลกเป็นอาการของคลื่นเศรษฐกิจแบบ &amp;quot;&lt;b&gt;รถไฟเหาะตีลังกา&lt;/b&gt;&amp;quot; อันเนื่องมาจาก การอยู่ใน &lt;b&gt;ระยะเปลี่ยนผ่านทางอำนาจ&lt;/b&gt; ของมหาอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจโลก ซึ่ง &lt;b&gt;อำนาจใหม่ระดับโลกหลายขั้วอำนาจ &lt;/b&gt;ได้ก่อเกิดและเติบใหญ่ จนที่สุดได้เข้าเขย่า และท้าทายโลกใบเก่า ระบบการเงินแบบเก่า ระบบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแบบเก่า ในท่ามกลางช่วงเวลาอันชุลมุนอลหม่านนี้ แม้ &lt;b&gt;อำนาจเก่าระเบียบเก่าระดับโลก &lt;/b&gt;จะได้พยายามยื้อยุดและเหนี่ยวรั้งไว้เพียงไร ระบบและกลไกทั้งปวงที่ตั้งอยู่บน สิ่งตกค้าง ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ก็ค่อยๆ ล่มสลาย พังทะลายลงทีละส่วน เช่นเดียวกับ ทุ่งน้ำแข็งขั้วโลกยามโลกร้อนขึ้น &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ที่สำคัญคือ หลังจากผ่านการพุ่งรถไฟเหาะตีลังกาทางเศรษฐกิจขาลงครั้งล่าสุด (ฟองสบู่ดอทคอมแตก ต้มยำกุ้งเอเซียตะวันออก รูเบิ้ลรัสเซียดิ่งนรก) รถไฟเหาะตีลังกา ขบวนนี้ได้พุ่งขึ้นมาจน&lt;b&gt; สุดเนิน&lt;/b&gt; อีกรอบแล้ว มาบัดนี้ก็ได้เวลาที่ &lt;b&gt;คอซาดิสต์ทั้งหลายเฝ้าคอยรอ&lt;/b&gt; &lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ในชาติไทยเราก็ไม่น้อยหน้า ความแตกแยกในชาติครั้งใหญ่ที่เริ่มปลายบานมาตั้งแต่ปี 2547 ไม่ใช่แค่เรื่องทุนอนุรักษ์อิจฉาทุนเก็งกำไร อภิชนกลุ่มใดเป็นประชาธิปไตย กว่ากลุ่มใด หรือศาสดาสื่อจอมลวงโลกไม่ได้ครอบครองสื่อทีวี หรือทุนล้มละลาย ฝันยื้อกิจการคืน ทั้งยิ่งไม่ใช่อย่างที่ป่าวร้องตะโกนกันอ