เกาะติดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย

tags:

เรายังคงเกาะติดการเคลื่อนย้ายกระแสเงินทุนของฝูงทุนเก็งกำไรโลกต่อไป บทความนี้จึงนับเป็นส่วนขยายและต่อเนื่องจากบทความเรื่อง ระบบทุนโลกยังคงทรงพลัง กระแสเงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551

1. ทรรศนะต่อแนวโน้มราคาทองคำตลาดโลก โปรดดูภาพชาร์ต ราคาทองคำรายสัปดาห์ในตลาดโลก ถึงวันที่ 2 พค. 2551( Gold Prices OHLC weekly chart )

จากภาพการเคลื่อนไหวของรายสัปดาห์ของราคาทองคำตลาดโลกล่าสุด แม้ว่าจะมีแรงหนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน จากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ที่ยังคงครอบงำระบบเศรษฐกิจโลกตลอดระยะหลายปีข้างหน้า แต่ระดับราคาที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง สี่เท่าตัว ภายในเวลาเพียง 7 ปี นับแต่เริ่มวงจรขาขึ้นครั้งใหม่ในปี 2001 ได้กระตุ้นเย้ายวนให้เกิดแรงขายทำกำไรยิ่งขึ้นกว่าทุกรอบที่ผ่านมา

จากประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก ซึ่งเราสามารถมองย้อนไปในอดีต ด้วยภาพราคารายสัปดาห์ข้างต้น สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของผู้คนทั่วโลก ที่เข้ามั่วสุมในวงจรขาขึ้น หากแต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้กันระหว่างกำลังของฝ่ายต่างๆ ในตลาดค้าทองคำ (นับตั้งแต่ เหมือง ผู้ค้า อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทองคำเป็นวัตถุดิบ ฝูงกองทุนเก็งกำไร ธนาคารกลางและองค์กรโลกบาลที่ถือทองคำในมือเป็นสำรอง ปวงชนผู้ถือทองคำเป็นการลงทุนและสินทรัพย์กู้ภัย เป็นต้น)

เราเห็นได้ว่า ระดับของการแกว่งตัวผันผวน จากการต่อสู้ของแรงเทขายทำกำไรและแรงรับซื้อ ณ ระดับ 700 เหรียญ/ออนซ์ มีความรุนแรงและแถบราคากว้างกว่าที่เกิด ณ ระดับราคาบริเวณ 300 หรือ 400 เหรียญ/ออนซ์มาก  นอกจากนี้ การวิ่งขึ้นในหนึ่งเท่าตัวแรกของราคาทองคำจบแล้ว จากบริเวณระดับ 250 เหรียญ/ออนซ์ สู่บริเวณระดับ 500 เหรียญ/ออนซ์นั้น กินเวลายาวนานของการต่อสู้และปรับฐานราคาถึง 4 ปี แต่ในการพุ่งขึ้นระลอกหลังสุด จากบริเวณระดับ 550 เหรียญ/ออนซ์สู่บริเวณระดับ 1000 เหรียญ/ออนซ์นั้น ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น นั่นคือ ความลาดชันของทางโน้มราคาอยู่ในระดับสูงอย่างยิ่ง 

จากสภาพการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนจึงมีทรรศนะส่วนตัวว่า ไม่ว่าราคาทองคำตลาดโลกจะสามารถสร้างยอดสูงใหม่อีกครั้งได้หรือไม่ สิ่งที่มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งคือ เราจะได้เห็นราคาทองคำที่ระดับ 700 กว่าเหรียญ/ออนซ์อีกครั้งในระยะต่อไป และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่า การปรับฐานราคารอบนี้ จะกินเวลายาวนานกว่าที่เกิดขึ้นในปี 2006 ด้วย 

อย่างไรก็ตาม พึงเข้าใจว่า นี่ยังมีความแตกต่างระหว่าง แนวโน้มราคาทองคำตลาดโลก และ ราคาทองคำในประเทศ ที่อาจมีบางช่วงบางขณะที่อาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตัวแปรแห่งความแตกต่างนี้ก็คือ ความแปรเปลี่ยนของค่าบาทไทย ซึ่งเรายังมีเวลาพิจารณาแง่มุมดังกล่าวโดยเฉพาะในระยะต่อไป

2. ทรรศนะต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลก โปรดดูภาพชาร์ต ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกรายสัปดาห์ ถึงวันที่ 2 พค. 2551( Light Crude Oil EOD Index weekly chart)

 

ราคาน้ำมันดิบโลกนั้น กลับแตกต่างจากแบบแผนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำตลาดโลก จากภาพราคารายสัปดาห์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า ระดับราคาสร้างฐานที่บริเวณ 50-80 เหรียญ/บาร์เรล อยู่ประมาณสามปี ก่อนที่จะพุ่งทำลายสถิติประวัติศาสตร์ตลอดกาลบริเวณ 100 เหรียญ/บาร์เรล   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแนวโน้มราคาในปัจจุบันได้สร้างฐานราคาระยะสั้นบริเวณเหนือ 110 เหรียญ/บาร์เรล โดยมีแนวโน้มที่จะทะยานสร้างสถิติสูงใหม่ในประวัติศาสตร์ ที่บริเวณ 130 เหรียญ/บาร์เรลต่อไป

แต่การพุ่งขึ้นจากระดับราคา 50 เหรียญ/บาร์เรลเมื่อต้นปี 2006 สู่ระดับเหนือ 110 เหรียญ/บาร์เรลในเวลา 1 ปี ก็จะกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรครั้งใหญ่

กระนั้นก็ตาม ราคาน้ำมันดิบโลกไม่อาจคืนกลับสู่ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรลได้อีกแล้ว ในระยะหลายปีข้างหน้า ทางโน้มที่เป็นไปได้คือการปรับฐานราคาบริเวณ 85-90 เหรียญ/บาร์เรล ภายหลังจากการปรับตัวออกทางด้านข้างเริ่มต้นขึ้น

พื้นฐานที่หนุนหลังแรงรับของราคาน้ำมันดิบโลกที่ระดับดังกล่าวก็คือ แหล่งน้ำมันสำรองใหม่ขนาดใหญ่ของโลก (อาทิเช่น ในอาร์คติคเมื่อโลกร้อนขึ้นในกาลข้างหน้า) ยังคงรอการบุกเบิก แต่ มหาอำนาจเถื่อนดิบเกิดใหม่ กลับเสพย์ติดพลังงานฟอสซิลอย่างหนักบนเส้นทางพัฒนาตามหนทางทุนนิยม

ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ยังคงดำรงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะทำลายล้าง ระบอบปกครองรัฐศาสนาอิหร่าน และมุ่งเข้ายึดครอง ช่องแคบเฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมันโลก ตลอดจนยังยึดกุมกลยุทธ์ที่มุ่งใช้ตะวันออกกลางเป็น กระดานหก เข้าแผ่อิทธิพลเหนือ เอเชียกลาง และเพื่อหนุนหลัง เขตปกครองตนเองอิสลามของจีน (เฉกเช่นที่ พันธมิตรนาโต้ หนุนหลัง การปฏิวัติสี ที่่ยูเครน จอร์เจีย และล่าสุด โคโซโว เพื่อตอกลิ่มให้เกิดการพังทลายปราการดึกดำบรรพ์ของรัสเซีย) 

จากเหตุปัจจัยพื้นฐานดังกล่าว การปรับฐานราคาของน้ำมันดิบโลกซึ่งอาจรุนแรงในบางระยะในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จึงเป็นไปเพื่อการสร้างฐานราคา ณ ระดับใหม่ หลังจากที่ได้สร้างฐานราคาครั้งสำคัญที่ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรล เพื่อรอ เหตุปัจจัยใหม่ๆ ที่ฝูงทุนเก็งกำไรโลก จะใช้ประโคมโหมอ้างอิงในการขับเคลื่อน วงจรขึ้นรอบใหม่ เมื่อโลกเข้าสู่ทศวรรษแห่งความหวาดกลัว Peak Oil หลังปี 2010 ที่จะมาถึง 

3.ทรรศนะต่อแนวโน้มค่าดอลลาร์สหรัฐฯ โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงวันที่ 2 พค. 2551( US Dollar Index weekly chart )

บัดนี้ ดัชนีค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เริ่มต้นวงรอบการดีดกลับครั้งล่าสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากภาพ ในระยะสองปีครึ่งมานี้ แม้ดัชนีค่าดอลลาร์สหรัฐฯ จะดีดกลับหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยปรากฏวงรอบของการดีดกลับที่มีนัยสำคัญ

เหตุปัจจัยพื้นฐานสำคัญของ การเก็งกำไรวงจรขาลงค่าดอลลาร์ ในรูปแบบ one way bet นอกจากจะเป็นกลยุทธ์ของอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกที่ใช้อุบายค่าเงินอ่อนเพื่อลดมูลค่าหนี้สินรวมแห่งชาติแล้ว ยังเป็นการลั่นไกส่งสัญญาณให้กระแสเงินทุนของโลก ซึ่งมีฝูงทุนเก็งกำไรแห่งวอลสตรีทถือบังเหียน กระโจนเข้าเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์หลักๆ อาทิ โลหะมีค่า น้ำมันดิบ เพื่อชดเชยทรัพย์สินในรูปดอลลาร์ที่มีมูลค่าลดลง อันเป็นกลวิธีพื้นฐานในการรักษา ระดับอัตรากำไรเฉลี่ย ของระบบทุนนิยมให้คงอยู่ในระดับสูง แม้ประสิทธิภาพทางการผลิตที่แท้จริง ก้าวหน้าไปน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม เพื่อคลี่คลายวิกฤตฟองสบู่อสังหาฯ ที่แตกสลายลง ซึ่งฉุดลากเอากลุ่มทุนการเงินใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ และประเทศทุนนิยมศูนย์กลางอื่นๆ พังพินาศลง จากการหลอมละลายของบรรดาสินค้าการเงินจินตภาพ สหรัฐฯ และยุโรปจำต้องเปิดประตูให้กระแสเงินทุนจากบรรดา กองทุนอธิปไตยเพื่อความมั่งคั่ง SWF ของประเทศเกิดใหม่ที่มั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เข้าไปถือหุ้นหรือควบคุมธุรกิจการเงินที่หลอมละลายและซื้อสินทรัพย์ที่ราคาดิ่งลง

การเข้าซื้อธุรกิจและสินทรัพย์ในสหรัฐฯ เริ่มต้นระลอกแรกขึ้นแล้ว และเป็นไปได้อย่างมากว่า น่าจะมีระลอกใหม่ตามมา

ส่วนในยุโรป การหลอมละลายกำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ซึ่งก็เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ ค่าเงินยูโร และ ปอนด์สเตอริงค์ ได้ สร้างจุดสูงสุดในรอบนี้เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว นี่คือแบบแผนความสัมพันธ์ภายใน ที่ชี้ถึงทางโน้มความสัมพันธ์ระหว่างสกุลเงินสำคัญ อันเป็นปรากฏการณ์ภายนอก

กระนั้นก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุนนิยมโลก ยังคงเหวี่ยงไปมา ระหว่าง ภาวะหดหู่สิ้นหวัง กับความโอหัง-ละโมบ อันเป็นสัญชาตญาณดิบของทุนนิยม นับตั้งแต่สิงหาคม 2550 ความตื่นตระหนกและหดหู่ ได้รับบทบาทเป็นตัวเอกอย่างโดดเด่นไปหลายตอนแล้ว มาบัดนี้ ความละโมบและยโสโอหัง ได้มายืนรอข้างเวทีแล้ว เพื่อรอแสดงบทบาทของตน อย่างไรก็ตาม อย่าได้ลุ่มหลงในการละเล่นเช่นนี้ให้มากนัก ในตลาดทุนโลกที่บรรลุวุฒิภาวะแล้วนั้น ทั้งในวงจรขาขึ้นและขาลง ล้วนแต่เก็งกำไรได้อย่างสมบูรณ์ทั้งสิ้น

4. ดัชนี S&P 500 ขึ้นมายืนรอข่าวดี โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีS&P 500 ถึงวันที่ 2 พค. 2551 ( S&P 500 Index weekly chart )

ภาพชาร์ตรายสัปดาห์ของดัชนี S&P 500 ข้างต้น คงพอทำให้เราซาบซึ้งถึงคำสอนโกหกพกลมของ ศาสนาบูชาตลาด ที่ยังมีผู้คนว่าง่ายจำนวนไม่น้อยหลงใหลจนหัวปักหัวปำอยู่ ท่ามกลางข่าวร้ายของการหลอมละลายของ 5 เสาหลักสถาบันการเงินวอลสตรีท จากผลของการลงทุนถือครอง สินทรัพย์การเงินจินตภาพ ที่อ้างอิงอย่างคลุมเครือและซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับตลาดอสังหาฯ ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีสำคัญต่างๆ ที่ทรุดโทรมลง ซึ่งทยอยประกาศต่อสาธารณชนเป็นระยะๆ ดัชนีหลักๆ ของวอลสตรีทค่อยกระเตื้องขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สวนทางแรงขายตื่นตระหนกที่เทออกมาเป็นระลอกเมื่อข่าวร้ายทยอยปรากฏ 

ผู้ไม่เดียงสาบางท่าน อรรถาธิบายอาการเช่นนี้ว่า เป็นเรื่องของความกล้าหาญในการกระทำสวนตลาด บางท่านก็เชื่อนิทานทำนองนั้นจริงๆ และบรรดาจอมยุทธ์ผู้กล้าเหล่านั้น ก็ได้หลอมละลายสินทรัพย์และแม้แต่ชีวิตของตนไปแล้วในวงจรตลาดขาลงอันยาวนาน (ในไทย เช่น ตั้งแต่หลังรัฐประหาร รสช. จนถึงวงจรขาขึ้นใหม่ในยุคทักกี้สมัยแรก) และในหุ้นเน่าๆ ที่เจ้าของขายทิ้งในตลาดหรือถูกไล่ออกจากตลาด

ตลาดในโลกปัจจุบันเป็นกลไกสำคัญของระบบทุนในการรวมศูนย์ความมั่งคั่ง เป็นสนามที่ใช้ในการล่าและเข้าเขมือบสินทรัพย์ของผู้อ่อนแอกว่า ด้วยความทรงอิทธิพลและเหนือชั้นกว่าในสายสนกลในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านกลไกควบคุม ระเบียบกฏเกณฑ์ การควบคุมการไหลหมุนเวียนของข่าวสาร ความสามารถในการระดมเม็ดเงินเพื่อทุ่มซื้อทุ่มขาย ซึ่งคาร์เทลที่ไร้รูปการของกลุ่มทุนใหญ่ต่างๆ ได้เข้าควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทุนไม่ได้ปล้นคุณ มันแค่ทำให้คุณเชื่อ และคุกเข่าลงส่งมอบสินทรัพย์ของคุณให้มันอย่างยินยอมพร้อมใจ มิหนำซ้ำ หลังจากนั้น คุณยังต้องกลับไปจมอยู่ในความระทมใจกับการลงโทษตนเองอีกด้วย

ตามรูปการของดัชนีรายสัปดาห์ S&P 500 ที่นำมาแสดงไว้ ดัชนีหลักนี้คงเดินทางสู่การดีดกลับระดับ 200 จุดที่บริเวณ 1450 จุดดัชนีเป็นอย่างน้อย และไม่เกิน 250 จุด ที่ระดับ 1500 จุด ก่อนที่จะเปิดเวทีการแสดงให้แก่บทบาทของความตื่นตระหนกอีกครั้ง

5. ภาพดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯไทยรายสัปดาห์ โปรดดูภาพชาร์ตรายสัปดาห์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงวันที่ 2 พค. 2551 ( SET Index weekly chart )

สองสามปีมานี้ ชนชั้นกลางไทยที่ติดตามข่าวสารของตลาดหุ้นโลก แทบต้องเอาหัวโขกฝาผนัง เนื่องจากตลาดหุ้นในบรรดาประเทศเกิดใหม่ทั่วโลก พากันทำสถิติดัชนีสูงใหม่ประวัติศาสตร์กันเป็นว่าเล่น มีแต่ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ยังจมปลักอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดที่เคยสร้างไว้ในช่วงทศวรรษ 2530 

ประเทศที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยผู้คนน่ารักเช่นนี้ เหตุใดตลาดหุ้นจึงได้จมปลักดักดานอยู่กับที่ถึงร่วมยี่สิบปี ช่างน่าพิศวงจริงๆ 

ทำไม? วิมานทรายของชนชั้นกลางไทยจึงได้ล่มสลายพังครืนไปตั้งแต่หลังยุครัฐบาลบุพเฟต์คาบิเนตชาติชาย แล้วไม่หวนกลับมาอีกเลย

น่าสงสารสุดๆ เพื่ออธิบายเกี่ยวกับปัญหานี้โดยคร่าวๆ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงก่อนว่า ในตลาดหุ้นเถื่อนดิบแบบไทยนี้ ดัชนีตลาดฯ ซึ่งเป็นเสมือน สัญญาณนกหวีด สั่งบุกหรือสั่งถอยของบรรดาผู้เล่นทั้งปวงในตลาดนั้น ถูกควบคุมโดยหุ้นบิ๊กแค๊ปขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว (อันที่จริง ซุปเปอร์บิ๊กแค๊ป)

ในยุคกระทิงของตลาดหุ้นนับตั้งแต่สมัย "โชติช่วงชัชวาล ในปลายสมัย รัฐบาลจารีต-อำมาตยาเปรม เมื่อก๊าซพุ่งขึ้นจากหลุมขุดเจาะอ่าวไทย เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ต่อเนื่องถึงสมัยนโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ของรัฐบาลตลกหลังคารถ บุพเฟต์คานิเนตของชาติชาย หุ้นบิ๊กแค๊ปที่ถูกกลุ่มทุน เลือกใช้ขับเคลื่อนดัชนีตลาดฯ พุ่งสู่วงจรขึ้นขนาดใหญ่ จากระดับ 200 จุดสู่ระดับ 1,500 จุด ก็คือ ผาแดงอินดัสตรี และ ปูนซีเมนต์ไทย  หลังจากจบวงจรฟองสบู่ตลาดหุ้นและที่ดินในสมัยของรัฐบาลชาติชายแล้ว ตลาดหุ้นก็เข้าสู่วงจรขาลงขนาดใหญ่ และถูกตอกตะปูฝาโลงด้วยวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 

เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลทุนเก็งกำไรทักกี้สมัยแรก ขบวนอภิชนทุนทักกี้ได้พยายามปลุกปั้น หุ้นซุปเปอร์บิ๊กแค๊ปรุ่นใหม่ ที่ใช้ขับเคลื่อนดัชนีตลาดฯ เพื่อนำตลาดหุ้นเข้าสู่วงจรขาขึ้นวงจรใหม่ ซึ่งหุ้นที่ถูกเลือกก็คือ หุ้นเครือ ปตท. ที่มี ปตท.เป็น เรือธง แน่นอนว่า คนไทยเรามักเลี้ยงช้างเพื่อกินขี้ช้างด้วย หุ้นใน กลุ่มชิน จึงโลดแล่นอย่างเต็มไปด้วยสีสันและนิทานแสนอัศจรรย์ แต่กลับจบลงอย่างฉับพลันด้วย วิบากกรรมแห่งการกินรวบ

อย่างไรก็ตาม หลังการหวนกลับสู่อำนาจของขบวนจารีต-อำมาตยา มีแต่หุ้นมหัศจรรย์กลุ่มชินที่ถูกสำเร็จโทษ แต่เครือปตท.อันเป็นเสาหลักของวงจรขาขึ้นขนาดใหญ่วงจรใหม่นี้ยังคงรุดหน้าต่อไป ทั้งนี้เพราะไม่ว่าขบวนทุนเก็งกำไรทักกี้หรือขบวนจารีต-อำมาตยา ก็ล้วนแต่สมาทานระบอบทุน เกี่ยงกันแค่ใครจะกุมบังเหียนและเป็นเจ้ามือ

แต่เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ด้วย ความอ่อนเปลี้ย ของขบวนจารีต-อำมาตยา ที่เกิดจาก การพยายามลากสังขารเปื่อยผุพังคลานผ่านยุคสมัย ทำให้ต้องสร้างแนวร่วมชั้นสูงกับ ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันโค่นล้มขบวนทุนเก็งกำไรทักกี้ แต่แนวร่วมนี้ ได้กลับกลายเป็นพิษต่อระเบียบของทุน

ขบวนอำนาจใหม่ภาคประชาสังคม นำคดีการแปรรูปอย่างผิดปกติที่บกพร่องโดยสุจริตของปตท.ขึ้นสู่ศาลตามเส้นทางกฎหมาย เท่านั้นเอง ป่าช้าก็แตกทันที ต่างชาติที่ถูกชักนำให้เข้ามามั่วสุมกันอยู่ในหุ้นปตท.แตกกระเจิง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การพักตัวครั้งใหญ่เพื่อสร้างฐานราคา จนกว่าขบวนอภิชนกาฝากจะเกี้ยเซี้ยกันเป็นการภายในต่อไป

เรื่องการปะทะระหว่างสองขบวนทางการเมือง ดูเป็นจริงเป็นจัง จะวินาศกันไหมนี่?

ประเทศไทยไม่ใช่ฝรั่งเศสสมัยปลายราชวงศ์บรูบรองซ์ สุนัขสองฝูงเห่ากรรโชกใส่กันก็เพื่อนาย สุดท้ายอยู่ที่มือผู้ยึดกุมสายโซ่ปลอกคอ คนไทยบางส่วนอาจคลุ้มคลั่งกับการปลุกปั่นได้สักพัก แต่สโมสรทั่วประเทศแบบ ที่หลายฝ่ายพยายามทำอยู่เพื่อฉุดดึงปวงชนมาใช้ก่อความรุนแรงไม่มีทางได้รับสำเร็จในไทย

คนไทยนั้นนิยม “ศรีธนญชัย” ฉะนั้นพวกตีฝีปาก พ่นนามธรรม บ้าทฤษฎี จึงมักมีคนห้อมล้อม แต่ก็เป็นแค่ลมเพลมพัด เพราะคนไทยไม่เคยรักและเกลียดใครจริง รักแป๊บเดียว เกลียดชั่ววูบ เพียงไม่นานก็ลืม นี่เป็นนิสัยประจำชาติ คนดังและวีรบุรุษจึงถูกลืมอยู่เสมอ อย่างเก่งก็แค่เคารพนับถือกันแต่ปาก

มีแต่ปืนเท่านั้นที่เป็นของจริงแท้ เห็นได้จากทั้งสองขบวนอภิชนกาฝากต่างแย่งกันเข้าไปโยกย้ายทหาร ปืนลั่นเมื่อไหร่ ขบวนตลกหลังคารถและศาสดาท่าจะบ๊องส์ทั้งหลาย ก็จะแย่งกันเก็บของลงจากเวที

ดังนั้น แม้ดัชนีตลาดฯ จะพุ่งขึ้นสู่ ด่านแรกที่บริเวณ 900 จุด และอาจ ทดสอบระดับสำคัญที่บริเวณ 960 จุด ในครึ่งปีแรกนี้ โดยที่ ปตท.ไม่อาจสร้างระดับราคาสูงใหม่ เนื่องจาก ปัญหาชีวิต ของ ปตท.เสาหลักของวงจรขาขึ้นรอบใหม่ยังแก้ไม่ตก ดัชนีตลาดฯ จึงมีโอกาสทรุดตัวในครึ่งปีหลังอย่างแรง สอดคล้องกับสถานการณ์การแต่งตั้งโยกย้ายทหารใหญ่ประจำปีในเดือนกันยายน ถึงเวลานั้น กรุณาติดตามเส้นทางเดินของดัชนีตลาดฯ กันใหม่

     

AttachmentSize
Gold OHLC weekly chart_May 02, 2008.gif22.53 KB
Light Crude Oil EOD Index weekly chart_May 02, 2008.gif30.45 KB
US Dollar Index weekly chart_May 02, 2008.gif29.22 KB
S&P 500 Index weekly chart_May 02, 2008.gif29.57 KB
SET Index weekly chart_May 02, 2008.gif27.84 KB
  • ขอบคุณ คุณไท ที่กรุณาช่วยเหลือตลอดมาในการปรับปรุงชิ้นงานบนเว็บ ซึ่งผู้เขียนประสบปัญหาทางเทคนิคในการโพสต์ชิ้นงาน ด้วยความจำกัดของตนเอง

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้