ระบบทุนโลกยังคงทรงพลัง กระแสเงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายอีกครั้ง

tags:
  • ห้าภาพ ซึ่ง ศรศิลป์ แนบมาในงานเขียนนี้ เป็นดั่งคำคมของคนโบราณที่ว่า "หนึ่งภาพเหนือหมื่นคำบรรยาย"
ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ได้พินิจพิจารณากันตาม ปัญญา-บารมี ของแต่ละท่าน ซึ่งขึ้นกับ พื้นเพ และ ภูมิหลัง ของแต่ละคน

ห้าภาพดังกล่าว แม้จะไม่สามารถครอบคลุมสถานการณ์การแปรเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกได้ครบถ้วน แต่ก็นับว่าแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงทางโน้มของการเปลี่ยนแปลงในระยะใกล้

  • อย่างไรก็ตาม ศรศิลป์ ก็ขอร่วมแสดงทรรศนะส่วนตนในการพิจารณาภาพสำคัญทั้งห้า ซึ่ง
บ่งชี้ ทิศทางของกระแสเงินทุนโลก ที่ถูกกุมทิศทางโดย ฝูงทุนเก็งกำไร อันเป็นทุนนิยม   เวอร์ชั่นล่าสุดที่ครอบโลกเน่าๆ ใบนี้อยู่ ณ ปัจจุบันสมัย ไว้ดังต่อไปนี้ โดยหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อท่านผู้ติดตามอ่านบ้างไม่มากก็น้อย

  •   ภาพที่ 1 ราคาทองคำรายสัปดาห์ในตลาดโลก Gold Prices OHLC weekly chart

 

  • ประการแรก การชุลมุนเก็งกำไรในราคาทองคำของฝูงทุนเก็งกำไรโลก ได้เดินทางมาถึง ระยะพักตัวชั่วคราว แล้ว นับแต่นี้ราคาทองคำโลก แม้จะไม่มีทางกลับลงไปสู่ระดับ 400-500 เหรียญ/ออนซ์อีกในระยะหลายปีข้างหน้า แต่ก็กล่าวชี้ชัดได้ว่า กำลังเข้าสู่การปรับตัวสร้างฐานราคาครั้งใหญ่

หลังการวิ่งขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่อง นับแต่ปี 2001 จากระดับราว 250 เหรียญ/ออนซ์ จากภาพราคารายสัปดาห์ระยะ 7 ปี Gold Prices OHLC weekly chart ที่นำมาแสดงนี้ จะเห็นได้ชัดว่าคลื่นพุ่งขึ้นระลอกล่าสุดนี้ ซึ่งเริ่มต้นในครึ่งหลังของปี 2006 จากระดับราว 550 เหรียญ/ออนซ์ ได้มี ความลาดชันอย่างสูง ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2007 ซึ่งสามารถพิจารณาเทียบเคียงได้กับการเก็งกำไรในลักษณะเดียวกัน ในช่วงต้นปี 2006

ความลาดชันที่มีองศาสูงนี้ เป็นพฤติกรรมธรรมดาของฝูงทุนเก็งกำไร ในการผลักดันราคาให้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้น ความโลภอย่างบ้าคลั่ง ของผู้คน เพื่อที่จะได้ทำการเทขายทำกำไรให้ได้ ทั้งราคาและปริมาณ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า ปัจจุบันราคาทองคำโลกสร้างพีค (จุดสูงสุด) ของรอบที่ระดับ 1,000 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสี่เท่าของฐานราคาในปี 2001 หาใช่อยู่ที่ระดับ 700 เหรียญ/ออนซ์ ณ ระดับพีคของรอบต้นปี 2006

ดังนั้น การเทขายทำกำไรในรอบนี้จึงมีความเป็นไปได้อย่างมาก ที่จะรุนแรงและยาวนานกว่าการปรับตัวในปี 2006 มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ องค์กรโลกบาลไอเอ็มเอฟ ประกาศจะนำทองคำสำรองออกขายเพื่อนำเม็ดเงินมารับมือกับปัญหาเศรษฐกิจโลก

ฝูงทุนเก็งกำไรโลกที่สุดแสนจะ นกรู้ ย่อมรู้จักฉวยประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ศรศิลป์ จึงมีทรรศนะว่า ราคาทองคำจะปรับตัวออกทางด้านข้างเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อสร้างฐานราคาในระดับ 800-1,100 เหรียญ/ออนซ์ โดยเห็นว่ายังไม่หมดโอกาส ที่ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นสร้างยอดสูงสุดใหม่อีกยอดหนึ่ง แต่ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นอีกรอบไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็เป็นไปเพื่อลงเท่านั้น

  •   ภาพที่ 2 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกรายสัปดาห์ Light Crude Oil EOD Index weekly chart

 

  • ประการที่สอง ราคาน้ำมันดิบโลกกำลังจะสร้างพีค นั่นก็คือกำลังเดินหน้าสู่การปรับตัวเข้าสู่ระยะการสร้างฐานราคาครั้งใหม่

จากภาพราคารายสัปดาห์ Light Crude Oil EOD Index weekly chart คาดว่าราคานำมันดิบกำลังจะสร้างพีคของรอบที่ระดับ 120-130 เหรียญ/บาร์เรลในเร็วๆ นี้ โดยจะเริ่มเข้าสู่การปรับตัวออกทางด้านข้างที่มีแบบแผนการปรับตัวในรูปแบบ head and shoulder โดยมีหัวอยู่ที่พีคบริเวณ 120-130 เหรียญ ไหล่ที่ระดับ 100 เหรียญ เส้นคอ (neckline) ที่ระดับ 85-90 เหรียญ

โดยระยะแรกการปรับตัวคงยังไม่หลุดจากระดับเส้นคอ แต่ในที่สุด ณ บั้นปลายของการปรับตัวระยะ 1 ปี ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสตกลงไปถึงระดับเจ็ดสิบเหรียญปลายๆ ได้ 

การปรับตัวสร้างฐานราคาของน้ำมันดิบรอบใหม่นี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวด สำหรับ การตระเตรียมระยะ 1-2 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจโลกพร้อมที่จะเข้าสู่ระยะ วงจรบ้าคลั่ง ของ ฟองสบู่มหัศจรรย์เศรษฐกิจจีน-อินเดีย หรือ Chindiamonia ซึ่งเป็นฟองสบู่หลักที่ระบบทุนโลกใช้ในการ ยืดคลื่นวงจรเฟื่องฟู ของวงจรเศรษฐกิจโลกให้ทอดยาวออกไป

ราคาน้ำมันดิบที่ปรับฐานราคาจะทำให้ภยันตรายของเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่รับได้ เพื่อแสดงถึงสมรรถนะของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน (ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูและขยายตัว) ว่าแข็งแกร่งเชื่อมั่นได้

ในอีกทางหนึ่ง ราคาที่สลับกันไต่สูงขึ้นของ แร่ธาตุ ทรัพยากร ธัญพืช และ ปศุสัตว์ ก็เพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ระบบเศรษฐกิจของ ประเทศเกิดใหม่ (Emerging Countries) ทั้งปวง ทั้งยังเป็นโอกาสทองให้ฝูงทุนเก็งกำไรโลกได้ ต่อทุน จากการหมุนเวียนเข้าปั่นราคาโภคภัณฑ์ต่างๆ เป็นระลอกๆ

  • ภาพที่ 3 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รายสัปดาห์ US Dollar Index weekly chart

  • ประการที่สาม ดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังบ่ายหน้าเข้าสู่วงจรฟื้นตัว จากภาพ US Dollar Index weekly chart วงจรขาลงล่าสุดระยะสองปีของดัชนีดอลลาร์กำลังใกล้สิ้นสุดลง ด้วยการเริ่มต้นสร้างฐานราคาเพื่อเข้าสู่วงจรฟื้นตัวชั่วคราว ด้วยปัจจัยหลากประการดังนี้

(1) ความเสียหายของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ด้วยการหลอมละลายเปลี่ยนเจ้าของ (และต่อไปคงเปลี่ยนชื่อสถาบันอีกด้วย) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดเงินสดใหม่จาก กองทุนอธิปไตยเพื่อความมั่งคั่ง (SWF) ของบรรดาประเทศเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากวิถีทางของทุนนิยมโลกในสองทศวรรษที่ผ่านมา

(2) ราคาอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ตกต่ำลงรุนแรงจนเย้ายวนใจผู้มั่งคั่งใหม่จากภายนอก ในอีกทางหนึ่งมาตรการช่วยเหลือครัวเรือนชาวสหรัฐฯ ก็ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในปีของการเลือกตั้งประธานาธิบดี

(3) ปีแห่งการรณรงค์เลือกตั้งทำให้การใช้จ่ายภายในของสหรัฐฯ ไม่ทรุดต่ำดังที่กังวลกัน และแน่นอนว่า นี่เป็นปีแห่งความหวัง "ความหวังในการเปลี่ยนแปลง" ของชาวมะกันอีกด้วย ด้วยแวดวงชาวทุนในมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกนี้ได้นำเสนอสินค้าเทรนด์ใหม่ "จินตภาพแห่งความเปลี่ยนแปลง" มาให้ชาวมะกันได้เลือกทั้งในรูปลักษณ์ของ ผู้นำผิวสีหัวปฏิรูป ผู้นำสตรี และ   ผู้นำอนุรักษ์นิยมหัวปฏิรูป

(4) ที่สำคัญที่สุด ราคาหุ้นของบริษัทหลักๆ ในตลาดวอลสตรีทได้ปรับตัวลงมาในระดับน่าสนใจ ด้วยการทุบขายตามด้วยปฏิบัติการณ์จิตวิทยาโดยบทวิเคราะห์ของเชียร์แขกวอลสตรีทประเภท "เล็งการณ์ร้าย" ที่ซัดกระหน่ำใส่สมองนักลงทุนตลอด 9 เดือนนับแต่สิงหาคม 2550

  • ภาพที่ 4 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 รายสัปดาห์ S&P 500 Index weekly chart



  • ประการที่สี่ นั่นคือที่มาของภาพอันน่าอัศจรรย์ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข่าวคราวในด้านดีใดๆ ดัชนีหลักของวอลสตรีทโดยเฉพาะ S&P 500 Index ได้ดีดกลับขึ้นมาจ่อใกล้ระดับ 1,400 จุดอีกครั้งหลังจากที่ทรุดตัวลงไปใกล้ 1,250 จุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  • ภาพที่ 5 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์ SET Index weekly chart
  • ประการที่ห้า เมื่อเพื่อนๆ นำภาพดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ รายสัปดาห์ SET Index weekly chart ไปเปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นในประเทศทุนนิยมศูนย์กลางสองฟาก แอตแลนติค ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป จะพบว่า 

  • ดัชนีในบ่อนเถื่อนดิบในไทยนี้ช่างแข็งแกร่งเสียนี่กระไร? ความนัยของภาพดังกล่าว ได้บ่งชี้ถึงยุทธศาสตร์ของฝูงทุนเก็งกำไรโลกว่า หลังจากตีหุ้นชเลียร์ Takky Come Back ของมาเฟียการเงินไทยแล้ว ไม่ว่าการชิงชาติของ "ศึกสองอภิชนไทย" ในยกสุดท้ายจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใด ฝูงทุนเก็งกำไรโลกมี ความมุ่งมั่นทางยุทธศาสตร์ ที่จะขับเคลื่อนดัชนีตลาดให้กลับไปทดสอบ พีคประวัติศาตร์ ณ บริเวณ 1,200 ที่เกิดขึ้นในสมัย รัฐบาลบุฟเฟต์คาบิเนตชาติชาย อีกครั้ง

  • อย่างไรก็ตาม แผนการเป็นของคน แต่ลิขิตเป็นของฟ้า ศรศิลป์ ยังยืนยันทรรศนะให้ ปิดงาน ณ ระดับ 900-920 จุด ต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วค่อยพิจารณาสถานการณ์ทั่วไปทั้งในและนอกประเทศอีกครั้งในไตรมาสที่สามของปีนี้ ก่อนทำการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ ครั้งต่อไป
AttachmentSize
Light Crude Oil EOD Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif30.6 KB
US Dollar Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif28.89 KB
S&P 500 Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif33.04 KB
SET Index weekly chart_Apr 18, 2008.gif26.87 KB
Gold Prices OHLC weekly chart_Apr 18, 2008.gif22.45 KB
  • ขอบคุณ คุณไท ที่กรุณาช่วยโพสต์ ภาพทั้งห้า ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ ผู้เข้ามาอ่านทุกท่านได้รับความสะดวก และขออภัยที่ความจำกัดด้านการรับรู้ในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของผู้เขียน ทำให้เพื่อนๆ ต้องมาพลอยยุ่งยากด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาและโอกาสอำนวยในภายภาคหน้า ผู้เขียนก็จะพยายามปรับปรุงเทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อให้สามารถรับใช้สาธารณชนได้ดีขึ้นต่อไป

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้