หนทางสู่ความล้มเหลว

tags:

หลายคนเคยคิดสงสัย ทำไมประเทศไทยไม่เจริญทางวัตถุเหมือนอย่างประเทศอื่นสักที ทั้ง ๆ ที่เมื่อศตวรรษก่อนเราเริ่มพัฒนาประเทศพร้อม ๆ ญี่ปุ่น เมื่อสักครึ่งศตวรรษก่อน เรายังมีความก้าวหน้าล้ำเกาหลีใต้ แต่ตอนนี้ทั้งสองประเทศทิ้งเราไปแบบไม่เห็นฝุ่น และยังมีอีกหลายประเทศกำลังแซงเราไปแบบช้าบ้าง เร็วบ้าง

ผมคงไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้ เพราะถึงขณะนี้ ผู้รู้ในบ้านเรา ทั้งแบบเดี่ยว และรวมหมู่ ก็ยังหาข้อสรุปในเรื่องนี้ยังไม่ได้ คำตอบที่ผมพอมีอยู่ในใจ คือ วิธีคิดของคนในบ้านเรา มันไม่เอื้อที่จะทำให้ประเทศพัฒนา

ที่ผมเขียนไม่ได้ต้องการบอกว่า เราต้องผลักดันให้ประเทศพัฒนา แล้วต้องมาปรับวิธีคิดของคนกัน เพราะเรื่องนั้น ผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยาก แต่ที่เขียนก็เพราะว่า ได้เห็นวิธีคิดของประชากรเฉลี่ยบนอินเตอร์เนต แล้วรู้สึกว่ามันเกี่ยวโยง สอดคล้องกัน และตอบคำถามเรื่องนี้ได้บางส่วน

วิธีคิดที่ผมได้พบเห็นมาคือ "ทำอย่างไรถึงจะมีเงินมาก ๆ ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด และเร็วที่สุด" วิธีคิดแบบนี้แหละ ที่ผมคิดว่าเป็นหนทางไปสู่ความล้มเหลว เพราะเป็นวิธีคิดที่ฉาบฉวย และอันตราย

วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้คนมองทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด จะทำอะไรอย่างหนึ่ง ก็มาคิดกันแล้วว่า จะทำยังไงถึงจะมีรายได้จากสิ่งที่ทำ ซึ่งส่วนมากจะมีผลคือ การละเลยแก่นแกน และสาระสำคัญในเรื่องที่จะทำ

ตัวอย่างในอินทราเนตไทยแลนด์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การสร้างเวบไซท์เพื่อหวังเงินโฆษณา หรือจาก Ads Sense มีการปั่น SEO กันน่าดู โดยละเลยเนื้อหา  บ้างไม่มีเลย บ้างไปลอกของคนอื่นมาแปะ ผลเลยออกมาอย่างที่เห็น (ผมเคยบ่นไปแล้วใน ขบวนการปั่น (ป่วน) เวบไซท์แห่งประเทศไทย)

ผมไม่ขัดแย้งในเรื่องการสร้างรายได้ เพราะ ...

ทุกคนต้องกินต้องใช้ ทุกคนยังเป็นปุถุชน ที่เมื่อมีแล้ว ก็อยากมีมากขึ้น และอยากมีให้มากที่สุด แต่ที่อันตรายคือ "ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด และเร็วที่สุด" ดังนั้น ขั้นตอนต่าง ๆ ก็จะถูกละเลยด้วยความตั้งใจ ผลที่เกิดขึ้นคือการขาดองค์ความรู้ในการพัฒนาต่อยอด ทำให้เราเป็นง่อยทางความรู้หลาย ๆ ด้านอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ วิธีคิดดังกล่าวยังทำให้เกิดความคิดประเภท จ้องแต่จะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ร่ำไป ไม่จ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภค (ในกรณีของเวบไซท์ก็คือคนอ่าน) ก็เอาเปรียบองค์กรณ์คู่ค้า (เช่นเอาเปรียบ google ด้วยการโกง ads sense)

เมื่อมีการเอาเปรียบ ก็ต้องมีผู้ถูกเอาเปรียบ และมีผู้เดือดร้อน ใครเขาจะยอมให้ถูกเอาเปรียนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน วันหนึ่งเขาก็จับได้อยู่ดี ทุกอย่างก็จะผ่านมา และผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉาบฉวย และไม่ยั่งยืน

การที่มัวแต่มานั่งคิดแต่ว่า จะทำไงถึงจะรวย ทำยังไงถึงจะได้เงิน อาจทำให้คนเราตาบอดได้ มองไม่เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต พลาดโอกาสและสิ่งดี ๆ ไป

อันที่จริงบล็อกนี้ก็ไม่ได้ต้องการนำเสนออะไรมาก เพียงแต่พอผมได้รับรู้ถึงการกระทำ ที่มีจุดมุ่งหมายหลัก (และมักจะเป็นจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว) คือเงิน ผมมักจะรู้สึกรำคาญ และนึกคาดคะเนอยู่ในใจ ว่าคงจะไปไม่รอด เพราะเพียงความอยาก(ได้เงิน)อย่างเดียว คงขับเคลื่อนอะไรให้ไปข้างหน้าไม่ได้เลย นอกจากความคิดที่จะโกงคนอื่น

พอเถอะครับความคิดแบบนี้ แล้วหันมาคิดใหม่ดีกว่า ว่าจะทำในสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีที่สุดได้อย่างไร เมื่อผลงานดี ฝีมือดี เงินและรายได้คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินจะไขว้คว้า แต่ประเภทผลงานไม่มี ฝีมือไม่ปรากฏ ก็คิดเอาเองแล้วกันครับว่า จะหารับประทานจาการหลอกคนอื่นได้นานเท่าไร

by bow_der_kleine

ที่มา - เว็บ biolawcom

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้