ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า !
การลงนามในข้อตกลงเปิดการค้าเสรีทั้งสินค้า-บริการ-ลงทุน ระหว่างอาเซียน-เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นหลักไมล์ ของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนซึ่งมีประชากร รวมกันถึง 650 ล้านคน อีกครั้งหนึ่ง
ดังที่ ประธานาธิบดี ลีม ยองบัคแห่งเกาหลีใต้ ได้กล่าวว่า ในปี 2015 อันเป็นปีที่อาเซียนบรรลุเป้าหมาย ในการรวมกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว "กลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน น่าจะมีความสำคัญและมีขนาดล้ำหน้าสหภาพยุโรปเสียอีก "
มันบ่งบอกว่า ทิศทางและอนาคตของประเทศในกลุ่มอาเชี่ยนคือ การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เป็นเอกภาพกันมากขึ้น จากการรวมกันเป็นตลาดเดียวกัน ไปสู่ฐานการผลิตเดียว ไปสู่ระบบการเงินเดียวกัน ไปสู่เอกภาพทางการเมืองและการต่างประเทศ
คือ ก้าวไปสู่การสถาปนา สหพันธรัฐอาเชี่ยน ซึ่งเป็น อภิรัฐอาเชี่ยน ในที่สุด ตามแบบอย่างการรวมตัวของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
แน่นอนว่า เส้นทางสายนี้ อาจยาวไกล และยังเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม นานัปการ ไม่ว่าจะเป็น ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ความแตกต่างของระบอบเศรษฐกิจ การเมือง และระดับการพัฒนา ลัทธิชาตินิยมคับแคบของชนชั้นปกครอง การต่อต้านจากกลุ่มหัวรุนแรงคับแคบ ในแต่ละประเทศ ฯลฯ
พัฒนาการของระบอบทุนนิยมของโลกและโลกาภิวัฒน์ ในหลายสิบปีมานี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและยาวไกล ต่อทุกชนชั้นในประเทศเหล่านี้ บัณฑิตและผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศเหล่านี้ ตระหนักรู้ ร่วมกันว่า การที่ประเทศในกลุ่มอาเชี่ยน จะสามารถเผชิญหน้ากับ วิกฤติครั้งแล้ว ครั้งเล่าของระบอบทุนนิยมโลก สามารถพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรได้ตลอดรอดฝั่ง
ประเทศในกลุ่ม จะต้องสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือกัน ดำเนินการปฎิรูปครั้งใหญ่ และพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของแต่ละประเทศให้ทันสมัย นอกจากทางสายนี้ ก็ไม่มีหนทางอื่นให้เลือกเดินอีก
ธง 3 ผืนตามคำขวัญของเราคือ ประชาธิปไตย ปฏิรูป สมานฉันท์ ยังคงถูกต้อง
ชาวอาเชี่ยน ทั้งหลาย จงรวมกันเข้า !
เรื่องเดิมที่เกี่ยวข้อง สิงคโปร์เร่งเครื่องอภิรัฐอาเซียน

