รบเถิด..อรชุน*

tags:

ยุทธการเผด็จศึกม้วนเดียวจบ ของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เผยออกมาแล้วว่า คือการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่ดอนเมือง การปิดล้อมรัฐสภาและการยืนกรานยึดทำเนียบรัฐบาลต่อไป

วัตถุประสงค์ของยุทธการนี้ คือ การใช้กำลังฝูงชน บีบบังคับให้รัฐบาลลาออกและรัฐสภาทำหน้าที่ไม่ได้ คือก่อความวุ่นวายเดือดร้อน จนประชาชน ภาคธุรกิจและองค์กรอื่นๆในสังคมไทย ทนไม่ไหว และคือการเรียกร้องยั่วยุให้ทหารก่อการรัฐประหารครั้งใหม่

ผลแท้จริงของยุทธการนี้ คือ การทำลายและซ้ำเติม การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจทุกภาคส่วน ของสังคมไทยแบบม้วนเดียวจบ คือการทำลายหลักนิติรัฐของสังคมไทยจนพังพินาศแบบม้วนเดียวจบ และคือการทำร้ายประเทศไทยและปวงชนชาวไทยแบบม้วนเดียวจบ

ดังที่เรา ได้เคยกล่าวแล้วว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่เป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และสาเหตุที่ไม่มีใคร สามารถจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ ก็เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นพวกอภิสิทธิชน หรือได้รับการอุ้มชูสนับสนุนจากกลุ่มอภิสิทธิชนของไทย

มาบัดนี้ เพื่อบรรลุความต้องการและชัยชนะ กลุ่มพันธมิตรฯ โอหังบังอาจ กำเริบเสิบสานหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ  เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบ ปั่นบ้าน ป่วนเมืองตามอำเภอใจ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมาก ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ยำเกรงขื่อแปใด ๆ ของบ้านเมือง

กลุ่มพันธมิตรฯ จึงได้เปลี่ยนสี แปรธาตุกลายเป็น กลุ่มอันธพาลการเมือง เป็นหัวเชื้อของความรุนแรง ในสังคมไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

จึงถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย ผู้รักชาติและรักประชาธิปไตย จะต้องลุกขึ้นมา ร่วมใจ ร่วมแรง เคลื่อนไหวต่อสู้ที่เป็นธรรม ต่อต้านคัดค้านและทำลายอันธพาลการเมืองกลุ่มนี้ให้พินาศไป เพื่อสันติสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย

ดั่งมหาสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร ในมหาภารตะยุทธ กองทัพใหญ่สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ทว่า แม่ทัพนายกองของทั้งสองฝ่าย ล้วนเป็นญาติ มิตร ครู ศิษย์กันมาก่อน ทำให้ อรชุน แม่ทัพฝ่ายปาณฑพ เกิดความสลดใจ ไม่อยากทำสงคราม

พระกฤษณะ ซึ่งเป็นสารถีรถศึกของอรชุน จึงได้สาธยาย ความจำเป็นและคุณูปการของสงครามที่เป็นธรรม กลายเป็นมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ ดังโศลกบทหนึ่ง ที่ว่า

" ข้าพเจ้าชูแขนขึ้น ป่าวประกาศธรรม แต่หามีผู้ใด เชื่อฟังข้าพเจ้าไม่

   ธรรม ย่อมนำมาซึ่่งความสงบสุข แต่ไฉน ไม่มีผู้ปฏิบัติธรรม "

พิจารณาสภาพการณ์ที่เผชิญหน้ากันมา อย่างยืดเยื้อยาวนาน ระหว่างพลังประชาธิปไตยและพลังเผด็จการในสังคมไทย การเจรจาประนีประนอมระหว่างทั้งสองฝ่าย เป็นไปได้ยากเย็นขึ้นทุกที ทั้งการขัดแย้งยืดเยื้อเรื้อรังต่อไป มีแต่จะทำร้ายสันติสุขและความก้าวหน้าของสังคมไทย

ดังนี้ พลังประชาธิปไตย ก็ไม่มีหนทางเลือกอื่น มีแต่ต้องยาตราทัพ ใช้การต่อสู้ที่เป็นธรรม เอาชนะการต่อสู้ที่ไม่เป็นธรรม

รบเถิด..อรชุน !

เพราะ ธรรมทางการเมือง และธรรมของสังคมไทยในปัจจุบัน คือ ประชาธิปไตยและประโยชน์สุขของประชาชน ไม่ใช่ศีลธรรมเก่าแก่โบราณ ที่แกนนำพันธมิตรอ้างว่าใช้นำหน้า เพื่อปกป้องระบอบเผด็จการของพวกอภิสิทธิชน

รบเถิด..อรชุน !

เพราะสันติวิธีและการพูดจาด้วยเหตุผล ไม่อาจใช้กับกลุ่มอันธพาลการเมืองได้ มีแต่การต่อสู้ที่เป็นธรรม ด้วยกำลังอำนาจอย่างเด็ดเดี่ยว มีเหตุผล เป็นประโยชน์และเหมาะสมตามสภาพการณ์ จึงจะสามารถปกป้องประชาธิปไตย และประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง

รบเถิด..อรชุน !

เพราะเมื่อการต่อสู้กับกลุ่มอันธพาลการเมือง ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อจำเป็นต้องเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่  เมื่อจำเป็นต้องเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ความสูญเสียบางส่วน ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ดั่งมารดาคลอดบุตรน้อย ย่อมต้องเสียเลือด เสียเนื้อไปบ้าง เป็นธรรมดา

ขอเพียงชูธงประชาธิปไตยและประโยชน์สุขของประชาชนให้สูงเด่น

สมานสามัคคีกำลังที่ก้าวหน้าทั้งปวงในสังคมไทย

ปวงชนชาวไทยและประชาธิปไตย จะต้องได้รับชัยชนะ

เหนือระบอบเผด็จการของพวกอภิสิทธิชน อย่างแน่นอน

00000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000

*ชื่อบทบรรณาธิการนี้ ตั้งขึ้นตามคำแนะนำของสหายสิกขา

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้