ฉากรื้อประชาธิปไตย

tags:

การวัดกำลังในสงครามศักดิ์สิทธิ์กู้ชาติ เพื่อการเมืองใหม่ ฉากขัดขวางการแถลงนโยบายรัฐบาล ปิดล้อมสภา และสำนักงานตำรวจนครบาล ถูกสร้างให้เกิดความรุนแรง ชนิดตายเป็นตาย พิการเป็นพิการ ยอมสละมวลชน นักรบอาสา เพื่อความได้เปรียบในเกม

ถ้ากองยางรถยนต์ที่ถูกราดน้ำมันแล้ว ติดไฟอาวุธระเบิดถูกนำมาใช้ การเผาบ้านเผาเมือง อีกครั้งคงดับไม่ง่ายแน่

ความคิดต่างในสังคมเป็นสิ่งต้องมีอยู่ ไม่มีใครทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้

ความเป็นจริงของสังคม จะเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย ล้วนรับฟังได้ เพื่อเป็นข้อมูลฉุดรั้งตัวเองไม่ให้สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ปิดหู ปิดตา ปิดปากทั้งตัวเองและผู้อื่น

ไม่ว่าจะเป็น นปช. พธม. หรือตำรวจ ทุกชีวิตที่สิ้นไปหรือกลายเป็นผู้พิการ ล้วนมีค่าเกินกว่าคำสดุดีใดๆ ความถูกต้องชั่วดี ล้วนเป็นหลักการที่สร้างขึ้น เพื่อทำลายกันนั้น แปรไปตามประโยชนที่ได้

ฉะนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องได้รับการตรวจสอบ แก้ไข ทั้งผู้อยู่ข้างหน้า และข้างหลัง แต่ละฝ่ายใช้และมีอาวุธใดบ้าง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถูกสร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ใด

คราวพฤษภาทมิฬ ผู้คนสูญเสียจากการขับไล่นายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หลังแกนนำถูกจับ เกิดการเผาบ้าน ป่วนเมือง ใช่ทำให้เกมโอเวอร์ หรือตัดตอนอำนาจรัฐประหาร

14 ตุลาคม 2516 นักศึกษา บาดเจ็บ ล้มตายจากอาวุธสงคราม ทั้งๆ ที่ต่อสู้ด้วยสองมือเปล่า เพื่อประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการทหาร

6 ตุลาคม 2519 ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง การทุบตี ลากคอแขวน ตอกอก เผายางคนที่ยังไม่ตาย จากธรรมศาสตร์ และสนามหลวง ผู้เป็นต้นเหตุและบัญชาการให้เกิดบาดแผลและมลทินของแผ่นดินยังลอยนวล เชิดหน้าสูงเกียรติอยู่ในสังคมได้อย่างไร ตัวละครเก่าๆ ยุคนั้น ได้คืนกลับมาแสดงบทนำ จนใกล้เป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนถูกบังคับเข้าร่วม ความแตกแยก เลือกข้างไปทั้งเมืองแล้ว

การต่อสู้ครั้งนี้ แม้เพื่อสร้างสังคมตามลำดับชั้น คืนสู่ความเชื่อ "แต่ละคนไม่เท่ากัน" สังคมที่ดีงาม ชนชั้นนำต้องทำหน้าที่ปกครอง เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเท่านั้น อำนาจสูงสุดจากการเลือกตั้งตัวแทนในระบอบประชาธิปไตย ที่แต่ละคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน เป็นภัยคุกคามประเทศชาติ ผู้ที่ดีกว่า ไม่สามารถแข่งขันเอาชนะได้

เมื่อจะล้มการเมืองปัจจุบัน โดยถือเป็นสงคราม ย่อมใช้ทุกวิธีการ ทั้งปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง ลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ จัดตั้งกองกำลังของกลุ่มตน ติดอาวุธ ทุบตี ถอยรถทับซ้ำผู้ที่ยังไม่ตาย จุดยืนแห่งการร่วมสู้ เป็นความดีเหนือจรรยาบรรณ เมื่อกลไกรัฐ ถูกทำให้เป็นอัมพาต เจ้าหน้าที่ไม่มีความชอบธรรมที่จะควบคุมฝูงชน

เมื่อกลไกรัฐไม่สามารถควบคุมสังคม ใช้อำนาจบริหารประเทศได้ ประชาชนไม่ได้มีกลุ่มเดียว กลุ่มที่เห็นตรงข้าม ซึ่งมีผู้คนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า พร้อมจะอุทิศตัวสู้

การอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่างขาดมาตรฐานยึดเหนี่ยว การปะทะเข่นฆ่ากันแบบถอนรากถอนโคนของฝูงชนต่างกลุ่ม คงหลีกเลี่ยงยาก

ดังนั้น ผู้เข้าร่วมทำสงคราม ต้องยอมรับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น แต่ต้องยึดหลักสากล ไม่ใช้เด็ก ผู้หญิง คนแก่ และนักบวชออกรบแทน หรือเป็นโล่คุ้มกันตัวเอง

โปรดหลีกเลี่ยงสงคราม ชีวิตของประชาชนสูงค่า เกินกว่าเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ยอมสละได้ 

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 

โดย: 
มรกต คนึงสุขเกษม

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้