สังคมที่หลงเชื่อในปฏิบัติการข่าวสาร
เคยฉุกคิดบ้างหรือไม่ว่า ทำไมเราถึงเชื่ออย่างจริงจังว่า สหรัฐเป็นมหาอำนาจที่เข้มแข็งยากต่อกร จีนเป็นพี่ใหญ่ผู้หวังดีต่อประเทศในภูมิภาคอย่างบริสุทธิ์ใจ ชาวอาหรับนั้นลึกๆแล้วนิยมความรุนแรง หรืออดีตนายกฯ ของเราคนหนึ่งนั้นร้ายกาจกว่าฮิตเลอร์บวกกับสตาลิน แต่นั่นเป็นเรื่องจริงหรือ และเรารู้ได้อย่างไรทั้งที่เรามิได้สัมผัสหรือมีประสบการณ์ตรงกับสิ่งที่เราเชื่อนั้นเลย
ถ้าหากตอบว่า เรารู้ได้ผ่านกระบวนการความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลของตัวเอง วินิจฉัยข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏออกมาจากสื่อที่น่าเชื่อถือ แล้วละก็ โปรดเผื่อใจไว้สักหน่อยเถอะว่า เราอาจหลงเชื่อในปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) ของคนบางกลุ่มเข้าแล้ว
ในโลกที่ทันสมัยขึ้น การสื่อสารรวดเร็วขึ้น ข้อมูลความรู้ต่างๆ เปิดกว้างกระจายตัวออกให้ใครก็ได้ มีโอกาสเข้าถึงและรับรู้นั้น ไม่ได้นำไปสู่ยุคทองของการเข้าใจปรากฏการณ์ทุกอย่างในโลกอย่างถูกต้องอย่างที่ทุกคนปรารถนาในเสรีภาพของการรับรู้นั้น
เพราะในอีกด้านหนึ่งที่ปิดมืดของเสรีภาพนี้ คือ กระบวนการสร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อมูลจริง ผสานด้วยองค์ประกอบมากมาย ที่ทำให้เราเชื่อในเรื่องที่มิใช่ความถูกต้อง นี่คือ ด้านที่น่ากลัวของการปฏิบัติการข่าวสาร นอกเหนือจากที่การปฏิบัติการข่าวสาร ยังเป็นการพยายามนำความจริงไปสู่ผู้คน ด้วยวิธีการที่น่าจับใจและแปลกใหม่
สำหรับไทย การปฏิบัติการข่าวสารถือเป็นเรื่องใหม่ ต่างจากสหรัฐที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2502 คนไทยนั้นพอคุ้นกับการปฏิบัติการจิตวิทยาและปฏิบัติการมวลชนกันมานานแล้ว เพียงแต่ว่าในยุคนี้ การเอาชนะครอบงำความคิดอย่างสมบูรณ์นั้น ไม่อาจจำกัดอยู่เพียงสื่อใดหรือวิธีใดทางหนึ่ง แต่ต้องเป็นการสนธิกำลังของทุกองค์ประกอบให้เนียนที่สุด เพื่อที่เป้าหมายจะเชื่ออย่างจริงจังจนเปลี่ยนพฤติกรรมไปในแนวทางที่ผู้ใช้ปฏิบัติการต้องการ
การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารนั้น เป็นการพยายามสร้างผลกระทบ อิทธิพลหรือกระบวนการตกลงใจของฝ่ายตรงข้าม หรือกลุ่มเป้าหมายต่อกระบวนการรับรู้ข่าวสารโดยการใช้องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Warfare) คือ ปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer network Operation) การลวง (Deception) การปฏิบัติการจิตวิทยา (Psychological Operation) และการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ
สำหรับองค์ประกอบรอง คือ การทำลายทางกายภาพ (Physical Destroy) ที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศของฝ่ายตรงข้าม การรักษาความปลอดภัย การต่อต้านข่าวกรอง (Counter-intelligence) การต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อ (Anti-propaganda) ทั้งนี้ มีการใช้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำคัญอย่างน้อยสองแบบ คือ การประชาสัมพันธ์ และการปฏิบัติการกิจการพลเรือน เป็นเครื่องมือช่วยเหลือให้ทั้งองค์ประกอบหลักและรองดำเนินไปได้ดี
เป้าหมายของการปฏิบัติการข่าวสารนั้น ต้องถูกกำหนดก่อนเริ่มปฏิบัติการ อาจเป็นทั้งฝ่ายศัตรู ฝ่ายรัฐบาลต่างชาติ ผู้นำทุกระดับ กลุ่มผลประโยชน์ องค์กร ประชาชนทั้งฝ่ายเรา ฝ่ายต่างชาติหรือประชาคมโลกได้ทั้งนั้น ทั้งยังต้องกำหนดเอาไว้ด้วยว่า ปฏิบัติการข่าวสาร ต้องทำเพื่ออะไร บรรลุวัตถุประสงค์หลักอย่างไร และสนับสนุนแผนยุทธการของฝ่ายเดียวกันอย่างไร
ก่อนบุกอิรัก อเมริกาลงทุนกับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารนี้มาก เพื่อให้ทุกคนในโลกเชื่อว่า ระบอบ Saddam Hussein นั้นเป็นภัยต่อโลกจริง เป็นความชอบธรรมที่สหรัฐจะต้องส่งกำลังเข้าไปล้มล้างระบอบนี้ โลกจะได้ปลอดจากภัยก่อการร้าย และนิวเคลียร์ไปอีกสักหน่อยหนึ่ง
มีการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านทางสื่อ นักวิชาการ และข้อมูลหลักฐานมากมาย ที่มีความสมเหตุสมผลทางตรรกะ ผลคือ รัฐสภาสหรัฐอนุมัติให้ทำสงครามได้ ประชาชนจำนวนมากในเวลานั้นสนับสนุน ยิ่งในเวลานี้ กองทัพสหรัฐยังติดหล่มอยู่ในอิรัก สหรัฐยิ่งต้องกอบกู้ความเชื่อมั่นหนักขึ้น ด้วยการปฏิบัติการข่าวสาร ทั้งยังต้องทำอีกมาก ในการสร้างศรัทธาในสงครามต่อต้านก่อการร้าย ที่เกิดรบไปทั่วโลก
จีนก็ลงทุนกับการสร้างความเชื่อว่า จีนคือประเทศที่เป็นมิตรและเอื้ออารีต่อประเทศต่างๆ การให้ความช่วยเหลือที่ไม่ต้องมากนัก แต่หนักด้วยกิจกรรมแห่งรอยยิ้มไมตรี ย่อมจูงใจในการเอนเอียงไปทางจีนของกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้ แต่หากไปถามฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ พวกเขาจะตอบว่าจีนกำลังใช้การปฏิบัติการข่าวสาร จูงใจให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะคนจีนโพ้นทะเล เชื่อว่าจีนเป็นยักษ์ใหญ่ใจดี ทั้งที่ในรอบกึ่งศตวรรษมานี้ จีนรุกรานทั้งทิเบต อินเดียและเวียดนาม
ใช่ว่ารัฐเท่านั้นที่มีขีดความสามารถด้านนี้ องค์กรที่มีเครือข่าย สามารถสร้างปฏิบัติการเช่นนี้ได้ อาทิเช่น การที่กลุ่มก่อการร้ายมีการกระจายข่าวลวงอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางเวบไซต์และข่าวลือไปทั่วโลก ย่อมทำให้ฝ่ายที่รับมือปัญหานี้ของชาติต่างๆ เกิดอาการวิตก มีความเป็นไปได้ว่าปีกทางวิชาการบ้าง องค์กรการกุศลบ้าง หน่วยงานทางศาสนาบ้าง จำนวนไม่น้อยได้ประสานการทำงานร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายสากล ในการสร้างภาพที่แสดงให้เห็นว่า ชาติตะวันตกปราศจากขันติธรรมทางศาสนา ทั้งนี้เพื่อดึงมวลชนให้เข้ามาอยู่ข้างตน ขณะที่ฝ่ายตะวันตกก็ปฏิบัติการข่าวสารเพื่อชักเย่อกลับเช่นกัน
ความวุ่นวายสับสน โกรธแค้นชิงชัง แบ่งแยกขั้วชัดเจนของผู้คน ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ อาจมิได้เกิดมาจากการ "ตาสว่าง" ของผู้คนที่รับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง อย่างที่คนเหล่านั้นคิด ก็เป็นได้ เพราะไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นเช่นใด ฝ่ายไหนผิดไหนถูก ดีหรือเลว ที่แน่นอนและเห็นอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็คือ ศักยภาพของประเทศไทย ตกต่ำลงทุกด้านด้วยการไม่สามัคคีกัน ไม่ยอมรับกติกาหรือการบังคับจากฝ่ายที่ตนไม่ชอบหน้า
แต่สภาพการณ์การที่เป็นผลเสียต่อประเทศไทยเช่นนี้ กลับเป็นผลดีต่อประเทศอื่นที่ไม่ต้องการให้ประเทศของเราเข้มแข็งเกินไป แนวคิดแบบนี้ อาจเป็นเพียง Conspiracy Theory แต่หากพิจารณาในแง่ของความเป็นไปได้ ในทางการปฏิบัติการข่าวสารแล้ว จะพบว่ามีโอกาสเหมือนกัน ที่การปลุกระดมจนถึงขั้นได้ผลนั้น อาจมาจากการวางแผนที่ยอดเยี่ยมของคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ของไทย หรือจากประเทศที่เกาะกุมมหายุทธศาสตร์โลกอยู่
ที่มา: คอลัมน์ มุมมองใหม่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

