514 : บ้านสหายใต้ดาวแดง
หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่ง จากบ้านสู่ป่า เพื่องาน 'ปฏิวัติ' เวลา 3 ทศวรรษพ้นผ่าน ค่าย 514 ที่เคยเป็น 'บ้าน' ของเหล่าสหายนักปฏิวัติในวันนั้น ได้กลายเป็นสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสืบทอดแนวคิดรับใช้สังคม
วันหนึ่งในเดือนธันวาคม 2519 ขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ยังคงมุ่งหน้าล่องใต้เหมือนเช่นเคย เป็นวันที่ผู้คนมากมายหลากหลายร่วมขบวนรถไฟสู่แดนด้ามขวานตามแต่กิจธุระของแต่ละคนจะเรียกร้อง
หนุ่มนักเรียนมัธยมปลายจากกรุงเทพฯคนนั้นก็เช่นกัน
หากในใจเขารู้ดีว่าจุดหมายของการ
ภาพโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมปีเดียวกันนั้นยังคงติดตา เพื่อนฝูงวัยเดียวกันและรุ่นพี่นักศึกษามากมายต้องจบชีวิตอันเยาว์วัยกลางท้องสนามหลวง ริมกำแพงวัดมหาธาตุ ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่อีกบางส่วนถูกจับกุมคุมขังอย่างไม่รู้อนาคต
การเป็นนักเรียนที่มีชื่อติดบัญชีดำ ฐานที่มีประวัติเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง การปฏิเสธอำนาจรัฐเผด็จการเวลานั้น และความปรารถนาจะเห็นสังคมที่ดีกว่า คือสิ่งที่เขียนไว้ในจดหมายน้อย แอบวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งของแม่ ก่อนการเดินทางครั้งที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาตลอดไป
หลังจากชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าของการเดินทางที่เหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด รถไฟถึงที่หมาย ธีรภาพ โลหิตกุล นักเรียนมัธยมปลายคนนั้นก้าวลงจากขบวนรถ มองหาคนนำทางที่นัดหมายไว้ ก่อนจะเดินเท้าเข้าสู่ผืนป่าเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมขบวนรถไฟอีกหลายคน เขากำหนดจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้ไว้ที่สังคมอุดมคติ ภายใต้ร่มธงประดับดาวแดงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)
บ้านของ 'สหาย'
'สหายสมพร' ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อดีต 'สหาย' ผู้ร่วมอุดมการณ์ปฏิวัติแห่งเขตงาน 508 เขาช่องช้าง อำเภอบ้านนาสาร ฐานที่มั่นแรกของพคท.ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี บันทึกถึงขบวนการ คอมมิวนิสต์ในประเทศไทยไว้ว่า เริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวเวียดนามและชาวจีนในประเทศไทย ก่อนจะจัดตั้งเป็นคณะคอมมิวนิสต์ในสยามเมื่อเดือนเมษายน 2473 ต่อมาเมื่อเกิดสงครามจีน- ญี่ปุ่น คณะคอมมิวนิสต์ปรับสภาพเป็นขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น มีเยาวชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
กระทั่งญี่ปุ่นบุกไทยในปี 2848
การเคลื่อนไหวของขบวนการคอมมิวน
พคท.เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกค
หลังสงคราม ภาคใต้ยังคงเป็นฐานกำลังสำคัญของพคท. มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มครู พ่อค้า กรรมกร และนักการเมืองท้องถิ่นมีการจัดตั้งหน่วยงานในหลายพื้นที่ในภาคใต้ ซึ่งยังคงทำงานเคลื่อนไหวเรื่อยมาแม้จะถูกปราบปรามเป็นระยะ
โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 'สิน เติมลิ่ม' หรือ 'สหายประวัติ' เลขาธิการคณะกรรมการพคท.เขตภาคใต้ เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ราวปี 2500 โดยเริ่มสร้างฐานในชนบทและจัดตั้งมวลชนบริเวณบ้านส้อง พรุพี ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งกองกำลังอาวุธชาวนาในเขตสุราษฎร์ธานีเมื่อปี 2507
ก่อนจะตั้งฐานที่มั่นแรกของพคท
เหตุการณ์ต่อสู้เรียกร้องทางการเ
การกดขี่จากอำนาจรัฐกลายเป็นอีกแรงที่ ผลักดันให้มวลชนในพื้นที่รอบค่าย 514 มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง และให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพคท. ธีรภาพ หรือ 'สหายศักดิ์' เล่าถึงชีวิตปฏิวัติในเขตงาน 514 ว่า เป็นความฝันของการปฏิวัติที่วางรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์กับมวลชนรอบค่ายอย่างแท้จริง
เพราะพื้นที่เขตงาน 514 หรือสฎ.2 (สุราษฎร์ธานี 2) นั้น
ตั้งอยู่ในผืนป่าเคียนซา
ป่าดงดิบขนาดใหญ่เทียบได้กับดงพญาไฟของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สภาพพื้นที่เป็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับที่ราบ
ไม่มีภูเขาหรือภูมิประเทศทุรกันดารเป็นกันชน ค่ายทุกค่ายของเขตงาน 514
สามารถเข้าถึงได้สะดวกด้วยพาหนะแ
"พื้นที่ค่าย 514
มีลักษณะพิเศษต่างจากค่ายหรือที่ตั้งทางทหารของพคท.ในเขตงานอื่นๆ
อย่างชัดเจน เป็นเขตงานเดียวของพรรคที่ตั้งอยู่ในที่ราบ
ใกล้ใจกลางอำนาจรัฐ
โดยมีมวลชนล้อมรอบอยู่เหมือน กับไข่แดงที่อยู่ในวงล้อมของไข่ขาว
เมื่อเงื่อนไขทางด้านภูมิศาสตร์เป็นอย่างนี้ ทำให้คณะกรรมการพคท
ความสัมพันธ์ทั้งในเชิงอุดมการณ์ การใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ทำให้ความผูกพันระหว่างสหายในเมืองกับสหายชนบทยังคงแนบแน่นไม่จางหาย แม้วันเวลาจะล่วงเลยไปนานกว่าสามทศวรรษก็ตาม
สิ้นเสียงปืนปฏิวัติ : คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย
ช่วงปี 2522 - 2523 สถานการณ์ปฏิวัติพลิกผัน เกิดความขัดแย้งกันภายในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะระหว่างสหายนักศึกษาปัญญาชน กับสหายนักปฏิวัติรุ่นอาวุโสที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากจีน รวมถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรง ในขบวนการคอมมิวนิสต์สายจีนและรัสเซีย
รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ฉวยโอกาสที่พคท.อ่อนแอสุดขีดดำเนินนโยบาย 66/23 โดยประกาศไม่เอาผิดผู้ที่ลงมามอบตัว ขณะเดียวกันก็เปิดยุทธการล้อมปราบอย่างหนัก ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมขบวนการปฏิวัติทั้งกรรมกร ชาวนา ปัญญาชน นักศึกษา ชาวบ้าน ชาวเขา ทยอยกันออกจากป่ามา 'ลงบ้าน' กลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงมวลชนทั่วไป ขณะที่บางส่วน 'ออกตัว' กับฝ่ายรัฐ กลายเป็น 'ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย' กระทั่งในราวปี 2525 ก็แทบเรียกได้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเหลือแต่ชื่อเท่านั้นที่ยังคงอยู่
สามสิบกว่าปีผ่านไป ณ วันนี้
คำกล่าวที่ว่า 'อำนาจรัฐจักได้มาด้วยกระบอกปืน' อาจจะฟังว่าพ้นสมัย
แต่วันคืนที่หมดไปกับการใช้ชีวิตในค่าย 514 หาได้ไร้ความหมาย
แต่ได้สร้างสมบางสิ่งบางอย่างที่บางคนยังคงยึดมั่นเป็นแนวทางในก
วันนี้เขาเป็นเจ้าของกิจการผลิตตุ๊กตา เป็นสามีของภรรยาและเป็นพ่อของลูก แต่เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน พลากร จิรโสภณ คือเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย ก่อนจะเข้าร่วมเป็นส่วน หนึ่งของขบวนการปฏิวัติในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พลากรมองว่า แม้การปฏิวัติในครั้งนั้นจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน สังคมอุดมคติที่พวกเขาคาดหวังไม่อาจเป็นจริง แต่การศึกษาแนวคิดสังคมนิยมและการเก็บงำเศษเสี้ยวของความฝันถึงสังคมอุดมการณ์ไว้ในใจ และเป็นสิ่งที่เขายึดมั่นเป็นธรรมนูญชีวิต
ในฐานะพ่อ เขาไม่เคยปิดบังความเป็น 'อดีตคอมฯ' จากการรับรู้ของลูก ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกับสหาย ร่วมรบ 'กลุ่มเพื่อนมิตร 514' การเข้าร่วมกิจกรรมเชิงความคิด หนังสือที่อ่าน เวบไซต์ที่เข้าชม รวมถึงทัศนคติทางการเมือง เขาออกตัวว่า โชคดีที่ภรรยาก็เป็นอดีตสหายเช่นกัน ทำให้สามารถคุยเรื่องสังคม เศรษฐกิจการเมืองทุกเรื่องได้ในครอบครัว
เขามองว่าสิ่งที่ได้จากการศึกษาแนวความคิดสังคมนิยมในครั้งก่อน ทำให้เขามีมาตรฐานทางความคิดบางอย่างที่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต
"พวกเราไม่ได้บ้าแต่การเมืองอย่างเดียว ไม่ได้อ่านแต่ลัทธิมาร์กซิสต์ เราก็จะมีหนังสือ มีบทกวี
มีเพลงที่เราชื่นชมอยู่
ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ เรารู้จักการมองสิ่งต่างๆตามที
ถ้าครอบครัวเราอยากจะรวย เราก็จะไม่เลือกรวยทางลัด ไม่คิดว่าจะซื้อหวย ถ้าเราอยากจะรวยเราต้องทำงานหนัก ต้องซื่อสัตย์ ในธุรกิจของผมอาจจะมีการเรียกร้องให้เราจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อที่เราจะได้งาน เราก็บอกว่าเราไม่ทำ ลูกก็ได้ยิน
เรื่องพวกนี้ก่อนที่เราจะเข้าป่าเราก็เรียนรู้มาแล้ว พอเข้าป่าไปก็เป็นไปตามที่เราคาดหวังส่วนหนึ่ง ชีวิตในป่าสอนให้คุณเป็นคนดี มีคุณธรรม แล้วก็ให้เราเคารพศักดิ์ศรีของตัวเราเอง มันก็ฝังอยู่ในใจว่า นี่คือสิ่งที่เราเห็นด้วย"
"แน่นอน มีคนส่วนหนึ่งเปลี่ยนไป แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ยังไม่เปลี่ยน วิธีการอาจจะเปลี่ยนไป เราไม่ได้คิดอีกต่อไปว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมจะต้องใช้วิธีรุนแรงเท่านั้น แต่คำว่า 'เสรีภาพจักสมปองต้องต่อสู้' ยังเป็นความจริงอยู่ แต่จะต่อสู้ด้วยวิธีใดล่ะ ความรุนแรงอาจจะไม่ใช่แล้ว ผมเชื่อว่าสหายทุกคนเข้าป่า ไปทำการปฏิวัติด้วยจิตใจที่ดี แม้ว่าในที่สุดแล้วการปฏิวัติจะไม่สำเร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในตัวสหายทุกคนก็คือ ความคิดในการมองประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตัว" พลากรสรุป
ภารกิจใหม่ของค่าย 514
ท่ามกลางความชุ่มชื้นของผืนดินป
ในจำนวนนี้ บางคนมีปืนเล็กยาว AK-47
สัญลักษณ์ของทหารฝ่ายซ้ายสะพายไห
พวกเขามารวมตัวกันในวันนี้ไม่ใช่เพื่อใช้อาวุธสู้รบ แต่เป็นการพบปะกับเพื่อนสหายที่จากกันไปนานกว่า 30 ปี โดยมีเครื่องแบบที่เคร่งขรึมและปืนพลาสติกเป็นสื่อ ย้อนระลึกถึงวันเวลาของการเคลื่อนไหวด้วยอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นการรวมตัวของเหล่าสหายเก่า มวลชน ไปจนถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลานที่ยังคงได้รับการเล่าขาน ตำนานของค่าย 514
สิ่งที่พวกเขาตั้งตารอคอยในขณะนั้น
คือการแสดงศิลปวัฒนธรรมปฏิวัติครั้งอดีต การควงคบไฟปฏิวัติ
การแสดงท่าเทคนิคแทง 18 ประตู (การสาธิตการใช้ดาบปลายปืน)
และที่ขาดไม่ได้คือการสวนสนามของ
ที่ดิน 16 ไร่ ในพื้นที่บ้านในปราบ
หมู่ 5 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของทหาร
ภายในศรป.514
มีการจำลองบรรยากาศของค่าย 514 ในอดีต ประกอบไปด้วย อาคารนิทรรศการ 'ร้าน'
หรือเรือนพักสำหรับสหายนำและสหาย
"วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้นมา ก็เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของระบบนิเวศน์ป่าเขตร้อนชื้น เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สังคม ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของนักรบและมวลชนช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน วัฒนธรรมท้องถิ่น และปลูกฝังคุณธรรม แนวคิดการเสียสละเพื่อส่วนรวมแก่เยาวชน" สหายเพลินบอกเล่า
หลัง 3 ศตวรรษผ่านไป
บ้านของเหล่าสหาย ณ ค่าย 514
ยังคงทำหน้าที่เป็นเรือนเพาะชำ คว
..............................
สนใจเข้าเยี่ยมชม
'ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเช
ที่มา - 514 : บ้านสหายใต้ดาวแดง : จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2551
ข้อมูลเพิ่มเติม - อสังหาริมทรัพย์กับอดีตพลพรรคคอม


ดูวีดีโอ พิธีโบกธงประกอบเพลงภูบรรทัดปฏิวัติ ในงานพิธีเปิด 'ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ค่าย 514' (ศรป.514) เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2551
http://www.youtube.com/watch?v=yuNEaL0nLto