มองมุมภาคประชาชน : พรรคการเมืองทางเลือก

tags:
โดย: 
ประภาส ปิ่นตบแต่ง

เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มศึกษาพรรคการเมืองทางเลือก ได้จัดสัมมนาเพื่อหาทางเลือกสังคมการเมือง ประเด็นสำคัญในการถกเถียงก็คือ เราจะมีพรรคการเมืองทางเลือกได้อย่างไร

แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดตั้งพรรคการเมืองก็ตาม แต่ภายใต้บริบทการสร้างและจรรโลงประชาธิปไตยของสังคมไทย การแสวงหาทางเลือกเพื่อออกจากประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่เป็นอยู่เป็นเรื่อง ใหญ่แน่ๆ

ประชาธิปไตยแบบตัวแทนซึ่งสถาปนาในช่วงสังคม ยุคสมัยใหม่ มักเกิดปัญหานักการเมืองในระบบตัวแทนคือ ผู้แทนมักจะตัดสินใจที่เบี่ยงเบนไปจากความต้องการของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง ตัวแสดงทางการเมืองเหล่านี้มักจะกระทำการบนฐานผลประโยชน์ จุดยืน อุดมการณ์ของตัวเอง

นอกจากนี้ นักการเมืองในระบบตัวแทนยังมักตกอยู่ภายใต้การกำกับของพรรคการเมือง ซึ่งถูกครอบงำโดยหัวหน้าพรรคและชนชั้นนำทางการเมืองจำนวนไม่มากนัก และมีเครือข่ายความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มเฉพาะ ซึ่งทำให้การตัดสินใจทางการเมืองถูกจำกัดด้วยขอบวงของความสัมพันธ์ดังกล่าว

ความผุกร่อนของสถาบันพรรคการเมืองเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง สะท้อนได้จากความเสื่อมความเชื่อถือของผู้คนดังที่พบว่า การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในประเทศอังกฤษได้ลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก การยอมรับของประชาชนต่อทั้งกระบวนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมีแนวโน้มน้อยลงเป็นอย่างมาก (ดูตาราง)

ตารางแสดงร้อยละของผู้ไปใช้สิทธิเลือกคะแนนเสียงเลือกตั้งในช่วง ค.ศ.1980-2000

ออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ฮอลแลนด์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ

1980 92,2 70.9 88.6 90.4 87.0 82.0 48.1 76.0

1985 90,5 78.5 84.3 89.0 85.8 84.0 48.9 72.8

1990 86.1 66.2 77.8 87.4 80.3 83.2 46.0 77.8

1995 86.0 68.9 79.0 86.1 78.8 75.9 42.3 71.5

2000 80.4 60.3 82.2 81.4 73.2 75.0 43.2 59.4

ที่มา : ปรับจาก International IDEA http//www.idea.int

ในสังคมไทย งานวิจัยของ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล แห่ง สถาบันพระปกเกล้า พบแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ พรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นสถาบันที่ผู้คนให้ความน่าเชื่อถือน้อยลง ทุกที คงไม่เกินเลยนักถ้าจะกล่าวว่า ความสิ้นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันพรรคการเมืองและนักการเมืองนี่แหละ ได้นำมาสู่วิกฤติความชอบธรรม จนกลายเป็นเหตุผลให้เกิดการยึดอำนาจหลายครั้งหลายคราในสังคมไทย

การสร้างพรรคการเมืองทางเลือกที่แตกต่างไปจากความตกต่ำของพรรคการเมืองที่ เป็นอยู่ในขณะนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับกลุ่มศึกษาพรรคทางเลือกคงจะต้องตอบคำถามสำคัญต่อไปนี้คือ

ประการแรก เราจะออกจากพรรคแบบผู้นำบารมี และวัฒนธรรมพรรคการเมืองที่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารไม่กี่คน โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนด้านการเงินให้แก่พรรค

และทำให้ทิศทางนโยบายของพรรคขาดการมีส่วนร่วมของผู้คนในเรื่องอำนาจการตัดสินใจ แต่ จะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และเชื่อมโยงกับขบวนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนอย่างไร

ในฐานะที่เป็นผู้ลงคะแนนเสียงหนึ่งเสียงให้กับพรรคเครือข่ายชาวนาไทย อยากจะขอวิจารณ์ว่า ประสบการณ์ของเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศ ที่แม้จะมีสมาชิกที่มาขึ้นทะเบียนเป็นจำนวนมาก แต่ภายในเครือข่ายกลับขับเคลื่อนโดยผู้นำเดี่ยว ขาดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ภายใน

ชาวนาที่มาเป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้ ต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกและค่าใช้จ่ายเวลามีการเคลื่อนไหว ชุมนุม ที่พี่น้องต้องเอาจากกระเป๋าตัวเอง โดยหวังว่าการเข้ามาเป็นสมาชิกจะได้ซื้อหนี้เข้ากองทุนฟื้นฟูฯ สภาพเช่นนี้จึงไม่ต่างไปจากการซื้อหวยใต้ดิน

ในขณะที่ผู้นำบารมีแบบพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชนก็ทำตนเหมือนพระเวสสันดร โดยอาศัยทรัพยากรจากนโยบายประชานิยมแจกแก่ชาวบ้าน ดัง ที่ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา ได้เสนอในเวทีว่า พรรคการเมืองทางเลือกต้องมีจินตภาพ และมีแนวทางการเคลื่อนไหวแบบประชาธิปไตย จึงจะเป็นทางเลือกให้แก่สังคมในปัจจุบันได้

ประการที่สอง พรรคการเมืองทางเลือกจะเชื่อม โยงและทำงานร่วมกับภาคประชาชน ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ดำรงอยู่ และกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายได้อย่างไร

พรรคการเมืองทางเลือกต้องสร้างแนวทางการเมืองที่แตกต่างไปจากการเชื่อมโยง มวลชน ด้วยการสร้างเครือข่ายโครงสร้างแบบอุปถัมภ์ในระดับชุมชนที่มีแกนนำ หัวคะแนนเป็นผู้ขับเคลื่อน

การจัดความสัมพันธ์ เชื่อมโยงระหว่างพรรคการเมืองทางเลือกและขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในละ ตินอเมริกา ดังกรณีพรรคแรงงานกับขบวนการชาวนาไร้ที่ดินในบราซิล

อาจเป็นบทเรียนที่ดี ผู้คนที่ขับเคลื่อนจัดตั้งพรรคทางเลือกก็ต้องระแวดระวังท่าทีทางการเมือง แยกแยะว่าอะไรคือภาคประชาชนที่ควรจะนิยาม หรือให้ความหมาย และควรสรุปบทเรียนที่ผ่านมาช่วงการขับไล่ระบอบทักษิณ

ประการที่สาม พรรคการเมืองทางเลือกจะสามารถเสนออุดมการณ์สังคมการเมืองทางเลือกที่แตกต่างได้อย่างไร

ในมิติการเมือง ปัญหาประชาธิปไตยแบบตัวแทน การเมืองที่ชวนคลื่นเหียนอาเจียนเช่นทุกวันนี้จะมีทางออกอย่างไร การ ขยายคำว่า การเมืองภาคประชาชน ของกลุ่มผู้ริเริ่มจัดตั้ง จะสามารถทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นมาได้อย่างไร หรือการเมืองภาคประชาชนสามารถผสมพันธุ์กับใครก็ได้ วิธีการอะไรก็ได้ ดังภาพพจน์ที่ผ่านมา

พรรคการเมืองทางเลือกต้องมีจินตภาพด้านระบบเศรษฐกิจและสังคมทางเลือกอย่างไร การสร้างสังคมสวัสดิการที่ถูกหยิบยกมาพูด จะทำให้เกิดความชัดเจนด้านฐานคิดและปฏิบัติการขึ้นมาได้อย่างไร ฯลฯ เหล่านี้คงเป็นโจทย์ของกลุ่มศึกษาพรรคทางเลือก

อยากจะจบด้วยการกระแหนะกระแหน ว่า วัฒนธรรมแบบพรรคการเมืองและนักการเมือง คือทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คะแนนเสียงเลือกตั้ง เราจึงเห็นพวกนักการเมืองโผล่หน้าไปงานศพ งานบุญ โดยไม่มีคำถามว่าควรจะไปหรือไม่

ไม่รู้ว่า บรรดาผู้ก่อตั้งกลุ่มศึกษาพรรคการเมืองทางเลือกมีวัฒนธรรมขั้นพื้นฐานดังกล่าวนี้หรือยัง

ที่มา-กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้