ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการสร้างเครือข่ายสารสนเทศ ภาคประชาชน ในปี ๒๕๕๑
ปีพ.ศ.2551(ค.ศ. 2008)นี้เป็นปีที่น่าสนใจมาก เป็นปีของการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆมากมาย ไม่ว่าระดับประเทศหรือระดับโลก เป็นปีที่ต้องจับตามองเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งใกล้และไกลตัว อย่างไม่กระพริบตาทีเดียว
สำหรับพวกเราที่ UsableLabs ปีนี้ก็เป็นปีที่น่าสนใจมากเช่นเดียวกัน เพราะปี 2551 นี้จะเป็น ปีที่เราจะสยายปีกและบินให้ได้ด้วย ตัวเราเอง ที่ผ่านมา เราเหมือนลูกนก ได้อาศัยพึ่งพิง สคส. และภาคีอื่นๆ มาโดยตลอด แต่มาถึงตอนนี้ปี 2551 เมื่อการเปลี่ยนแปลง ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย นั่นหมายถึงว่า เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ UsableLabs จะกางปีกเป็นนกที่บิน ได้เองเต็มตัวแล้ว ถึงเวลาที่เรา จะมีพันธกิจ (mission) ของเราเองภายใต้ปรัชญาและความตั้งใจของเราที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจนั้นให้ประสบความสำเร็จให้ได้ ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2008 นี้เป็นต้นไป UsableLabs "จะระบายแม่สีแสงทั้งสาม สร้างแสงสว่าง สร้างเครือข่าย สารสนเทศภาคประชาชน"
เราจะทำเพื่อตอบสนองความเชื่อของเราที่ว่า "สารสนเทศเป็นหนึ่งในปัจจัยจำเป็นพื้นฐานของชีวิต" มนุษย์จะอยู่ดีมีสุขได้ ก็ต่อ เมื่อมี อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และสารสนเทศ เพราะสารสนเทศที่ดี คือปัจจัยที่ทำให้มนุษย์สามารถมีอาหาร ที่ดี ยารักษาโรคที่ดี เครื่องนุ่งห่มที่ดี และที่อยู่อาศัยที่ดี เราเชื่อว่าสารสนเทศคือปัจจัยจำเป็นพื้นฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยจำเป็น พื้นฐานอื่นๆ
สารสนเทศ (information) ที่เราพูดถึงนี้ บางคนอาจเรียกว่า "การศึกษา" บางคนอาจเรียกว่า "ปัญญา" หรือ "ความรู้" หรืออื่นๆ แต่สำหรับเราซึ่งเป็น information scientists แล้ว มันไม่ได้ต่างกัน ที่ UsableLabs เรารวมเรียกว่า "สารสนเทศ" ขอหมายเหตุว่า ในห้องเรียน knowledge management ส่วนใหญ่จะแยก data, information, knowledge, etc. แต่ทั้งหมดล้วนคือสารสนเทศ ถ้าเปรียบกับอาหารก็เหมือน อาหารดิบ อาหารสุก อาหารปรุงสำเร็จ อาหารแห้ง ฯลฯ แต่ทุกอย่างคือ อาหาร ทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเรา กล่าวถึง "สารสนเทศ" เราจึงหมายรวมถึง สารสนเทศทั้งในความหมายในเชิงกว้างและครอบคลุมรวมทั้ง ความหมายในเชิงลึกที่ใช้ คำศัพท์อื่นๆด้วย
สิ่งที่เราตั้งใจตั้งเป็นเป้าหมายในการทำงานตั้งแต่ปี 2008 นี้เป็นต้นไปคือ "เราจะทำให้การเข้าถึง สารสนเทศของประชาชน โดยส่วนใหญ่ของประเทศไทย เป็นไปได้จริงง่ายที่สุด และได้ผลประโยชน์จริงสูงสุด" นั่นคือเราจะพยายามลด digital divide หรือความแตกต่างของโอกาส ในการเข้าถึงสารสนเทศของคนไทยนั่นเอง ประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎ 20/80 มาตลอดเวลา ไม่ได้ต่างกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ คนไทยไม่เกิน 20% เป็นเจ้าของทรัพยากรมากกว่า 80% ของประเทศ ส่วนคนไทยน้อยกว่า 80% ของประเทศได้มีโอกาสใช้ทรัพยากรไม่เกิน 20% ของประเทศ ในการเข้าถึงสารสนเทศนั้น คนไทย "น้อยกว่า" 20% มีสิทธิ์และมีทางเลือกในการเข้าถึง สารสนเทศที่หลากหลาย ส่วนคนไทย "มากกว่า" 80% ของประเทศไม่มีสิทธิ์และไม่มีทางเลือก ในการเข้าถึงสารสนเทศเลย
เรื่องนี้ต้องแก้ไขเร่งด่วน หากเราเชื่อว่าสารสนเทศคือปัจจัยจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ โจทย์นี้ใหญ่มาก แต่ UsableLabs จะลอง แก้ดู เพราะเราเชื่อในความสำคัญของสารสนเทศ และซึ่งภาครัฐไทยไม่เห็นความสำคัญ ถ้าจะรอไป ก็คงแห้งตายคาเครื่อง คอมพิวเตอร์ เราเรียนรู้แล้วว่า ถ้าอยากเห็นอะไรในประเทศไทย ก็ต้องทำเอง รัฐไทยไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่มีไว้เพื่อควบคุมประชาชนให้เอื้อประโยชน์แก่รัฐ ไม่ว่าจะพวกไหนก็แล้วแต่ ไม่เห็นมีพวกไหนจริงจังกับการลด digital divide อย่างเป็นระบบเลย น่าแค้นใจจริง เพราะ digital divide ถ้าลดลงได้ เขาคงกลัวว่าจะไม่เกื้อประโยชน์แก่ 20% ของ ประเทศ ดังนั้นถ้าภาครัฐทำช้า หรือไม่ทำ หรือทำไม่จริง เราประชาชนตาดำๆ ทำเอง (ก็ได้เฟ้ย)
พวกเราเกิดและโตมาจากกลุ่มคน 80% ของประเทศผู้ด้อยโอกาส เราเป็นคนไทยแท้ๆ เราเรียนรู้ที่จะยืนอยู่ด้วยลำแข้งตัวเอง มานานแล้ว แต่หากเราจะลด digital divide อย่างที่เราตั้งใจได้นั้น ไม่ใช่แค่ UsableLabs สี่คนทำครับ แต่ต้องเป็น "UsableLabs และเพื่อน" คำว่า "และเพื่อน" นี่สำคัญมาก ไม่มีสงครามใดชนะได้โดยใช้นักรบเพียงหยิบมือเดียว ดังนั้นผมจึงเขียนบันทึกนี้ มาเพื่อ ชวน "เพื่อน" ร่วมกันสร้าง "เครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชน"
"เครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชน" นั้นจะเกิดขึ้นได้จะประกอบด้วยปัจจัยสามอย่างที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งเราต้องช่วยกันพัฒนา ขึ้นมา
* หนึ่ง เครื่องรับส่งสารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และเป็นเจ้าของได้โดยง่าย" ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสีเขียว เหมือนสีของการ เติบโตของพืชพันธุ์ต่างๆ
* สอง เครือข่ายในการรับส่งสารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้หรือ มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด" ปัจจัยนี้เป็น ปัจจัยสีแดง เหมือนแสงกระพริบในหลอดไฟของอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหลาย
* สาม ระบบเผยแพร่สารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และใช้ได้อย่างอิสระเสรี" ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสีน้ำเงิน กว้าง เหมือนทะเล เหมือนท้องฟ้า ปัจจัยสามอย่างแทนด้วยแม่สีแสงสามสี รวมกันคือสีขาว ซึ่งคือสีแห่งปัญญา นั่นเอง ก่อนที่ผมจะอธิบายในแต่ละ โครงการในรายละเอียด จะขอให้สังเกตว่าในทั้งสามโครงการ ที่เราแยกแยะนั้น ล้วนมีจุดร่วมกันที่ความ "ใครๆ ก็ใช้ได้" ทั้งนั้น ความหมายของ "ใครๆ ก็ใช้ได้" คือ usability ด้วยเหตุนี้ usability ต้องเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญของทุกโครงการ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศนั้น หากขาด usability เสียแล้ว "มีก็เหมือนไม่มี" ดังนั้นงานแรกสุดของ UsableLabs คือประชาสัมพันธ์เรื่อง usability ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยการพยายามไปแทรกในองค์กรต่างๆ ในทุกหนทางให้มาก ที่สุดเพื่อให้ "usability เป็นวาระแห่งชาติ" ให้ได้ หากเปรียบแล้ว สคส. ชูธงเรื่อง "การจัดการความรู้" ส่วน UsableLabs นั้นชูธง เรื่อง usability รัฐบาลอเมริกันมี Usability.gov รัฐบาลไทยไม่มีหวัง เมื่อรัฐบาลหวังไม่ได้ ดังนั้นในปี 2008 นี้ UsableLabs จะทำ Usability.in.th
ในปัจจัยทั้งสามนั้น เรามีแผนในการพัฒนาเป็นโครงการสามโครงการคือ
** โครงการสีเขียว ** ในโครงการนี้ เราจะสร้างเครื่องรับส่งสารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และเป็นเจ้าของได้โดยง่าย" แต่เราไม่มีความสามารถในการทำ hardware และถึงเราทำได้เราก็ไม่มีความสามารถในการทำแบบ mass production ที่จะมี ต้นทุนต่ำเพียงพอที่ "ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้โดยง่าย" ดังนั้นเราจะค้นหาสิ่งที่ "ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้โดยง่าย" เพื่อมาทำให้ "ใครๆ ก็ใช้ได้" ซึ่งตอนนี้เราสนใจ EeePC มาก เพราะราคาถูก และเป็นอุปกรณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ "ใครๆ ก็ใช้ได้"
ที่จริงแล้วสิ่งที่เราสนใจมากคือ OLPC ซึ่งมีพัฒนาการเพื่อการใช้งานในสภาวะแวดล้อมภาษาไทยไปเยอะแล้ว OLPC ไม่เพียงแต่ จะมีประโยชน์เฉพาะนักเรียนนักศึกษาแต่ยังมีประโยชน์สำหรับบุคคลทั่วไปด้วย แต่โอกาสที่ OLPC จะได้มาใช้งานในประเทศไทย นั้นค่อนข้างจะลางเลือน Classmate PC นี่ก็น่าสนใจมาก ล่าสุดทราบข่าวว่ามีวางขายในประเทศเวียดนามแล้ว น่าอิจฉาชาว เวียดนามเหลือเกิน ตอนนี้เวียดนามเป็นประเทศที่เจริญด้านการศึกษากว่าประเทศไทยไปแล้ว อีกไม่นานคนไทยก็จะได้ชื่นชม ความสำเร็จในการสร้างประเทศของเวียดนาม เหมือนที่เราชื่นชมสิงค์โปร์และมาเลเซีย
สำหรับ EeePC นั้น ตอนนี้เรากำลังทดลอง EeePC อยู่เพื่อหาหนทางทำให้ EeePC ใช้งานได้ง่ายที่สุดในประเทศไทย เพราะอย่างไรก็ตาม EeePC ก็เป็นอุปกรณ์เดียวในกลุ่มนี้ที่มีขายในประเทศไทย EeePC เป็น hardware ที่ดี แต่ซอฟต์แวร์ ที่ให้มา นั้นยังขาดยังเกินอยู่อีกหลายอย่าง UsableLabs จะพยายามดูว่าเรา "และเพื่อน" จะทำอะไรได้บ้างในการปรับแต่งเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ EeePC มี usability ที่ดีกว่าปัจจุบัน "เพื่อน" ของเราในที่นี้คือทุกคนที่อยากเห็นแสงสว่างทางปัญญาเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย
การจะให้อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งใช้งานได้อย่างแพร่หลายนั้น ไม่ใช่แค่ให้โปรแกรมเมอร์ทำก็ทำได้ แต่ต้องอาศัยความ ช่วยเหลือและความร่วมมือจากคนในหลายต่อหลายกลุ่มหลายพวกด้วยกัน เริ่มจากกลุ่มผู้ทดลองใช้กลุ่มแรกที่จะต้องอดทนกับ ความไม่สมบูรณ์เพื่อให้เป็นข้อมูลให้กลุ่มพัฒนาได้แก้ไขปรับปรุง เมื่อการใช้งานเริ่มแพร่หลายแล้ว ผู้ใช้งานก็ต้องช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกันสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาในการใช้งานต่อๆ กันไป จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด เพิ่มขึ้นทวีคูณ
ผมเชื่อว่าจะให้เทคโนโลยีใดประสบความสำเร็จนั้น ต้องใช้งานด้วยระบบ "ถ้อยทีถ้อยอาศัย" นั่นคือ user-centered /user-driven product development กฎที่สำคัญที่สุดคือ "ผู้ใช้" สำคัญที่สุด ดังนั้นเครื่องรับส่งสารสนเทศภาคประชาชนที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้" นี้ต้องพัฒนามาจาก "ผู้ใช้" (user-driven product development) ไม่ใช่ engineer-driven product development
** โครงการสีแดง ** ในโครงการนี้ เราจะสร้างเครือข่ายในการรับส่งสารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และใช้ได้โดยไม่มี ค่าใช้หรือมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด" เครือข่ายที่ผมกล่าวถึงนี้คือ Wireless Community Network หรือ "เครือข่ายไร้สายภาค ประชาชน" นั่นเอง เครือข่ายเช่นนี้จะสำคัญมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันของประเทศไทยนั้น ค่อนข้าง สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเครือข่ายที่ "ใช้ที่ไหนก็ได้ตลอดเวลา" (mobility) นั้นยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ ต้องรวยจริงๆ ถึงมีสิทธิ์ใช้ รวยธรรมดายังไม่กล้าใช้ ทั้งๆ ที่คุณภาพบริการนั้นแย่มาก บางคนถึงกับว่า "แมวร้องสัญญาณก็หลุดแล้ว (ถ้าหมาเห่าไม่ต้องพูดถึง)"
ความแพงนั้นแพงมากจริงๆ รับรองว่าในราคาปัจจุบันนั้น ผู้คน 80% ของคนไทยไม่มีโอกาสเข้าถึงแน่นอน และไม่รู้ว่าอีกนาน เท่าไหร่ราคาของการสื่อสารนี้จะลงมาให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ดูจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันของประเทศไทยแล้ว ไม่ว่าพวกไหนจะมีอำนาจ บริการเหล่านี้ก็มีแต่แพงขึ้น น่าเศร้าจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขาแบ่งพรรคแบ่งพวกกันทำไม เพราะวิสัยทัศน์ในการคิดและการทำงานเหมือนกันยังกับว่าเป็นพี่น้องท้องเดียวกันคลานตามกันมา น่ารันทดจริงๆ ไม่ได้ต่างกันเลย ดังนั้น Wireless Community Network จึงจำเป็นมากสำหรับการสร้างเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชน เครือข่ายภาครัฐ พึ่งไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ทำกันเองก็ไม่มีทางได้เห็น
ในตอนนี้สิ่งที่ UsableLabs สนใจอย่างยิ่งก็คือการนำ OpenWRT มาดัดแปลง เพื่อสร้าง Wireless Community Network ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเราเห็นความสำเร็จของการประยุกต์ใช้ Wireless Community Network ในนานาประเทศอย่างมากมายทั้งในทางการค้าและในทางเพื่อสังคม เราเชื่อว่าเราสามารถ "ยืนบนใหล่ของพญายักษ์" (Standing on the Shoulders of Giants) ที่ UsableLabs เราได้ซื้ออุปกรณ์เพื่อสร้างเครือข่ายเช่นนี้มาทดลองแล้ว ในตอนนี้กำลัง "งม" กันอยู่ ว่าจะทำอย่างไรดี แต่ก็เริ่มเห็นแสงสว่างรำไรบ้างแล้ว จากสิ่งที่มีผู้ทำกันไว้มากมายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เราจะขอ "ยืนบนไหล่" เพื่อสร้าง Wireless Community Network ในประเทศไทย
ผมขอตั้งชื่อ network นี้ว่า COKAN (Community Knowledge Access Network) นอกจากให้เกียรติแก่ คุณกานต์ ยืนยง (ปัจจุบันอยู่ที่ไอเน็ต) ซึ่งเป็น ผู้จุดประกายให้ผมรู้จักเทคโนโลยีนี้และได้ทำงานเพื่อสร้างเครือข่ายเช่นนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ยังเป็นการสะท้อนว่าเครือข่ายนี้เราสร้างเพื่อ "การจัดการความรู้" เพื่อ "การแลกเปลี่ยนเรียนรู้" ของประชาชน ดังนั้นท่านผู้มีอำนาจ ทั้งหลายกรุณาปล่อยให้เราทำเถอะ อย่าออกกฎหมายอะไรมาขวางกั้นการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ของประชาชนเลย
** โครงการสีน้ำเงิน ** โครงการนี้คือการสร้างระบบเผยแพร่สารสนเทศที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้ และใช้ได้อย่างอิสระเสรี" เมื่อมีเครื่องรับส่งสารสนเทศผ่านเครือข่ายรับส่งสารสนเทศที่"ใครๆ ก็ใช้ได้"แล้ว เรื่องต่อมาที่ต้องทำคือ"ระบบเผยแพร่สารสนเทศ" ที่ "ใครๆ ก็ใช้ได้" ในโครงการนี้กล่าวง่ายๆ คือโครงการของการทำ websites และ web applications นั่นเอง แต่ไม่ใช่เว็บ โดยทั่วไป เพราะจะเป็นเว็บที่ใช้งานได้ดีกับโครงการสีเขียวและสีแดง เนื่องจากโครงการทั้งสองสีนั้นคือ การทำสิ่งที่ ความสามารถ ไม่สูงแต่ใช้งานจริงได้ (low-end but usable) ดังนั้นเว็บในโครงการสีน้ำเงินต้องคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นสำคัญ ตอนนี้เรากำลังปรับ เว็บที่เราทำทั้งหมดให้สามารถใช้งานกับเครื่องและระบบเครือข่ายคุณภาพต่ำได้
เราเชื่อว่าประเด็นนี้สำคัญมากและอยากเชิญชวนเว็บไซต์ทั่วประเทศไทยทำเช่นเดียวกับเรา นอกจากนี้เรายังจะเข้าไปรับทำ portal sites ขององค์กรต่างๆ ด้วย เพราะเราให้ความสำคัญกับ portal sites มากเนื่องจาก portal sites คือจุดเริ่มต้นที่ผู้ต้องการ สารสนเทศขององค์กรนั้นๆ จะเข้าไปค้นหา portal sites ที่มี usability ที่ดีนั้นมีประโยชน์มหาศาล แต่ portal sites ที่ usability ไม่ดีนั้น "มีก็เหมือนไม่มี" ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย เรื่องนี้เรื่องสำคัญมาก usability จึงควรต้องเป็น "วาระแห่งชาติ"
สำหรับโครงการสีน้ำเงินแล้ว สิ่งที่มีประโยชน์มหาศาลที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาคือ Creative Commons สำหรับ ประเทศไทย เรื่องการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในการใช้งานและเผยแพร่งาน ที่มีลิขสิทธิ์ต่อไปนั้น สำคัญมาก อาจกล่าวได้ว่า Creative Commons เป็น "แก่น" ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของประชาชนเลยทีเดียว ผมได้กล่าวถึง ความสำคัญนั้นไว้ในบันทึกนี้
Creative Commons แบบ Attribution-NonCommercial-ShareAlike จึงเป็นสิ่งที่เหมาะกับการจัดการความรู้ ใน ความหมาย ของการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" อย่างมาก เพราะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีนั้น ควรสามารถทำต่อยอดต่อเนื่องได้อย่าง เสรีโดยมี ข้อจำกัดน้อยที่สุด แต่ต้องให้เกียรติผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Attribution) ต้องไม่นำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นไปหาโอกาส ทางการค้า โดยมิชอบ (NonCommercial) และต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดต่อไปในแบบอย่างเดียวกัน (ShareAlike)
โดยสรุปแล้ว งานในโครงการสีน้ำเงินนี้ยังมีอีกมาก ยังมีเว็บไซต์อีกหลายอย่างที่สมควรทำแต่ไม่มีใครทำเพราะไม่มีประโยชน์ ทางการค้า หรือเว็บไซต์บางอย่างได้มีคนทำไว้เยอะแล้ว แต่ขาด usability ทำให้ไม่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย ในเว็บที่ ไม่มีใครทำนั้น UsableLabs จะช่วยกันทำเอง หรือไม่ก็หา "เพื่อน" มาช่วยกันทำ ส่วนเว็บที่ขาด usability นั้น เดี๋ยว UsableLabs ยินดีช่วยเหลือ งานในโครงการสีน้ำเงินจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องสอดคล้องกับงานในโครงการสีเขียวและสีแดง โดยใช้ Creative Commons ภาษาไทยเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ได้อย่างเสรี
** ร่วมมือ ร่วมใจ ช่วยกัน สร้างเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชน **
ด้วยกำลังที่เรามีขณะนี้ UsableLabs ไม่มีทางและไม่มีความสามารถ ทำสิ่งที่เขียนทั้งหมดนี้ได้แน่นอน เครือข่ายสารสนเทศ ภาคประชาชนในสามโครงการนี้ จะประสบความสำเร็จได้จะต้องเกิดจากการช่วยกันทำ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ แลกเปลี่ยนแบ่งปัน เพื่อให้สอดคล้องประสานกันในที่สุด ดังนั้นสำหรับท่านที่ถามว่าจะช่วยเหลือ GotoKnow อย่างไร ผมขอตอบว่าอย่าช่วยแค่ GotoKnow มาร่วมกันช่วยสร้างเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชนกันดีกว่า เริ่มต้นง่ายที่สุดในโครงการสีน้ำเงิน ก็คือช่วยกันเขียน ช่วยกันเล่า ช่วยกันให้ความรู้แก่สังคม ไม่ว่าจะเขียนใน GotoKnow หรือที่ไหนก็ตาม แต่ขอให้เป็นที่ที่สิ่งที่คุณเขียนนั้น สามารถนำไปใช้ต่อได้ภายใต้เงื่อนไข Creative Commons
การเขียนในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงการเขียนสิ่งที่เป็น "ความรู้แห้ง" (Explicit Knowledge) แต่เป็น "ความรู้สด" (Tacit Knowledge) ที่เป็นตัวตนของคุณ เป็นประสบการณ์ เป็นสิ่งที่คุณคิดและเป็นสิ่งที่คุณทำ ไม่ต้องกลัวในเรื่อง "ไร้สาระ" หรือ "มีสาระ" สำหรับ "ความรู้สด" แล้วไม่มีสิ่งที่ไร้สาระ ทุกสิ่งคือสาระทั้งสิ้น "ยิ่งสดยิ่งมีสาระ" ในความหมายของ Tacit Knowledge ดังนั้นขอให้เขียนขอให้เล่าเถิด ในตอนนี้พวกเราทีมงานทางเทคนิคทุกคน เห็นพ้องต้องกันว่าจะพยายามให้ GotoKnow ซึ่งอยู่ ในโครงการสีน้ำเงินนี้ทำงานให้ได้ดีที่สุด ไม่ต้องให้ผู้ใช้กังวลเรื่องทรัพยากรของระบบ
ส่วนโครงการสีเขียวและสีแดงนั้น ในช่วงแรกนี้อาจต้อง อาศัยคนด้านเทคนิค เป็นคนทำเป็นหลัก แต่หลังจากเริ่มต้นทดลองใช้งาน ได้แล้ว ทุกท่านคือส่วนสำคัญ ที่ทำให้โครงการเหล่านี้ ออกมาจากห้องทดลองและเป็นจริงขึ้นได้ ไม่ว่าการทดลองใช้ชุมชนเล็กๆ หรือขยายใหญ่ขึ้นไป เป็นระหว่างชุมชนในอนาคต วันที่เราเรียกว่าประสบความสำเร็จคือ วันที่คนไทยโดยทั่วไปสามารถแลกเปลี่ยน สารสนเทศได้อย่างเสรีไม่จำกัดที่และจำกัดเวลา
ถ้าไปสถานีขนส่งสายใต้ หรือสถานีขนส่งหมอชิต หรือตลาดสดที่ต่างๆ ในประเทศไทย แล้วเห็น "คนธรรมดา" หยิบอุปกรณ์รับส่ง สารสนเทศมาใช้ได้ แทนการบริโภคสารสนเทศ ในสื่อที่จำกัดอย่างอื่นเช่น หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร นั่นคือความสำเร็จ ซึ่งเป็น เรื่อง ใหญ่มาก ไม่มีสงครามใดชนะได้ด้วยการใช้ทหารเพียงหยิบมือเดียว โดยเฉพาะสงครามที่ต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมกัน ทางสังคม การสร้างเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชน ก็เช่นเดียวกัน เฉพาะUsableLabs ทำไม่ได้แน่นอน แต่ UsableLabs "และเพื่อน" ทำได้
ทุกมือคือมือที่สำคัญที่จะทำให้ digital divide ในประเทศไทยลดลงได้ ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านเลือก น้ำเงิน เขียว หรือแดง ช่วยกันคนละไม้ละมือ แต่ให้สอดคล้องประสานกัน แดงเพื่อน้ำเงิน เขียวเพื่อแดง น้ำเงินเพื่อเขียว ฯลฯ ถ้าตั้งใจร่วมกันแล้ว เราอาจทำสิ่งที่ภาครัฐทุ่มงบนับพันล้านทำไม่ได้ งานนี้ไม่มีผู้นำไม่มีผู้ตามเราทุกคนทำได้เต็มที่ เรามีเพียงวัตถุประสงค์ที่เป็น หนึ่งเดียวกันก็พอ สิ่งที่ผมเขียนมานี้ ใครสามารถทำอะไรได้ก็ทำได้เต็มที่เลย
ใครมีความรู้เรื่อง network สนใจลุย OpenWRT ทำ Wireless Community Network ได้เลย ใครเห็นว่า EeePC น่าปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือมีอุปกรณ์อะไรดีกว่า EeePC ก็ทำได้เลยหรือใครจะเผยแพร่เนื้อหา ที่ไหนก็ตามที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons ก็ทำได้เลย ไม่ต้องรอกัน เพียงแต่ขอให้นึกว่าสิ่งที่ทำนั้น ให้สามารถทำงานร่วมกับ สิ่งที่คนอื่นทำอยู่ได้ ก็พอ
ผมอยู่ในพื้นที่ห้าจังหวัดภาคใต้ ทำให้ผมเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการอย่างหนึ่ง นั่นคือการทำงานร่วมกันภายใต้ "จุดหมายร่วมกัน ที่ชัดเจน" แต่ไม่ต้องมีโครงสร้างการบริหารจัดการมาให้เสียเวลาทำงาน (หรือถูกจับ) นั้นประสบความสำเร็จมาก สามารถเอาชนะ วิธีบริหารจัดการแบบมีโครงสร้างที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายๆ วิธีการทำงานของขบวนการผู้ก่อการร้าย หากเราเปิดใจที่จะเรียนรู้ เราอาจ เห็นวิธีการบริหารจัดการที่มองได้ว่าเป็นนวัตกรรมการจัดองค์กรที่น่าจะเลียนแบบในวิธีการทำงานได้เหมือนกัน ดังนั้นเรามาร่วมกัน ทำงานเป็น "ขบวนการผู้ก่อการดี" ที่จะทำงานร่วมกันภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกัน ร่วมกันชูธงสี เขียว แดง และน้ำเงิน ที่สอดประสานกัน เพื่อสร้างเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชนกันเถิด
** ฝันเอาจริง ** ผมเขียนบันทึกนี้เหมือนฝัน เป็นเรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนไกลตัวเหลือเกิน เหมือนมดตัวเล็กๆ สี่ตัวที่มองไปที่ ยอดภูเขาแล้วบอกว่า เราจะไปถึงยอดนั้นให้ได้ ทั้งๆ ที่เราเป็นมดขาสั้นๆ เท่านั้นเอง แต่ถ้าไม่กล้าฝันก็ไม่มีวันได้เห็นความจริง สัปดาห์หน้า จะเป็นสัปดาห์เริ่มต้นของปี พ.ศ. 2551 ตลอดปี พ.ศ. 2551 นี้ UsableLabs จะอุทิศเวลาทำงานในโครงการสี เขียว แดง น้ำเงิน นี้อย่างเต็มที่ แล้วมาพิสูจน์กันอีกทีในสัปดาห์สุดท้ายของปี พ.ศ. 2551 ว่านี่คือความฝันหรือความจริงหรือไม่ ? ให้มันรู้กันไปว่าจะทำได้หรือทำไม่ได้ ดังนั้นโปรดติดตามตอนต่อไปของบันทึกนี้ สิ้นปี พ.ศ. 2551
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา -แก้ไขปรับปรุงเล็กน้อยจากบทความชื่อ UsableLabs 2551: ขบวนการผู้ก่อการดี โครงการแม่สีแสง สร้างเครือข่ายสารสนเทศ ภาคประชาชน
ดูข้อเสนอของ TRN เรื่อง ส่งเสริมเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการแสวงหาและพัฒนาความรู้ที่หลากหลาย ได้เพิ่มเติม
- Login or register to post comments

